ข่าวนี้ที่ 1

SET พุ่ง 40 จุด รับ'ไบเดน'จ่อคว้าชัย-FETCO คาดสิ้นปี1,350จุด

SET พุ่ง 40 จุด รับ'ไบเดน'จ่อคว้าชัย-FETCO คาดสิ้นปี1,350จุด

    ตลาดหุ้นไทยพุ่งแรงกว่า 40 จุด สอดคล้องกับตลาดหุ้นทั่วโลกที่ดีดตัวตอบรับคาดการณ์ "โจ ไบเดน" มีโอกาสชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ส่งผลข้อพิพาทด้านการค้าระหว่างจีนและสหรัฐฯผ่อนคลายลง แนะหุ้นโรงไฟฟ้า-หุ้นแนวโน้ม Q3/63 กำไรโตดี ฟาก FETCO ลั่น SET ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ลุ้นสิ้นปีนี้แตะ 1,300-1,350 จุด 
    
    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีหุ้นไทยวานนี้(5 พ.ย.)ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง ตอบรับคาดการณ์ว่านายโจ ไบเดน จะชนะเลือกตั้งสหรัฐฯ ซึ่งจะส่งผลดีต่อตลาดหุ้นเอเชียและตลาดหุ้นไทย โดยดัชนีปิดที่ระดับ 1,264.32 จุด เพิ่มขึ้น 41.88 จุด (+3.43%) ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 80,914.90 ล้านบาท 

*** หุ้นไทยพุ่งแรง ได้แรงหนุน 'ไบเดน' ชนะเลือกตั้ง
    
    นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน- กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน จำกัด เปิดเผยว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ที่ปรับตัวขึ้นแรงงวันนี้ เนื่องจากได้แรงหนุนจากการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ที่มีแนวโน้มว่านายโจ ไบเดน จะเป็นผู้ชนะการเลือกตั้งดังกล่าว
    หากนายโจ ไบเดน เป็นผู้ชนะการเลือกตั้งสหรัฐฯในครั้งนี้ จะส่งผลดีกับตลาดหุ้นฝั่งเอเชีย เนื่องจาก นายโจ ไบเดน มีนโยบายการค้ากับประเทศคู่ค้าที่ค่อนข้างประนีประนอมกว่า นายโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะเดียวกัยนโยบายการขับเคลื่อนเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อาจต้องใช้เวลามากขึ้น ส่งผลให้ตลาดหุ้นเอเชียจะได้รับความเชื่อมั่นจากนักลงทุนมากกว่าตลาดหุ้นสหรัฐฯ

*** มองแนวต้าน 1,265 จุด แนะหุ้นโรงไฟฟ้า-หุ้นแนวโน้มกำไร Q3 โตดี 
    
    ทั้งนี้ ประเมินแนวรับของสัปดาห์นี้ที่ 1,230 จุด แนวต้าน 1,265 จุด ส่วนกลยุทธ์การลงทุน แนะนำหุ้นในกลุ่มโรงไฟฟ้า ประกอบด้วย บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF, บริษัท บีซีพีจี จำกัด (มหาชน) หรือ BCPG และ บริษัท ราช กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) RATCH 

    นอกจากนี้ ยังแนะนำหุ้นที่กำไรไตรมาส 3/63 มีแนวโน้มเติบโตโดดเด่น ประกอบด้วย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) CPF, บริษัท น้ำมันพืชไทย จำกัด (มหาชน) หรือ TVO และ บริษัท เอ็กโซติค ฟู้ด จำกัด (มหาชน) หรือ XO

*** FETCO ลั่น SET ผ่านจุดต่ำสุดแล้ว ลุ้นสิ้นปีนี้แตะ 1,300-1,350 จุด
    
    นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) กล่าวว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในช่วงที่เหลือของปีนี้ ประเมินว่าช่วงสิ้นปีมีโอกาสเห็นดัชนีฯขึ้นแตะระดับ 1,300-1,350 จุดได้ เนื่องจากคาดว่าตลาดน่าจะมีแนวโน้มปรับตัวที่ดีขึ้นจากสถานการณ์การเมืองในประเทศที่เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้นชั่วคราว หลังรัฐบาลพยายามตอบสนองบางเรื่อง เช่น การแก้รัฐธรรมนูญหรือการจัดตั้งคณะกรรมการสมานฉันท์เพื่อหาทางออกให้ความขัดแย้งของประเทศและการชุมนุมที่ไม่รุนแรงเหมือนช่วงแรกๆ ประกอบกับการปรับประมาณการนักวิเคราะห์เริ่มนิ่งแล้วและบางส่วนมีการปรับประมาณการปีหน้าเพิ่มขึ้น ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าตลาดหุ้นไทยได้ผ่านจุดต่ำสุดไปแล้วและเชื่อว่าแนวรับที่ระดับ 1,200 จุด เป็นจุดรับที่ถือว่าแข็งแกร่ง

*** คาดดัชนีปี 64 ฟื้น กำไรบจ.โต 40% ศก.ผงกหัว ลุ้นฟันด์โฟลว์เข้า

     มองว่าทิศทางตลาดหุ้นไทยปีหน้าจะฟื้นตัวได้อย่างแน่นอน เพราะได้แรงหนุนจากทิศทางกำไรของบริษัทจดทะเบียนไทย (บจ.) ที่คาดว่ากลับมาเติบโตในระดับ 40% จากปีนี้ที่ลดลงไปในระดับใกล้เคียงกัน และคาดว่าการพัฒนาวัคซีนป้องกันโควิด-19 น่าจะออกมาให้เห็นชัดเจนบ้างแล้วหรือมีการเริ่มต้นทดลองใช้ในบางประเทศ ซึ่งพัฒนาการดังกล่าวจะทำให้มีการเปิดประเทศกันมากขึ้น รวมถึงมาตรการอัดฉีดเม็ดเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจของหลายประเทศ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาวะเศรษฐกิจปีหน้าที่จะมีโอกาสผงกหัวขึ้น

    นอกจากนี้ คาดว่าเม็ดเงินลงทุนต่างชาติจะไหลกลับเข้ามาในตลาดหุ้นไทยได้ หลังจากปีนี้ต่างชาติขายสุทธิแล้วกว่า 3 แสนล้านบาท ซึ่งถือว่าสูงที่สุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากเชื่อว่าปีหน้าหุ้นมีโอกาสที่เม็ดเงินจะย้ายออกจากหุ้นเทคโนโลยีมาสู่หุ้นที่ได้รับอานิสงส์จากการฟื้นตัวของเศรษฐกิจโลกและเศรษฐกิจในประเทศหลังจากที่ผ่านมาได้รับผลตอบแทนสูงกว่า 60-70% แล้ว

   ประกอบกับหุ้นในตลาดหุ้นไทยส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับเศรษฐกิจเป็นหลักและเป็นตลาดที่ปรับตัวลดลงมามากสุดในภูมิภาคเอเซีย จึงมีโอกาสสูงที่นักลงทุนจะหันมาเลือกลงทุนหุ้นที่ยังปรับตัวน้อยกว่าตลาดหุ้นอื่นๆ

    ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน (FETCO Investor Confidence Index) ประจำเดือน พ.ย. ซึ่งมีผลสำรวจในเดือนต.ค. 2563 พบว่าในอีก 3 เดือนข้างหน้าดัชนีอยู่ที่ระดับ 61.27 จุด ซึ่งถือว่าต่ำสุดในรอบ 8 เดือน และปรับตัวลดลง 9% จากเดือนก่อนหน้า โดยยังคงอยู่ในเกณฑ์ “ซบเซา” ต่อเนื่องเป็นเดือนที่สาม มีปัจจัยฉุดจากสถานการณ์ทางการเมืองในประเทศที่กระทบความเชื่อมั่นนักลงทุนมากที่สุด รองลงมาคือการถดถอยของเศรษฐกิจในประเทศ และการท่องเที่ยวในประเทศรวมถึงความกังวลต่อการระบาดระลอกสองของโควิด-19







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด