ข่าวนี้ที่ 1

NCAP พร้อมลงสนามเทรด กูรูเคาะเป้า 2.84 บาท

NCAP พร้อมลงสนามเทรด กูรูเคาะเป้า 2.84 บาท

     "เน็คซ์ แคปปิตอล(NCAP)" ถือฤกษ์ดี 9 พ.ย.นี้ พร้อมลงกระดานเทรดวันแรก ชูจุดเด่นเป็นสินเชื่อจักรยานยนต์ชั้นนำ - มีสาขาทั่วประเทศ ลั่นระดมทุนขยายพอร์ตสินเชื่อ พร้อมมีผู้ถือหุ้นใหญ่อย่าง COM7-SYNEX เรียกความเชื่อมั่น โบรกฯให้เป้า 2.84 บาท      
    

* NCAP พร้อมลงสนามเทรดวันแรก 9 พ.ย.นี้ 

    นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ยินดีต้อนรับ  บริษัท เน็คซ์ แคปปิตอล จำกัด(มหาชน) หรือ NCAP เข้าซื้อขายในวันที่ 9 พ.ย.63   โดยได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 300 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท ในราคา IPO หุ้นละ 2.20 บาท  จดทะเบียนในกลุ่มธุรกิจการเงิน / เงินทุนและหลักทรัพย์ (FIN)  
    
      NCAP เป็นผู้ให้บริการทางการเงินที่ไม่ใช่สถาบันการเงิน (Non-Bank) และไม่ได้อยู่ภายใต้การกำกับดูแลของธนาคารแห่งประเทศไทย ปัจจุบัน เป็นหนึ่งในผู้นำธุรกิจให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถมอเตอร์ไซค์ โดยมุ่งเน้นการให้บริการแก่ลูกค้ารายย่อยที่ต้องการเป็นเจ้าของรถจักรยานยนต์เป็นหลัก ด้วยการซื้อรถจากตัวแทนจำหน่าย (Dealer) แล้วนำมาให้ลูกค้าเช่าซื้อ โดยอาศัยการติดต่อกับลูกค้าในท้องที่ผ่านพันธมิตรที่เป็นตัวแทนจำหน่าย (Dealer) ในพื้นที่ต่างๆ โดยให้บริการสินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์ยี่ห้อ Yamaha Honda, Vespa, Kawasaki และ Suzuki เป็นต้น ผ่าน 24 สาขาทั่วประเทศ 

* ลั่นนำเงินระดมทุนขยายพอร์ตสินเชื่อ 80% 
     
    นายสมชัย ลิมป์พัฒนสิน ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NCAP  เปิดเผยว่า จำนวนเงินที่ระดมทุนได้จากการเสนอขายหลักทรัพย์ก่อนหักค่าใช้จ่าย ในครั้งนี้ ประมาณ 660 ล้านบาท จะนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการขยายพอร์ตสินเชื่อ 80% ใช้ชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงิน 15% และลงทุนในระบบสารสนเทศเพื่อพัฒนาระบบการให้บริการสินเชื่อและระบบสนับสนุนการทำงาน 5% ระยะเวลาที่ใช้โดยประมาณ ภายในปี 64 เพื่อรองรับแผนขยายสินเชื่ออย่างมีคุณภาพ เพิ่มศักยภาพในการแข่งขัน และมีอัตราการเติบโตที่ดีในอนาคต

    โดยปัจจุบัน NCAP มีมูลค่าพอร์ตสินเชื่อรวมอยู่ที่ประมาณ 4,000 ล้านบาท และมีจำนวนบัญชีประมาณ 100,000 ราย มีสาขากระจายอยู่ทั่วประเทศรวม 24 สาขา อีกทั้ง มีดีลเลอร์ตัวแทนจำหน่ายรถเป็นพันธมิตรของบริษัทฯ ในพื้นที่ต่างๆ ประมาณ 600 ราย ซึ่งบริษัทฯ มีความแข็งแกร่งและเป็นผู้นำในพื้นที่ภาคใต้ พร้อมเตรียมขยายพอร์ตสินเชื่อและการให้บริการไปสู่ภูมิภาคอื่นๆ เพิ่มขึ้น โดยมีแผนที่จะขยายสาขาในปี 64 จำนวน 1 แห่ง และในปี 65 จำนวน 2 แห่ง

    รวมทั้งการลงทุนในระบบสารสนเทศเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงาน ได้แก่ ระบบ Mobile Application และระบบ Credit Scoring คาดแล้วเสร็จในปีนี้ และระบบการวางแผนทรัพยากรทางธุรกิจขององค์กร (ERP) อยู่ระหว่างดำเนินการ คาดจะแล้วเสร็จตามแผนในปีหน้า จึงมั่นใจว่า จะเป็นปัจจัยสำคัญในการขยายพอร์ตสินเชื่อใหม่ของบริษัทฯ ให้เติบโตได้อย่างก้าวกระโดดในปี 64 

* หลังเข้าตลาด SYNEX - COM7 ยังถือหุ้นใหญ่ 

    NCAP เดิมชื่อบริษัท บัฟ (ประเทศไทย) จำกัด ถือหุ้นโดย Mitsui & Co., Ltd โดยในปี 2560 NCAP มีการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างการถือหุ้นโดย Mitsui ขายหุ้นให้แก่กลุ่มผู้ถือหุ้นใหญ่ในปัจจุบัน ได้แก่ บริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือ COM7  และ บริษัท ซินเน็ค (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ SYNEX ซึ่งเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย
    
    ทั้งนี้ หลังจากเข้าตลาดหลักทรัพย์ COM7 จะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่สุด 33.93% และ SYNEX เป็นอันดับสองที่ 26.67%  
     
* อวดกำไร Q2/63 พุ่ง 74% - 6 เดือนโต 30%  

    บริษัท เน็คซ์ แคปปิตอล จำกัด (มหาชน) หรือ NCAP แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ว่า ผลประกอบการงวดไตรมาส 2/63 มีกำไร 33.79 ล้านบาท หรือ 0.06 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น 74.05% จากงวดเดียวกันปี 62 ที่กำไร  19.42 ล้านบาท หรือ 0.03 บาท/หุ้น 
      
    โดยรายได้รวม Q2/63 เพิ่มขึ้น 16.68% ตามการเพิ่มขึ้นของรายได้ดอกเบี้ยสัญญาเช่าซื้อ และรายได้ค่าติดตามทวงถามหนี้และรายได้หนี้สูญได้รับเพิ่มขึ้น 
                
    งวด 6 เดือนปี 63 มีกำไร 70.65 ล้านบาท หรือ 0.12 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น 30.33% จากงวดเดียวกันปี 62 ที่มีกำไร 54.20 ล้านบาท หรือ 0.09 บาท/หุ้น โดยรายได้เติบโต 16.46% ตามรายได้ดอกเบี้ยและรายได้ติดตามทวงถามหนี้เช่นเดียวกัน 
    
    ด้านปี  62  มีกำไร 126.23 ล้านบาท หรือ 4.21 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้น 40.41% จากปี 61 ที่มีกำไร 89.91 ล้านบาท หรือ 3.53 บาท/หุ้น เพิ่มขึ้นตามรายได้ดอกเบี้ย และรายได้จากหนี้สูญได้รับคืน   

* ชูจุดแข็ง สินเชื่อแกร่งโซนภาคใต้ 

    บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่า NCAP  ลูกค้าหลักคือผู้เช่าซื้อรายย่อยทั่วไป มีสัดส่วนประมาณ 99% ของมูลค่าลูกหนี้ตามสัญญาเช่าซื้อรวม อีก 1% เป็นลูกค้าองค์กร (B2B) และผู้ประกอบการรถเช่า 

    นอกจากนี้ มีบริการให้สินเชื่อเช่าซื้อรถจักรยานยนต์มือสอง เฉพาะรถที่เคยเป็นกรรมสิทธิ์ของบริษัทเท่านั้น (สัดส่วนรายได้เพียง 0.05% ของสัญญาเช่าซื้อรวม) และบริการสินเชื่อ Refinance เฉพาะลูกค้าของบริษัทที่มีประวัติการผ่อนชำระดี และมีบริการอื่นที่เกี่ยวเนื่องกับธุรกิจ วงเงินสินเชื่อที่อนุมัติขึ้นอยู่กับราคาขายปลีกของยี่ห้อและรุ่นรถในท้องตลาด โดยมีระยะเวลาให้สินเชื่อเช่าซื้อ 12-48 เดือน

     ณ สิ้น Q2/63  NCAP มีสาขาทั้งสิ้น 24 สาขากระจายในทุกภูมิภาค โดยมีสาขาในภาคใต้มากที่สุดคือ 7 สาขา ถือว่าค่อนข้างแข็งแรงในภาคใต้ ลูกหนี้สินเชื่อส่วนใหญ่ราว 30% ของสินเชื่อเช่าซื้อทั้งหมดจึงมาจากภาคใต้ และมี Dealer ที่เป็นพันธมิตรในพื้นที่ต่างๆ อีกกว่า 600 รายทั่วประเทศ บริษัทมีแผนขยายสาขาในปี 63 จำนวน 1 แห่งและปี 64 อีก 2 แห่งไปในพื้นที่ที่มีศักยภาพ

* คาดกำไรปีนี้โต 28% ปีหน้ากระฉูด 35% 

    ในช่วง 3 ปีที่ผ่านมา (ปี 60-62) รายได้ดอกเบี้ยรับจากสัญญาเช่าซื้อของบริษัทเติบโตเฉลี่ย 50.4% CAGR ตามการเพิ่มขึ้นของจำนวนสัญญา แต่อัตราดอกเบี้ยรับและส่วนต่างอัตราดอกเบี้ยลดลงต่อเนื่องจากการทำโปรโมชั่นเพื่อเร่งขยายฐานลูกค้าและพอร์ตสินเชื่อ ทำให้กำไรโตเฉลี่ย 23% CAGR สำหรับปี 63-64 คาดกำไรสุทธิ +28% YoY และ +35% YoY ตามลำดับ จากการเพิ่มขึ้นของจำนวนสัญญาใหม่ การเพิ่มขึ้นของรายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ย และต้นทุนทางการเงินที่ลดลงหลังเข้าตลาดฯ

    ประเมินราคาเป้าหมายปี 64 ที่ 2.70 บาท อิงวิธี GGM (Ke 6.75%, g 3%) และ 64 Prospective EPS 0.24 บาท ราคาเป้าหมายดังกล่าวคิดเป็น Implied PE 11 เท่า ใกล้เคียงกับ PE ของ TK และ S11 และคิดเป็น Implied PBV 1.6 เท่า ต่ากว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มไฟแนนซ์เล็กน้อยที่ 1.8 เท่า

* ราคาเป้าหมายปีหน้า 2.84 บ. 
    
    บริษัท หลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด เปิดเผยว่า ภายใต้สมมติฐานการพัฒนาระบบ IT เสร็จสิ้นในปี 64 ประเมินการเติบโตของการให้สินเชื่อในปี 63-65F เฉลี่ยเติบโตกว่า 20%CAGR ส่งผลต่อ PPOP และกำไรสุทธิ ที่มีการเติบโตในช่วงเวลาดังกล่าวเฉลี่ย 30%CAGR และ 54%CAGR ตามลำดับ ทั้งนี้คาดกำไรสุทธิในปี 63 เท่ากับ 162 ล้านบาท ขยายตัว 28.7%YoY 

    แม้ว่าสินเชื่อจะหดตัว 5.5%YoY แต่มีค่าใช้จ่ายดอกเบี้ยที่ลดลง และผลขาดทุนจากรถยึดที่คาดว่าจะลดลง เนื่องจากในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลต่อผู้ผลิตรถยนต์และจักรยานยนต์หลายรายต้องหยุดผลิต เกิดอุปสงค์ส่วนเกินในตลาด ทำให้มีลูกค้าบางส่วนหันมาใช้รถจักรยานยนต์มือสองมากขึ้น
 
    ทั้งนี้ประเมินมูลค่าที่เหมาะสมของ NCAP สิ้นปี 64 เท่ากับ 2.84 บาท โดยใช้ BVPS ปี 64 ที่ 2.02 บาท/หุ้น และได้ PBV ที่ 1.41 เท่า (อิง GGM: LT-ROE=16%, Ke=12% และ TG = 3%) สูงกว่าค่าเฉลี่ยกลุ่มที่ 0.83 เท่า โดย NCAP สมควรถูกซื้อขายบน PBV ดังกล่าวเนื่องจากมี ROE ที่สูงกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มที่มีเพียง 6.52% 

    โดยคาดว่า หลังเข้า IPO บริษัทจะมี ROE ที่ค่อยๆ ปรับสูงขึ้นจาก ปี 63 ที่ 9.5% สู่ระดับ 19.5% ในปี 65 และแนวโน้มของ NIM ที่จะปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่สัดส่วนหนี้สินต่อทุนจากเดิมที่ 2.9 เท่า หลังเข้า IPO เหลือเพียง 1.5 เท่า สะท้อนสภาพคล่องที่สูง สามารถหาแหล่งเงินทุนมาต่อยอดการเติบโตของธุรกิจได้ในอนาคต นอกจากนี้ยังมีนโยบายจ่ายปันผลไม่น้อยกว่า 40% ของกำไร ดังนั้น ณ ราคาที่เหมาะสมที่ 2.84 บาท จะให้ Dividend yield เท่ากับ 4% ในปี 64
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด