ข่าวนี้ที่ 1

กูรูคัดหุ้นฟื้นเร็วหลังล็อกดาวน์ อิเล็กฯ-ส่งออก-บริหารหนี้ แจ่ม!

กูรูคัดหุ้นฟื้นเร็วหลังล็อกดาวน์ อิเล็กฯ-ส่งออก-บริหารหนี้ แจ่ม!

          โบรกฯ เปิดโผหุ้นแกร่ง ผลงานเด่น เชื่อฟื้นตัวได้เร็ว หลังสิ้นสุดมาตรการล็อกดาวน์ นำโดยกลุ่ม อิเล็กทรอนิกส์- ส่งออก- บริหารหนี้ และหุ้นปันผลดี ส่วนกลุ่มโรงพยาบาล แข็งแกร่งกว่าตลาด  ด้าน"เอเซียพลัส" ยก MCS-AEONTS-SPVI-TFG-DOHOME-GPSC เป็นหุ้นเด่น ส่วน"ทิสโก้" ชู KCE-CBG- TU - TVO  และ EASTW

          *** ASPS ชู 6 หุ้นแกร่งฟื้นตัวเร็ว หลังล็อกดาวน์

          บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซียพลัส (ASPS) ระบุว่า ฝ่ายวิจัยฯได้ทำการวิเคราะห์ให้ลึกลงไป เพื่อเตรียมหุ้นที่มักจะฟื้นตัวเร็วหลังเหตุการณ์ยกระดับมาตรการคุมโควิด หรือ ล็อกดาวน์ โดยการเปรียบเทียบผลตอบแทนในช่วงกับเหตุการณ์ล็อกดาวน์สมุทรสาคร (SET -6.34%) กับความกังวลก่อนมีมาตรการแบ่งโซนสี (SET -4.79%) ได้ผลลัพธ์ดังนี้

          1.กลุ่มหุ้นที่มักปรับตัวลงแรงก่อนในช่วงที่กังวล แต่ก็ฟื้นเร็วเช่นกันหากการควบคุมเห็นผลได้เร็ว (High Risk High Return) ส่วนใหญ่ คือ กลุ่มที่มีธุรกิจเกี่ยวกับการ Reopening หลังจากออกมาตการคุมเข้ม 1 เดือนแล้วฟื้นได้เร็ว คือ ETRON, PETRO, FIN, CONS, MEDIA, FOOD และ TOURISM แต่ปัจจุบันหากนักลงทุนต้องการลงทุนกลุ่มดังกล่าว จะต้องจับจังหวะในการฟื้นให้ดี เพราะถ้าการแพร่ระบาดยืดเยื้อ อาจกดดันหุ้นกลุ่มดังกล่าวให้ฟื้นช้ากว่าในอดีต

          โดยกลุ่มอิเล็กทรอนิกส์ คือ กลุ่มที่ Outperform ที่สุดจากสถิติอดีต โดยปัจจุบันมีปัจจัยพื้นฐานที่ดีทั้งในด้านกำไรที่คาดจะยังเติบโตต่อเนื่อง อีกทั้งได้รับ Sentimentบวกจากทิศทางเงินบาทที่อ่อนค่าลง อย่างไรก็ตามด้วย Valuation ที่แพงเกินมูลค่าพื้นฐานไปแล้ว จึงแนะนำเพียงเก็งกำไรในระยะสั้นเท่านั้น นำโดย KCE (FV@B60) และ HANA (FV@B46)

          2.กลุ่มหุ้นที่มีผลประกอบการดี มักจะ Outperform ได้โดดเด่น หลังเหตุการณ์ Lockdown จากการค้นหาพบว่ามีหุ้น 18 บริษัทที่ฝ่ายวิจัย Cover และ Outperform เด่นทั้งในช่วง 1 สัปดาห์ และ 1 เดือน หลัง Lockdown

          ดังนั้นฝ่ายวิจัยจึงคัดหุ้นน่าลงทุน จากหุ้นที่เคยฟื้นเร็วหลัง Lockdown ในอดีต เสริมด้วยผลประกอบการมีโอกาสเติบโตโดดเด่นสวนทางตลาดในช่วงที่เหลือของปีนี้ ได้ผลลัพธ์หุ้นฟื้นตัวเร็วหลัง Lockdown น่าลงทุน 6 บริษัท คือ MCS,AEONTS,SPVI,TFG,DOHOME,GPSC

          *** ทิสโก้ ชี้ 4 กลุ่มหุ้นเด่น รับผลกระทบล็อกดาวน์น้อย

          นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ มองว่า ฝ่ายวิจัยประเมินว่าหุ้นที่คาดว่าจะฟื้นตัวได้รวดเร็วหรือได้รับผลกระทบจากมาตรการควบคุมโควิดที่เข้มงวดมากขึ้น หรือ ล็อกดาวน์ ค่อนข้างน้อยมีจำนวน 4 กลุ่มหลักๆ ได้แก่ กลุ่มโรงพยาบาล,ส่งออก,ธุรกิจรับซื้อหนี้เสีย และกลุ่มหุ้นปันผลดี 

          โดย 1.กลุ่มโรงพยาบาล ซึ่งหุ้นในกลุ่มนี้ปัจจุบันปรับตัวเพิ่มขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง หลังจากคาดว่าจะได้ประโยชน์จากจำนวนผู้ป่วยที่เดินทางเข้ามารับการรักษาที่เพิ่มสูงขึ้นและการบริการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ซึ่งจะสนับสนุนให้ผลประกอบการปรับตัวดีขึ้นต่อเนื่องยาวไปจนถึงงวดไตรมาส 3/64 อย่างไรก็ตามปัจจุบันหุ้นบางตัวมีราคาเพิ่มขึ้นเกินพื้นฐานแล้ว โดยหุ้นที่ฝ่ายวิจัยแนะนำในกลุ่มนี้คือ BCH และ BDMS

          2.กลุ่มส่งออก เพราะคาดว่าหุ้นกลุ่มนี้จะได้ประโยชน์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในต่างประเทศและรับอานิสงส์จากอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงินบาทที่อ่อนค่า ซึ่งจะส่งผลให้กำไรของกลุ่มส่งออกปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น โดยสำหรับหุ้นในกลุ่มดังกล่าวที่แนะนำคือ KCE,CBG และ TU 

          3.กลุ่มธุรกิจรับซื้อหนี้เสีย เพราะคาดว่าหุ้นกลุ่มนี้จะอานิสงส์จากปริมาณหนี้เสียที่จะออกมาจากระบบมากขึ้น ซึ่งถือเป็นโอกาสในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มธุรกิจรับซื้อหนี้เสีย โดยหุ้นที่แนะนำคือ JMT 

          4.หุ้นปันผลดี เนื่องจากเชื่อว่าช่วงจังหวะที่ตลาดหุ้นย่อตัวถือเป็นโอกาสที่ดีในการเข้าเก็บหุ้นกลุ่มนี้เข้าพอร์ต โดยหุ้นที่แนะนำคือ TVO และ EASTW เพราะคาดว่าจะมีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาล โดยในส่วนของ TVO คาดว่าจะจ่ายเงินปันผลราว 4%ต่อปี และ EASTW คาดว่าจ่ายเงินปันผลราว 2%ต่อปี

          *** KTBST เปิดหุ้น 8 กลุ่ม รับผลกระทบหนัก

          บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบีเอสที มองว่า มาตรการที่เข้มงวดมากขึ้นในการควบคุมการแพร่ระบาด มองเป็นปัจจัยลบต่อตลาดหุ้นไทย และเป็นการแสดงให้เห็นว่า การแพร่ระบาดในประเทศไทยอยู่ในระดับที่น่าเป็นห่วง ดังนั้น มาตรการดังกล่าวจะส่งผลกระทบเป็นลบส่วนใหญ่กับหลายธุรกิจ

          โดยประเมินว่าหุ้นที่จะมีโอกาส Underperform มากสุด ได้แก่ AAV จากจำนวนผู้โดยสารจะฟื้นตัวช้ากว่าคาด ซึ่งเดิมเริ่มมีความหวังจะเริ่มฟื้นตัว, ERW การท่องเที่ยวในประเทศจะฟื้นตัวช้ากว่าเดิม และ KBANK มีสินเชื่อเที่ยวกับภาคการท่องเที่ยวและ SME ที่จะได้รับผลกระทบมากสุด

          ส่วนหุ้นที่จะได้รับผลบวกจากมาตรการดังกล่าว และมีโอกาส Outperform มากสุด ได้แก่ BCH จากการเป็นหนึ่งใน รพ. หลักในการรักษาผู้ป่วยโควิดใน กทม. และ ปริมณฑล มากสุด และ COM7 จากการขายสินค้า IT สำหรับ work from home เพิ่มมากขึ้น
 

Underperform    

กลุ่ม Aviation Tourism Bank Commerce Industrial estate Ground transportation Energy Others
รายชื่อหุ้น AAV CENTEL KBANK CRC AMATA BEM TOP SPA
  BA MINT SCB BJC WHA BTS SPRC MAJOR
  AOT ERW         ESSO  
              BCP  
              IRPC  
              PTG  
              OR  

 

Outperform

กลุ่ม Healthcare IT Distributor Others
รายชื่อหุ้น BCH COM7 MEGA
  CHG SYNEX  
  EKH SIS  
  THG    

 

          *** ศบค.เคาะ เคอร์ฟิว 21.00-04.00 น. พื้นที่แดงเข้ม 10 จว. 

          แพทย์หญิงอภิสมัย ศรีรังสรรค์ ผู้ช่วยโฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์โควิด-19 (ศบค.) ระบุว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ได้อนุมัติมาตรการดังนี้ โดยมีผลตั้งแต่วันที่ 12 ก.ค.64 เป็นต้นไป 

          1.จำกัดการเคลื่อนย้ายและดำเนินกิจกรรมของบุคคล เฉพาะกรุงเทพฯและปริมณฑล โดยขอให้ส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และเอกชนทำงาน Work From Home ให้มากที่สุด ระบบขนส่งสาธารณะปิดให้บริการ 21.00-03.00 น. ร้านสะดวกซื้อ ตลาดโต้รุ่ง ปิดเวลา 20.00-04.00 น. 

          ห้างสรรพสินค้า ศูนย์การค้า คอมมูนิตี้มอลล์ เปิดได้เฉพาะ ซูเปอร์มาร์เก็ต ร้านอาหารและเครื่องดื่ม ธนาคารและสถาบันการเงิน ร้านขายยาและเวชภัณฑ์ ร้านอุปกรณ์เครื่องมือสื่อสาร สถานที่ฉีดวัคซีน เปิดได้ถึงเวลา 20.00 น. 

          ร้านจำหน่ายอาหารหรือเครื่องดื่ม ห้ามบริโภคอาหารหรือสุรา หรือเครื่องดื่มในร้าน เปิดได้ถึง 20.00 น.ห้ามรวมกลุ่มทำกิจกรรมสังคม ที่ไม่ใช่การปฏิบัติหน้าที่ ที่มีการรวมกลุ่มตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป 

          2.ห้ามการเดินทางที่ไม่จำเป็น และห้ามออกนอกเคหสถาน (เคอร์ฟิว) ตั้งแต่เวลา 21.00-04.00 น. ของวันรุ่งขึ้น เว้นแต่มีความจำเป็นยิ่ง หรือได้รับอนุญาตเป็นรายกรณี

          3.การควบคุมและป้องกันการแพร่ระบาดในกลุ่มแรงงานก่อสร้างยังคงเป็นไปตามข้อกำหนดของศบค. ที่ได้ประกาศไปก่อนหน้านี้ 

          4.กำกับดูแลให้ประชาชนปฏิบัติตามมาตรการป้องกันส่วนบุคคล (DMHTTA) อย่างสูงสุด

          5.ให้หน่วยงานด้านความมั่นคงจัดตั้งจุดสกัด และชุดลาดตระเวน เพื่อกำกับดูแลการปฏิบัติอย่างเข้มงวด พร้อมดำเนินการตั้งแต่วันที่ 10 ก.ค. นี้ เวลา 06.00 น. เป็นต้นไป หากพบผู้ฝ่าฝืนให้บังคับใช้บทลงโทษตามแห่งพ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉิน พ.ศ.2548 และพ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ.2558 

          ทั้งนี้ศบค.ยังได้มีมติขยายเวลาการประชุมสถานการณ์ฉุกเฉิน ในทุกเขตท้องที่ทั่วราชอาณาจักร ตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค.-30 ก.ย. นี้ โดยจะเสนอให้คณะรัฐมนตรี (ครม.) อนุมัติในวันที่ 13 ก.ค. นี้ 

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด