ข่าวนี้ที่ 1

4 ไอพีโอ ต่อแถวขายหุ้น-เข้าเทรด mai ต.ค.-พ.ย.นี้

4 ไอพีโอ ต่อแถวขายหุ้น-เข้าเทรด mai ต.ค.-พ.ย.นี้

   ไอพีโอ ตบเท้าขายหุ้น-เข้าเทรดในตลาด mai ช่วงต.ค.-พ.ย.นี้  นำโดย GLORY เคาะราคาไอพีโอ 2.80 บาท จองซื้อ 12-15 ต.ค.นี้  ด้าน JP กำหนดกรอบราคาไอพีโอที่ 6.80-7.50 บาท คาดขายหุ้นปลายต.ค. เข้าเทรดต้นพ.ย.นี้ ส่วน DPAINT คาดเคาะราคาไอพีโอ-เสนอขายหุ้นต.ค.นี้ ส่วน TRV ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่งแล้ว เดินหน้าเข้าเทรด mai ปีนี้

 

*** `รุ่งเรืองตลอดไป(GLORY)`เคาะไอพีโอ 2.80 บาท จอง 12-15 ต.ค.นี้

    นางจารีรัตน์ บุลสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟินันซ่า จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัท รุ่งเรืองตลอดไป จำกัด (มหาชน) หรือ GLORY เปิดเผยว่า ได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนครั้งแรก (IPO) จำนวน 70 ล้านหุ้น ของ GLORY ที่ราคา 2.80 บาทต่อหุ้น และเตรียมเปิดให้จองซื้อหุ้น ระหว่างวันที่ 12, 14-15 ต.ค.นี้ โดยมีบล. ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) เป็นผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญในครั้งนี้ พร้อมทั้งคาดว่าจะเข้าทำการซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในวันที่ 25 ต.ค.นี้

    ทั้งนี้ เชื่อว่าหุ้น GLORY จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน เนื่องจาก GLORY เป็นบริษัท Tech Startup ที่พัฒนา Platform ออนไลน์ โดยมีระบบการบริหารจัดการที่ครบทุกมิติ ทำให้ผู้ใช้บริการสามารถเข้าถึงสื่อบันเทิงประเภทงานวรรณกรรม นิยาย และหนังสือได้ง่ายและสะดวก อีกทั้งธุรกิจยังมีแนวโน้มที่จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

 

*** เล็งนำเงิน IPO ซื้อลิขสิทธิ์วรรณกรรม หวังรายได้ปี65 โต 20-40%

    นายจรัญพัฒณ์ บุญยัง ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร GLORY กล่าวว่า สำหรับเงินที่ได้จากการระดมทุนหลังหักค่าใช้จ่ายในครั้งนี้จำนวน 189 ล้านบาท บริษัทฯ จะนำไปขยายการลงทุนเพื่อพัฒนา Platform รองรับการ Scale Up ไปยังต่างประเทศ รวมถึงเตรียมแปลลิขสิทธิ์วรรณกรรมไทยที่มีชื่อเสียงในประเทศไทย เป็น Prototype ส่งออกสู่ตลาดต่างประเทศ เพื่อเปิดตลาดวรรณกรรมไทยออนไลน์ให้มากยิ่งขึ้น ขณะที่เงินจากการระดมทุนอีกส่วนหนึ่งจะถูกนำไปใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนและซื้อลิขสิทธิ์วรรณกรรมจากต่างประเทศเพิ่มเติมจากที่มีในปัจจุบัน เพื่อเพิ่มจำนวนสินค้ารองรับแนวทางการ Scale Up Platform และช่องทางการจัดจำหน่ายวรรณกรรม ให้มีลิขสิทธิ์ครอบคลุมเพื่อตอบสนองลูกค้าเพิ่มขึ้นในทุกกลุ่มเป้าหมาย พร้อมสร้างความมั่นคงทางธุรกิจให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน

    ขณะที่ปี 65 หลังจากที่นำเงินไปซื้อสิขสิทธิ์วรรณกรรมเพิ่มอีก 70% และพัฒนาแพลตฟอร์ม คาดว่าจะเพิ่มรายได้ให้กับบริษัท 20-40% ต่อปี ส่วนปีต่อไปคาดรายได้เพิ่ม 10-20% ต่อปี สำหรับรายได้หลักของบริษัทมาจากการขายวรรณกรรมในหมวดมันส์ 70% ของรายได้รวมจากงานวรรณกรรม

 

*** 'โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (JP)' เคาะกรอบราคาไอพีโอ 6.80-7.50 บ.

    นายชนะชัย จุลจิราภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บล.เอเอสแอล จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายบริษัท โรงงานเภสัชอุตสาหกรรม เจเอสพี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ JP เปิดเผยว่า คาดจะขายหุ้น IPO ของ JP จำนวนไม่เกิน 115 ล้านหุ้น ภายในช่วงปลายเดือนต.ค.นี้ โดยช่วงราคาจะอยู่ในกรอบ 6.80-7.50 บาท พร้อมคาดจะเข้าซื้อขายหลักทรัพย์ (เทรด) ในตลาดหลักทรัพย์ mai ในช่วงต้นเดือนพ.ย.64 นี้ 

    นายสิทธิชัย แดงประเสริฐ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร JP เปิดเผยว่า บริษัทฯเป็นผู้ดำเนินธุรกิจพัฒนา ผลิตและจำหน่าย ยาแผนปัจจุบัน ยาแผนโบราณ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร และผลิตภัณฑ์เสริมอาหารแบบครบวงจร โดยมีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญมานานกว่า 70 ปี ด้วยทีมวิจัยพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความสามารถต่อยอดงานวิชาการสู่นวัตกรรมผลิตภัณฑ์ในเชิงพาณิชย์ ภายใต้ตราสินค้าบริษัทฯ (Own Brand) และขยายฐานกลุ่มลูกค้าการรับจ้างผลิต (OEM) ซึ่งปัจจุบัน บริษัทฯ มีการจดทะเบียนยาที่พร้อมใช้เป็นยาแผนปัจจุบัน ยาแผนโบราณ และอาหารเสริมแล้วกว่า 2,000 ผลิตภัณฑ์

 

*** หวังใช้เงินระดมทุนพัฒนาแปรรูปพืชไข่น้ำ -ลด D/E เหลือต่ำกว่า 1 เท่า

    นายวรชาติ ทวยเจริญ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ฟินเน็กซ์ แอ๊ดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน JP กล่าวว่า สำหรับการนำเสนอขายหุ้น IPO ครั้งนี้ จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนไปส่งเสริมศักยภาพการเติบโตในระหว่างปี 64-67 ได้แก่ 1.โครงการพัฒนาและแปรรูปพืชไข่น้ำเพื่อการผลิตเชิงพาณิชย์ ได้แก่ การสร้างอาคารแปรรูปและซื้อเครื่องจักรแปรรูปไข่น้ำเป็นสินค้าสำเร็จรูป 2.ใช้เงินลงทุนเพื่อโฆษณาประชาสัมพันธ์ผ่านสื่อออนไลน์ TV Home Shopping เพื่อสร้างการรับรู้ถึงคุณสมบัติของตัวสินค้าใหม่ที่จะออกสู่ตลาดในช่วงปี 64-66 

    และ 3. โครงการปรับปรุงและขยายโรงงานทั้งในส่วนกรุงเทพฯและจังหวัดลำพูน โดยปรับปรุงห้องวิจัยและตรวจสอบคุณภาพของโรงงานในกรุงเทพฯ และขยายไลน์การผลิตอาหารเสริมประเภท Soft gel และขยายพื้นที่คลังสินค้าที่โรงงานในจังหวัดลำพูน ส่วนที่เหลือจะนำไปชำระคืนหนี้สถาบันการเงินและใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงาน ซึ่งคาดว่าจะทำให้ D/E ลดลงต่ำกว่า 1 เท่า จากปัจจุบันที่ระดับ 1.7 เท่า

 


*** `สีเดลต้า(DPAINT)` คาดเคาะราคา IPO-เสนอขายหุ้นต.ค.นี้ เข้า mai

    นางจารีรัตน์ บุลสุข กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ฟินันซ่า จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นบริษัท สีเดลต้า จำกัด (มหาชน) หรือ DPAINT เปิดเผยว่า ปัจจุบัน DPAINT อยู่ในช่วงของการโรดโชว์นำเสนอข้อมูลสรุปการเสนอขายหุ้น IPO กับนักลงทุนรายย่อย โดยคาดว่าจะมีการกำหนดราคา IPO และเสนอขายต่อนักลงทุนทั่วไปภายในเดือนต.ค.นี้ โดยบริษัทมีแผนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ในกลุ่มอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง หมวดธุรกิจวัสดุก่อสร้าง

    ขณะที่มองว่าการเข้าจดทะเบียนในครั้งนี้ ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสมสำหรับธุรกิจที่ได้รับอานิสงส์จากการอัดฉีดเม็ดเงินเข้ามากระตุ้นเศรษฐกิจ โดยภายหลังสถานการณ์โควิด-19 มีทิศทางที่ดีขึ้น งานก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์เริ่มขับเคลื่อนเดินหน้าตามแผนงานที่วางไว้ ส่งผลให้ความต้องการสีทาอาคารเติบโตตามมา จึงมองว่า DPAINT จะเป็นหุ้นคุณภาพสำหรับนักลงทุนที่กำลังมองหาบริษัทซึ่งมีเส้นทางและปัจจัยส่งเสริมการเติบโตที่มั่นคง

    นายอรรถพล ตั้งคารวคุณ ประธานเจ้าหน้าที่บัญชีและการเงิน บริษัท สีเดลต้า จำกัด (มหาชน) หรือ DPAINT เปิดเผยว่า วัตถุประสงค์ของการระดมทุนในครั้งนี้จะนำไปใช้ปรับปรุงโรงงาน เครื่องจักร และระบบการผลิตที่โรงงานสุวินทวงศ์ ซึ่งเป็นโรงงานแห่งใหม่ที่คาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 68 ให้มีความทันสมัยและมีระบบอัตโนมัติ อีกทั้งยังเพิ่มศักยภาพและความสามารถในการแข่งขัน นอกจากนี้ใช้เป็นเงินทุนในการซื้อเครื่องผสมสีจำนวน 440 เครื่อง จากครึ่งปีแรกปี 64 ที่มี 379 เครื่อง เพื่อให้บริการลูกค้าแก่ลูกค้าในร้านค้าปลีกและร้านค้าปลีกสมัยใหม่ได้มากขึ้น ผลักดันอัตรากำไรให้แข็งแกร่งต่อเนื่อง รวมทั้งใช้เป็นเงินทุนในการทำระบบ ERP เงินทุนสร้างห้อง LAB ชำระคืนเงินกู้ระยะสั้น และเพื่อใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ 

  

*** ก.ล.ต.นับหนึ่งไฟลิ่ง“ที.อาร์.วี. รับเบอร์ โปรดักส์(TRV)”เทรด mai ปีนี้

    นางสาวเดือนพรรณ ลีลาวิวัฒน์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไพโอเนีย แอดไวเซอรี่ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้นับหนึ่งแบบแสดงรายการข้อมูล (ไฟลิ่ง) บริษัท ที.อาร์.วี. รับเบอร์ โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ TRV เรียบร้อยแล้ว ตามแผนคาดว่าจะสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) หมวดธุรกิจสินค้าอุตสาหกรรม โดยปัจจุบัน TRV มีทุนจดทะเบียน 105,000,000บาท ทุนจดทะเบียนที่ออกและชำระแล้ว 77,717,500 บาท และมีนโยบายจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นไม่น้อยกว่า 40% ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะกิจการที่เหลือหลังจากหักภาษีเงินได้นิติบุคคล และทุนสำรองต่างๆ ตามกฎหมาย

    "มองว่าโอกาสของ TRV หลังจากบริษัทฯเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai จะทำให้บริษัทฯ มีความพร้อมมากขึ้นในการขยายกำลังการผลิต เพื่อเติบโตเคียงคู่อุตสาหกรรมรถยนต์ เครื่องใช้ไฟฟ้า ตามความต้องการของผู้บริโภคที่เพิ่มสูงขึ้น และความก้าวหน้าของเทคโนโลยี รวมทั้งกำลังซื้อที่ฟื้นขึ้นรับมาตรการภาครัฐสนับสนุน โดยเฉพาะอุตสาหกรรมยานยนต์ของไทยที่สนับสนุนการผลิตเพื่อทดแทนการนำเข้า และเน้นการผลิตชิ้นส่วนยานยนต์เพื่อสร้างความเข้มแข็งให้กับห่วงโซ่อุปทาน จนทำให้ปัจจุบันไทยเป็นศูนย์การผลิตและการส่งออกของภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เสริมโอกาสให้ธุรกิจชิ้นส่วน และเพิ่มศักยภาพให้ TRV ก้าวสู่ความเป็นผู้นำในการผลิตและจัดจำหน่ายชิ้นส่วนยางขึ้นรูปในยานยนต์และเครื่องใช้ไฟฟ้าได้อย่างแข็งแกร่งในอนาคต" นางสาวเดือนพรรณ กล่าว







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด