ข่าวนี้ที่ 1

ธปท.จ่อออกมาตรการช่วยแบงก์-ลูกหนี้ ตั้ง AMC รับมือ NPL

ธปท.จ่อออกมาตรการช่วยแบงก์-ลูกหนี้ ตั้ง AMC รับมือ NPL

"ธนาคารแห่งประเทศไทย" นัดถก "ธนาคารพาณิชย์-ภาคเอกชน" หาข้อสรุปมาตรการพักชำระหนี้ที่จะสิ้นสุด 22 ต.ค.นี้  แย้มตั้ง AMC จัดเป็นแพ็คเกจช่วยลูกหนี้-เจ้าหนี้เพิ่มเติม หวังช่วยประคองทั้งสองฝ่ายไปพร้อมกัน หลังประเมินเศรษฐกิจยังฟื้นตัวต่ำ จากภาคท่องเที่ยวไม่ฟื้น-ไร้วัคซีนโควิด คาดใช้เวลา 2 ปี กลับสู่ก่อนเกิดโควิด-19  

*** ธปท.นัดถกแบงก์-เอกชน สรุปยืดหนี้

    นายเศรษฐพุฒิ สุทธิวาทนฤพุฒิ ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในเร็วๆนี้ ธปท.จะเรียกธนาคารพาณิชย์ และภาคเอกชน มาหารือร่วมกัน เพื่อพิจารณาถึงมาตรการพักชำระหนี้ที่จะสิ้นสุดในวันที่ 22 ต.ค.นี้

     ทั้งนี้จะต้องพิจารณาถึงจำนวนตัวเลขหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) รวมถึงแนวโน้มหนี้ที่จะเสีย ก่อนตัดสินใจว่ามีความจำเป็นต้องขยายมาตรการดังกล่าวหรือไม่ คาดว่าจะได้ข้อสรุปก่อนสิ้นสุดมาตรการ

*** จ่อออกแพ็คเกจช่วยลูกหนี้-เจ้าหนี้เพิ่มเติม

     นายเมธี สุภาพงษ์ รองผู้ว่าการ ด้านเสถียรภาพการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า ธปท.ได้เตรียมออกมาตรการเพิ่มเติมในการดูแลลูกหนี้ที่อาจกลับมาชำระหนี้ไม่ได้หลังหมดมาตรการพักชำระหนี้  เพื่อสนับสนุนและประคับประคองลูกหนี้ในภาวะเศรษฐกิจปัจจุบัน

       ส่วนมาตรการช่วยเหลือในส่วนของธนาคารพาณิชย์ที่ต้องรับมือกับระดับหนี้เสียที่อาจเพิ่มขึ้น ธปท.ได้เตรียมแพ็คเกจช่วยเหลือเพื่อประคองธนาคารพาณิชย์และภาคธุรกิจไปพร้อมกัน โดยการจัดตั้งบริษัทบริหารสินทรัพย์ (AMC) เพื่อมาดูแล NPL ที่อาจเพิ่มขึ้น เป็นทางเลือกหนึ่งที่กำลังพิจารณา ซึ่งมีแนวคิดดำเนินการเป็น Assets Warehousing  โดยจะมีการแถลงอย่างเป็นทางการอีกครั้ง

      นอกจากนี้จะมีการพิจารณาปรับเงื่อนไขมาตรการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ (soft loan) เพิ่มเติมด้วย เพื่อให้มีประสิทธิภาพและตรงจุดมากขึ้น ซึ่งจะดำเนินควบคู่กับการปรับโครงสร้างหนี้ให้แก่ SMEs

*** คาด 60% กลับมาชำระหนี้ตามปกติ

    สำหรับจากโครงการพักชำระหนี้ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19  คาดว่าน่าจะกลับมาชำระหนี้ได้ประมาณ 60% ของผู้ที่เข้าร่วมโครงการพักชำระหนี้ ส่วน 40% อาจไม่สามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามปกติ

    "ไม่ได้ความว่าจะชำระหนี้ไม่ได้ทั้งหมด แต่อาจมีกลุ่มเอสเอ็มอี และลูกหนี้รายย่อย ที่อาจชำระไม่ได้ แต่ไม่มากเท่าไร หากเทียบจำนวนรายและมูลค่าหนี้ทั้งระบบ" นายเมธี กล่าว

***  จ่อคลายเกณฑ์รายย่อยลงทุนตปท.

     นายเมธี กล่าวอีกว่า ธปท.เตรียมผ่อนคลายหลักเกณฑ์การลงทุนในต่างประเทศแก่นักลงทุนรายย่อย  เพื่อให้ออกไปลงทุนในต่างประเทศได้ง่ายขึ้น  เพื่อสร้างการเรียนรู้ คุ้นเคยกับอัตราแลกเปลี่ยน และกระจายความเสี่ยงมากขึ้น เนื่องจากตลาดหุ้นในต่างประเทศหลายแห่งยัง Outperform กว่าตลาดหุ้นไทย   นอกจากนี้ จะเปิดให้นำสินทรัพย์ในต่างประเทศเข้ามาซื้อขายในประเทศให้นักลงทุนทั่วไปได้มากขึ้น  ซึ่งคาดว่าเฟสแรกน่าจะเริ่มต้นได้ราวต้นปี 64  

     " ถือเป็นการเปิดให้เงินลงทุนไหลออกไปต่างประเทศมากขึ้น เพราะหลายประเทศที่มีการเกินดุลบัญชีเดินสะพัดสูงก็ทำกันทั้ง ไต้หวัน สิงคโปร์ เนื่องจากเงินทุนเคลื่อนย้ายมีผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนมากขึ้นในช่วงนี้ แทนภาคท่องเที่ยวและส่องออกที่ชะลอตัว  จะช่วยลดแรงกดดันเงินบาทแข็งค่าที่จะมากระทบเศรษฐกิจในอนาคตไปในตัว " นายเมธีกล่าว    

    ส่วนความคืบหน้าในการอนุญาตให้ธนาคารพาณิชย์เริ่มกลับมาจ่ายปันผลได้ ขณะนี้ ธปท.ยังไม่ได้ข้อสรุป เนื่องจากต้องรอผลการจัดทำ Stress Test ให้เสร็จเรียบร้อย ที่คาดว่าผลจะออกเร็วๆนี้    โดยล่าสุดพบว่าเงินกองทุนของระบบสถาบันการเงินไม่ได้ลดลงจนน่ากังวล ธนาคารพาณิชย์ยังรักษาเงินกองทุนอย่างเพียงพอ ซึ่งธปท.ไม่ได้ตั้งเป้าหมายว่าเงินกองทุนต้องกลับไปที่ระดับช่วงก่อนโควิด-19 

*** ศก.ใช้เวลาฟื้นตัว 2 ปี 

    นายดอน นาครทรรพ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายเสถียรภาพระบบการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า แนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจไทยยังไปในทางต่ำลง เนื่องจากยังมีหลายปัจจัยกดดัน ทั้งภาคท่องเที่ยวที่ยังไม่กลับเป็นปกติ จนกว่าจะมีวัคซีนโควิด-19 รวมถึงเศรษฐกิจโลกที่มีโอกาสหดตัวรุนแรง หากเกิดการระบาดรอบ 2 จนต้องกลับมาใช้มาตรการเข้มงวด

     ทั้งนี้ ธปท.ประเมินว่าเศรษฐกิจไทยปีนี้ ติดลบ 7.8% จากเดิมคาดติดลบ 8.1% ส่วนปี 64 กลับมาขยายตัว 3.6% จากเดิมคาดขยายตัว 5%  โดยประเมินว่าเศรษฐกิจไทยต้องใช้เวลาไม่น้อยกว่า 2 ปี ในการฟื้นตัวกลับไปสู่ระดับก่อนเกิดโควิด-19 

     ด้านส่งออกปีนี้คาดติดลบ 8.2% และปี 64 ขยายตัว 4.5%  ส่วนเงินเฟ้อทั่วไปมีแนวโน้มติดลบน้อยลง จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวขึ้นเป็นสำคัญ ประเมินเงินเฟ้อทั่วไปปีนี้ติดลบ 0.9% จากเดิม ติดลบ 1.7% ส่วนปี 64 คาดขยายตัว 1% จากเดิมขยายตัว 0.9%    

    " เราคาดว่ามาตรการเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติจะทำอย่างค่อยเป็นค่อยไป และเปิดรับนักท่องเที่ยวได้มากขึ้นในครึ่งหลังปี 64" นายดอน กล่าว 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด