ข่าวนี้ที่ 1

RATCH ทุ่มงบลงทุนปีนี้ 1.5 หมื่นลบ. ดันกำลังผลิตอีก 700MW

RATCH ทุ่มงบลงทุนปีนี้ 1.5 หมื่นลบ. ดันกำลังผลิตอีก 700MW

       "ราช กรุ๊ป(RATCH)" ทุ่มงบปีนี้ 1.5 หมื่นล้านบาท หวังใช้ซื้อกิจการโรงไฟฟ้า 7 พันลบ. ก่อสร้างโรงไฟฟ้าเดิม 8 พันลบ. พร้อมตั้งเป้าดันกำลังผลิตปีนี้เพิ่มอีก 700 MW มาจากการทำดีล M&A จำนวน 350 MW หวังกำลังผลิตแตะ 1 หมื่นMW ภายในปี 68 ล่าสุดโชว์ผลงานปี 63 มีกำไร 6.28 พันลบ. เพิ่มขึ้น 5.4% พร้อมปันผลอีกหุ้นละ 1.25 บาท

*** วางงบ 1.5 หมื่นลบ. ใช้ซื้อกิจการ-ก่อสร้างโรงไฟฟ้า 

        นายกิจจา ศรีพัฑฒางกุระ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ RATCH เปิดเผยภายในงานแถลงข่าว “ผลการดำเนินงานปี 63 และ เป้าหมายปี 64” ว่า บริษัทเตรียมงบลงทุนปี 64 ไว้ประมาณ 15,000 ล้านบาท สำหรับใช้ลงทุนในโครงการใหม่หรือซื้อกิจการ (M&A) ประมาณ 7,000 ล้านบาท และ ใช้ลงทุนโครงการเดิมที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างอีก 8,000 ล้านบาท 
         ส่วนแหล่งเงินทุนดังกล่าวคาดว่าจะมาจากการออกหุ้นกู้ภายในปีนี้ อย่างไรก็ตาม ช่วงระยะเวลาการออกเสอขายยังต้องรอดูสถานการณ์ และ การพิจารณาว่า จะออกเป็นสกุลเงินบาท หรือ สกุลเงินต่างประเทศ

*** เพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าปีนี้ 700 MW มาจากซื้อกิจการ 350 MW

       นายกิจจา กล่าวว่า บริษัทตั้งเป้าเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าปีนี้อีกจำนวน 700 เมกะวัตต์(MW) จากปี 63 ที่มีกำลังการผลิตรวม 8,174 MW โดยแบ่งเป็นการลงทุนซื้อกิจการในโรงไฟฟ้าที่เดินเครื่องเชิงพาณิชย์ (COD) แล้วจำนวน 350 MW หลังมีแผนจะซื้อกิจการโรงไฟฟ้าเพิ่มไม่น้อยกว่า 5 โครงการ ซึ่งเบื้องต้นคาดว่าจะจบดีลภายในช่วงกลางปีนี้ได้ราว 1-2 โครงการ และจำนวนกำลังการผลิตที่เหลือจะเป็นการขยายเป้าหมายการลงทุนนอกประเทศอาเซียน และ ออสเตรเลีย เช่น ไต้หวัน , เกาหลีใต้ และ ญี่ปุ่น รวมถึงต่อยอดความร่วมมือกับพันธมิตรรายเดิม 
       ทั้งนี้ บริษัทตั้งเป้าภายในปี 68 มีกำลังการผลิตแตะ 10,000 MW ซึ่งล่าช้าจากเป้าหมายเดิมที่คาดไว้ราวปี 66 เนื่องจากมีโรงไฟฟ้า 1 แห่ง ขนาดกำลังการผลิต 1,400 MW จะหมดสัญญาขายไฟลง จึงทำให้บริษัทต้องหากำลังการผลิตมาชดเชย เพื่อไม่ให้กระทบต่อกำลังการผลิตโดยรวม 

*** ปักธง 5 ปี EBITDA ธุรกิจนอกกลุ่มโรงไฟฟ้าแตะ 20% 
    
        นายกิจจา กล่าวต่อว่า บริษัทวางเป้าหมายภายใน 5 ปีข้างหน้า EBITDA ของธุรกิจที่ไม่ใช่โรงไฟฟ้า เพิ่มขึ้นเป็น 20% จากปัจจุบันที่อยู่ระดับ 5% หลังจากมองว่า ธุรกิจโรงไฟฟ้ามีผู้เข้ามาเล่นในธุรกิจนี้มากขึ้น โดยบริษัทจะพยายามเข้าไปลงทุนในธุรกิจที่เป็นระบบสัมปทาน หรือ ผูกขาด เช่น รถไฟฟ้า,ระบบสาธารณูปโภคพื้นฐาน และ ธุรกิจที่มีลักษณะธุรกิจที่ค่อนข้างผูกขาด เพราะความเสี่ยงน้อย และ คู่แข่งสามารถเข้ามาได้ยาก

*** จับมือ BAFS ลุยพลังงานทดแทน-ขนส่งน้ำมันทางท่อ

        นายกิจจา กล่าวด้วยว่า สำหรับการเข้าไปซื้อหุ้นใน บริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ BAFS สัดส่วน 15.53%  บริษัทได้ศึกษาความเสี่ยงหมดแล้วจึงเข้าซื้อ และ มองว่า เป็นโอกาสที่ดีที่ธุรกิจจะเกื้อหนุนกันได้ในอนาคต โดยปัจจุบันอยู่ระหว่างการเจรจาร่วมกันในธุรกิจพลังงานทดแทน และ ธุรกิจขนส่งน้ำมันทางท่อแถวภาคเหนือที่บริษัทลูกของ BAFS กำลังลงทุนอยู่ ซึ่งหากบริษัทสนใจ ทาง BAFS ก็เปิดโอกาสให้บริษัทร่วมลงทุนได้

*** กวาดกำไรปี 63 แตะ 6.28 พันลบ. โต 5.4% 
    
        RATCH รายงานผลประกอบการปี 63 มีกำไรสุทธิ 6,286.68 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5.4% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 5,963.28 ล้านบาท เนื่องจากรับรู้ส่วนแบ่งกำไรจากการร่วมค้าและบริษัทร่วมเพิ่มขึ้น รวมทั้งบริษัทฯ รับรู้กำไรจากอัตราแลกเปลี่ยนจากสกุลเงินเหรียญออสเตรเลียที่แข็งค่าขึ้น
        โดยบริษัทมีรายได้รวม 16,155.92 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 3.1% จากช่วงเดียวกันปีก่อน เป็นรายได้จากการขายและการให้บริการ (ไม่รวมค่าเชื้อเพลิง) 8,286.47 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% มีรายได้ตามสัญญาเช่าการเงิน 2,553.21 ล้านบาท ลดลง 12.7% และ มีส่วนแบ่งกำไรจากเงินลงทุนในบริษัทร่วม/การร่วมค้า 4,600.34 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 15.9% และมีรายได้ค่าบริการการจัดการ 276.31 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 13.1%
         นอกจากนี้ มีต้นทุนและค่าใช้จ่ายรวม 10,173.66 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 6.3% แบ่งเป็นต้นทุนขาย และ การให้บริการ (ไม่รวมค่าเชื้อเพลิง) 6,862.62 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 20.9% มีค่าใช้จ่ายในการบริหาร 1,601.09 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเล็กน้อย มีกำไรจากการเปลี่ยนแปลงมูลค่ายุติธรรมอนุพันธ์ 130.24 ล้านบาท และ มีต้นทุนการเงินเพิ่มขึ้นเป็น 1,551.35 ล้านบาท 
          ส่งผลให้ มี EBITDA ที่ 9,664.80 ล้านบาท ลดลง 3.3% มีกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน 304.45 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 329% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ขาดทุนอัตราแลกเปลี่ยน 132.48 ล้านบาท

*** ประกาศจ่ายปันผลอีก 1.25 บาท/หุ้น
    
        ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท มีมติอนุมัติการจ่ายเงินปันผลจากผลดำเนินงานปี 63 ในอัตราหุ้นละ 2.40 บาท โดยได้มีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลแล้ว 1.15 บาท คงเหลือจ่ายอีกอัตรา 1.25 บาท/หุ้น กำหนดวันที่ไม่ได้รับสิทธิปันผล (XD) วันที่ 2 มี.ค.64 และ กำหนดจ่ายเงินปันผลวันที่ 23 เม.ย.64







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด