ข่าวนี้ที่ 1

ส่องหุ้นเข้าดัชนี FTSE-ราคา Laggard กูรูแนะเก็บช่วงตลาดฟื้น

ส่องหุ้นเข้าดัชนี FTSE-ราคา Laggard กูรูแนะเก็บช่วงตลาดฟื้น

   โบรกฯเปิดโผหุ้นเข้าคำนวณดัชนี FTSE All World Index คาด BBL และ KBANK เข้าคำนวณใน Large Cap Index ส่วน AWC และ BJC หลุดลงไปอยู่ในดัชนี Mid Cap Index  ด้าน JMART และ STARK ถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี Small Cap Index ขณะที่เอเซียพลัส เปิดโผ 19 หุ้น Laggard น่าสะสม รับอานิสงส์โควิดเริ่มผ่อนคลาย ส่วนหุ้นไทยคลายกังวลโควิด ปิดตลาดพุ่งแรง 28.89 จุด

 

    วันนี้ภาพรวมหุ้นไทย (SET INDEX) ปรับตัวบวกแรง โดยปิดตลาดอยู่ที่ระดับ1,582.07 จุด เพิ่มขึ้น 28.89 จุด หรือ1.86% มูลค่าการซื้อขาย 114,581.00 ล้านบาท ขานรับยอดผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในประเทศลดและแนวโน้มตลาดทุนโลกที่เริ่มฟื้นตัว ด้านบล.ยูโอบี เปิดโผหุ้นเข้าดัชนี FTSE รอบใหม่ 17 ก.ย.นี้ พร้อมลดน้ำหนักหุ้นไทย 40-50 ล้านเหรียญ ฟาก ASPS แนะ 19 หุ้น Laggard น่าเก็บสะสม หลังราคาลงลึก-โควิดเริ่มผ่อนคลาย

 

*** ส่องหุ้นเข้าดัชนี FTSE รอบใหม่ 17 ก.ย.นี้

    บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยผ่านบทวิเคราะห์ว่า ทาง FTSE ได้ประกาศรายชื่อทบทวนดัชนีรายไตรมาส ซึ่งมองว่าการประกาศรอบนี้เป็นลบเล็กน้อยหลังหุ้นไทยถูกปรับลดน้ำหนักจากดัชนี FTSE All World Index ลงราว 40-50 ล้านดอลลาร์ โดยการปรับหุ้นและน้ำหนักรอบดังกล่าวจะมีผล ณ ราคาปิดวันศุกร์ที่ 17 ก.ย.64  โดยมีหุ้นที่เข้า - ออก จากการคำนวณดังนี้

    โดยดัชนี Large Cap Index คาดว่าหุ้นที่จะเข้า ได้แก่ BBL และ KBANK  ส่วนหุ้นที่คาดว่าจะออกจากการคำนวน ได้แก่ BBL-F, BBL-R (NVDR), KBANK-F, KBANK-R  (NVDR), AWC, BJC, DIF 
    ขณะที่ดัชนี Mid Cap Index คาดว่าหุ้นที่จะเข้า ได้แก่ AWC, BJC, DIF และไม่มีหุ้นที่คาดว่าจะออกจากการคำนวน ส่วนดัชนี Small Cap Index คาดว่าหุ้นที่จะเข้า ได้แก่ JMART, STARK และหุ้นที่คาดว่าจะออกคือ FTREIT

    ขณะที่ดัชนี Micro Cap Index คาดว่าหุ้นที่จะเข้า ได้แก่ 7UP, AGE, AS, BRR, BYD, CHAYO, CSS, CWT, DUSIT, ETC, FSS, INOX, IRC, JKN, KISS, MDX, MICRO, NWR, OISHI, PRM, PROSPECT, SABUY, SAK, SITHAI, SKN, SVOA, XPG และหุ้นที่คาดว่าจะออกจากการคำนวน ได้แก่ AIMCG, BFIT, BIG, DCC, GRAND, JMART, MJLF, RBF, RCL, SCP, SF, SPRIME

 

*** ASPS แนะ 19 หุ้น Laggard น่าเก็บสะสม หลังโควิดเริ่มผ่อนคลาย

    ด้านฝ่ายวิจัยบล.เอเซียพลัส (ASPS) ระบุว่า ในช่วงที่ผ่านมาหุ้นกลุ่ม Reopening หรือเปิดเมืองเริ่มกลับมาฟื้นตัวเด่นและหนุนตลาด อาทิ กลุ่มธุรกิจการเงิน (FIN) เพิ่มขึ้นมากสุดราว +3.7%,ขนส่ง (TRANS) +3.5%,บันเทิง (MEDIA) +3.2%,รับเหมาก่อสร้าง (CONS) +2.8% และท่องเที่ยว (TOURISM) +2.4% เป็นต้น

    ขณะที่ความคาดหวังตัวเลขผู้ติดเชื้อที่มีแนวโน้มชะลอลงแบบค่อยเป็นค่อยไป หนุนให้หุ้น Reopening ที่ลงมาลึกกลับมาได้รับความสนใจมากขึ้นอีกครั้งดังนั้นฝ่ายวิจัยฯจึงทำการคัดกรองหาหุ้นพื้นฐานดีที่ปรับฐานลงมาลึกจนน่าเข้าไปเก็บสะสมอีกครั้ง โดยผ่านเงื่อนไขต่างๆ ดังนี้ 

    1.หุ้นที่ฝ่ายวิจัยแนะนำ “ซื้อ”, 2. มี Upside และ 3. ปรับฐานลงมาลึกเกิน 10% ในช่วงกังวลโควิดระลอกใหม่ (15 มิ.ย. – 20 ส.ค.64) โดยได้ผลลัพธ์หุ้นพื้นฐานดีปรับฐานลงมาลึกในช่วงกังวลโควิด ดังนี้ 

Company Sector Recommend ation Last Price (22/08/64) FairValue Upside Return 15Jun to Now
MAJOR MEDIA BUY 18.10 24.00 32.6% -24%
TOP ENERG BUY 44.50 55.00 23.6% -22%
RS COMM BUY 18.70 26.00 39.0% -21%
STEC  CONS  BUY 12.50 15.00 20.0% -17%
KBANK BANK BUY 108.50 145.00 33.6% -17%
PTTEP ENERG BUY 100.50 144.00 43.3%  -16%
RATCH ENERG BUY 44.50 65.01 46.1% -16%
PTT ENERG BUY 35.00 48.50 38.6% -16%
BBL BANK BUY 104.00 135.00 29.8% -15%
NOBLE PROP BUY 6.75 8.85 31.1% -13%
CRC  COMM BUY 32.75 36.50 11.5% -13%
PYLON CONS BUY 4.18 5.77 38.0% -12%
BAM FIN BUY 17.30 23.00 32.9% -12%
AEONTS FIN BUY 179.50 280.00 56.0% -12%
AOT TRANS BUY 59.50 69.99 17.6% -12%
SAWAD FIN  BUY 67.50  80.00 18.5% -11%
SC PROP BUY 3.00 3.38 12.8% -11%
CPN  PROP BUY 50.25  58.00 15.4% -10%
PLANB MEDIA BUY 5.85 7.10 21.4% -10%


    อย่างไรก็ตามจากการคัดกรองต่ออีกชั้นหนึ่งเพื่อเลือกเฉพาะหุ้นที่ฟื้นขึ้นมาเร็วในอดีตยามที่โควิดผ่อนคลาย คือ MAJOR, STEC, CRC, PYLON, AOT, CPN, PLANB เป็นหุ้นพื้นฐานดีปรับฐานลงมาลึกในช่วงกังวลโควิด แต่มีโอกาสฟื้นได้เร็ว

 

*** SET พุ่งแรง หลังยอดโควิดในประเทศลดลง-ตลาดทุนโลกฟื้น

    ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีหุ้นไทยวานนี้(23 ส.ค.) ปรับตัวเพิ่มขึ้นแรง  28.89 จุด โดยปิดตลาดอยู่ที่ระดับ1,582.07 จุด หรือ1.86% มูลค่าการซื้อขาย 114,581.00 ล้านบาท

    บล.ไอร่า เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นไทยเริ่มดูดีขึ้นตามตลาดต่างประเทศ เนื่องจากแรงซื้อคืนหุ้นหลังจากที่หลายตลาดปรับตัวลงก่อนหน้านี้ตามความกังวลแนวโน้มการส่งสัญญาณปรับลดวงเงินมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE) ของธนาคารกลางสหรัฐ (FED) ในปีนี้ หลังการเปิดเผยรายงานการประชุม FOMC เดือน ก.ค. ที่ผ่านมา รวมถึงราคาสัญญาน้ำมันดิบล่วงหน้า WTI และค่าระวางเรือ BDI ยังคงปรับตัวขึ้นต่อเนื่อง

    สำหรับปัจจัยภายในประเทศนอกจากยอดผู้ติดเชื้อลดลงและภาครัฐสั่งซื้อวัคซีนทางเลือกมากขึ้น ซึ่งสะท้อนแนวโน้มการปรับตัวลดลงของผู้ป่วยใหม่ได้ในระยะถัดไป อีกทั้งมองว่าตลาดในปัจจุบันรับรู้แนวโน้มการขยายมาตรการดังกล่าวออกไปจนถึงช่วงสิ้นเดือน ก.ย. ก่อนหน้านี้แล้ว อย่างไรก็ตามแนะนำติดตามการส่งสัญญาณปรับลดความเข้มงวดของมาตรการในช่วงสิ้นเดือนนี้อีกครั้ง







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด