ข่าวนี้ที่ 1

JMART ประกาศดันมาร์เก็ตแคปกลุ่มปีนี้ทะลุแสนลบ.

JMART ประกาศดันมาร์เก็ตแคปกลุ่มปีนี้ทะลุแสนลบ.

 

      JMART ตั้งเป้าปี 64 ดันมาร์เก็ตแคปกลุ่มบริษัทโตทะลุแสนล้านบาท หลังคาดผลงานปีนี้เติบโตไม่น้อยกว่าปี 63 ที่ทำกำไร All Time High อีกทั้งปิด 2 ดีลใหญ่สำเร็จ หนุนการเติบโตในรูปแบบใหม่ๆ ฟากบอร์ดประกาศจ่ายปันผลในอัตราหุ้นละ 0.24 บาท
ด้าน JMT มั่นใจปีนี้กำไรโตต่อเนืง หลังเตรียมงบกว่า 6 พันล้านบาท ซื้อหนี้เสียจากสถาบันการเงินเก็บเข้าพอร์ตมาบริหาร ฟากโบรกฯ เร่งปรับเพิ่มเป้า  JMT หลังทำกำไรนิวไฮต่อเนื่องเป็นปีที่ 4

*** JMART ตั้งเป้าปี64 ดันมาร์เก็ตแคปกลุ่มทะลุแสนลบ.


    นายอดิศักดิ์ สุขุมวิทยา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ มาร์ท จำกัด (มหาชน) หรือ JMART เปิดเผยว่าแม้ในปีที่ผ่านมาต้องเผชิญกับสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 และการล็อกดาวน์ปิดเมือง แต่ด้วยพลัง Synergy เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสได้
อย่างรวดเร็ว ทำให้ภาพรวมธุรกิจค้าปลีกมือถือของ Jaymart Mobileและธุรกิจบริหารพื้นที่เช่าภายใต้การบริหารของ JAS ASSET ฟื้นตัวได้อย่างรวดเร็ว จากการคุมต้นทุนได้มีประสิทธิภาพ


    รวมทั้งไฮไลท์ของธุรกิจด้านการเงินทั้ง JMT และSINGER ที่ยิ่งฉายภาพชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ โดยมีบริษัทต่างชาติที่เป็นผู้นำในระดับโลกเข้ามาลงทุนกับบริษัทในกลุ่มของเรา จึงเชื่อว่าในปี 64 จะเป็นอีกปีที่กลุ่มเจมาร์ทเติบโตด้วยเป้าหมายสร้างผลตอบแทนที่
ดีให้กับผู้ถือหุ้นอย่างต่อเนื่องในระยะยาว รวมทั้งตั้งเป้ามาร์เก็ตแคปรวมกลุ่มบริษัทในตลาดหลักทรัพย์ทะลุแสนล้าน

 

*** ย้ำผลงานปีนี้โตไม่ต่ำกว่าปี 63 ที่ทำกำไรสุทธิ All Time High


    ทั้งนี้ตั้งเป้าหมายปี 64 จะเติบโตไม่น้อยกว่าปี 63 ที่ทำกำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดใหม่นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัท (All Time High) โดยมีกำไรสุทธิ 798 ล้านบาท เติบโตจากงวดเดียวกันของปีก่อน 49.5% รายได้รวมอยู่ที่ 11,204 ล้านบาท ซึ่งใกล้เคียงกับปีก่อนหน้า
หลังบริษัทในกลุ่มทุกบริษัทสามารถทำผลงานได้อย่างแข็งแกร่งโดยเฉพาะธุรกิจด้านการเงินทั้งจากธุรกิจบริหารหนี้ของ JMT ที่โดดเด่น และ SINGER ที่ทำนิวไฮใหม่ได้เช่นกัน

 

*** ปิดดีลใหญ่ 2 ดีล ช่วยหนุนการเติบโตในรูปแบบใหม่ๆ


    อีกทั้งปีนี้บริษัทได้เปิดเกมธุรกิจด้วยการประกาศปิดดีลใหญ่ถึง 2 ดีล โดยบริษัทฯ ได้ปิดดีล KB Kookmin Card ซึ่งเป็นบริษัทการเงินอันดับต้นๆ จากประเทศเกาหลีใต้แล้วเสร็จเป็นที่เรียบร้อยแล้วในเดือนก.พ.64 ที่ผ่านมา ซึ่งเข้ามาถือหุ้นใน บริษัท เจ ฟิน
เทค จำกัด (บริษัทในกลุ่มเจมาร์ท) และปัจจุบันเปลี่ยนชื่อเป็น บริษัท เคบี เจแคปปิตอล จำกัด เพื่อขยายการเติบโตในธุรกิจสินเชื่อ รวมไปถึงได้รับความสนใจจาก บริษัท TIS Inc. ซึ่งเป็นบริษัทไอทีระดับโลกจากประเทศญี่ปุ่นเข้ามาลงทุนใน บริษัทเจ เวนเจอร์ส จำกัด หรือ JVC สะท้อนการมีกลุ่มธุรกิจแข็งแกร่ง เป็นที่ยอมรับจากบริษัทชั้นนำระดับโลก พร้อมที่จะต่อยอดธุรกิจการเงินในประเทศไทยร่วมกับ Ecosystemของเจมาร์ท และน่าจะได้เห็นการเติบโตในรูปแบบใหม่ๆที่จะเกิดขึ้นในช่วงต่อจากนี้

 

*** บอร์ดไฟเขียวปันผลอัตราหุ้นละ 0.24 บาท


    ขณะที่จากความสำเร็จของผลประกอบการปี 63 ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทพิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานในงวดครึ่งปีหลังของปี63 ในอัตราหุ้นละ 0.24 บาท กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ใน
วันที่ 21 เม.ย.64 นี้ และกำหนดการจ่ายเงินปันผลในวันที่ 7 พ.ค.64 ทั้งนี้บริษัทได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับงวด 6 เดือนแรกของปี 63 ไปเรียบร้อยแล้วในอัตราหุ้นละ 0.45 บาท ส่งผลให้ทั้งปี 63 บริษัทจะจ่ายปันผลรวมอัตราหุ้นละ 0.69 บาท คิดเป็นเงินปันผล
อัตราจ่ายเงินปันผลสูงถึง 80%


    “ผลงานปี 63 ที่ประกาศออกมาในครั้งนี้ทุบประวัติศาสตร์กำไรของบริษัท ย้ำชัดการเป็น Investment Holding Company เป็นโมเดลธุรกิจที่สร้างเกราะ ลดแรงเสียดทานต่อสภาวะเศรษฐกิจ ” นายอดิศักดิ์ กล่าว

*** JMT มั่นใจกำไรโตต่อเนื่อง หลังทุ่มงบ 6 พันลบ. ซื้อหนี้เสียเข้าพอร์ตมาบริหาร


    นายสุทธิรักษ์ ตรัยชิรอาภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เจ เอ็ม ที เน็ทเวอร์ค เซอร์วิสเซ็ส จำกัด (มหาชน) หรือ JMT เปิดเผยว่าในปี 64 คาดกำไรเติบโตต่อเนื่องจากปีก่อน ขณะที่ภาพรวมหนี้ด้อยคุณภาพ (NPL) ในระบบมีแนวโน้มเพิ่มสูงขึ้น และทำ
ให้สถาบันการเงินจะเร่งทยอยขายหนี้ด้อยคุณภาพออกมาเพื่อปรับพอร์ตNPL จึงเป็นโอกาสที่บริษัทจะซื้อหนี้เข้ามาบริหารด้วยต้นทุนที่ดี จึงวางงบลงทุนซื้อหนี้ปีนี้ไว้ไม่น้อยกว่า 6 พันล้านบาท ขณะที่ปัจจุบันอยู่ระหว่างพูดคุยกับพันธมิตรหลายราย เพื่อต่อยอด
โอกาสในธุรกิจบริหารหนี้


    สำหรับผลประกอบการปี 63 มีกำไรสุทธิทำสถิติสูงสุดใหม่นับตั้งแต่ก่อตั้งบริษัทต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 อยู่ที่ 1,047.0 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 54% มีรายได้รวมอยู่ที่ 3,190.8 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 26.4% สะท้อนความสามารถในการบริหารจัดการอย่าง
มืออาชีพ และเป็นธุรกิจที่แข็งแกร่งในทุกสภาวะเศรษฐกิจ ขณะที่ อัตรากำไรขั้นต้นเท่ากับ 68% และอัตรากำไรสุทธิ 33% เติบโตแบบก้าวกระโดด

*** คาดกำไรโตเด่นในช่วงครึ่งปีหลัง


    พอร์ตหนี้ ณ สิ้นปี 63 อยู่ที่ 207,051 ล้านบาท ซึ่งเป็นมูลค่าพอร์ตที่มียอดสินเชื่อคงค้างรวม (Outstanding Balance) ผ่านระดับ 2 แสนล้านบาทแล้ว ส่วนยอดจัดเก็บหนี้ (Cash Collection) ทำได้ดีอยู่ที่ 3,704 ล้านบาท เติบโตจากปีก่อน 15% และมีกองหนี้ที่ Fully
Amortized เพิ่ม ตัดมูลค่าเงินลงทุนหมด หนุนกำไรโตเด่นในช่วงครึ่งปีหลังและต่อเนื่อง


    ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทฯ พิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานในงวดครึ่งปีหลังของปี 63 ในอัตราหุ้นละ 0.41 บาท กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับเงินปันผล (Record Date) ในวันที่ 21 เม.ย.64 และกำหนดการจ่ายเงินปันผลใน
วันที่ 5 พ.ค.64 ทั้งนี้ บริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลสำหรับงวด 6เดือนแรกของปี 2563 ไปเรียบร้อยแล้ว ในอัตราหุ้นละ 0.45 บาท ส่งผลให้ทั้งปี 2563 บริษัทฯ จะจ่ายปันผลรวมอัตราหุ้นละ 0.86 บาท หรืออัตราจ่ายเงินปันผลสูงถึง 75%

***โบรกฯ เชียร์ซื้อเก็งกำไร JMT ให้เป้าหมาย 45 บาท


    บล.โนมูระ พัฒนสิน ปรับคำแนะนำขึ้นเป็น Trading Buy ที่มูลค่าพื้นฐานใหม่ 45 บาท จากเดิม 40.25 บาท หลังกำไรในงวดไตรมาส 4/63 อยู่ที่ 330 ล้านบาทซึ่งทำจุดสูงสุด (New High) รายไตรมาสและสูงกว่าที่ตลาดคาด 14%  จากกรณีที่รายได้สูงกว่าคาด
หลังมีการปรับสมมติฐาน EIR ขึ้น เนื่องจากเห็นผลการจัดเก็บในช่วงที่ผ่านมามากกว่าที่เคยประเมินไว้ พร้อมหนุนกำไรปี 63 ทำจุดสูงสุดต่อเนื่องเป็นปีที่ 4ขณะที่นำมาซึ่งการปรับประมาณการกำไรปี 64-65 ขึ้นเฉลี่ย 5% โดยคาดกำไรปี 64 จะอยู่ที่ระดับ 1.4 พันล้าน
บาท หรือเติบโตต่อเนื่อง 33% จากปีก่อน และ+30% เฉลี่ย 3 ปี (CAGR)







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด