ข่าวนี้ที่ 1

แบงก์ ฟันกำไรครึ่งปีแรก 9.79 หมื่นลบ.-ธปท.จ่อคลอดเกณฑ์คุมค่าฟี

แบงก์ ฟันกำไรครึ่งปีแรก 9.79 หมื่นลบ.-ธปท.จ่อคลอดเกณฑ์คุมค่าฟี

     กลุ่มแบงก์ ประกาศกำไร Q2/64 รวม 5.13 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 9.93% เมื่อเทียบ Q1/64 และ เพิ่มขึ้น 69.15% เมื่อเทียบกับ Q2/63 หลังได้กำไรพิเศษจาก BAY ช่วยหนุน ส่วนครึ่งแรกปี 64 มีกำไรรวม 9.79 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 27% จากช่วงเดียวกันปีก่อน ด้าน ธปท. จ่อออกประกาศเกณฑ์ดูแลค่าธรรมเนียมแบงก์กว่า 300 รายการ เริ่ม Q3/64 หวังสะท้อนต้นทุน-รายได้จริง โบรกฯมองอาจกระทบ Sentiment กลุ่ม

*** กลุ่มแบงก์ Q2/64 มีกำไรรวม 5.12 หมื่นลบ. เพิ่มขึ้น 9.93%

    ผู้สื่อข่าว"อีไฟแนนซ์ไทย" ได้รวบรวมผลประกอบการไตรมาส 2/64 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ 10 แห่ง พบว่า ทำกำไรได้รวม 51,261 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 9.93% จากไตรมาสก่อนหน้า และเพิ่มขึ้น 69.15% เมื่อเทียบช่วงเดียวกันปีก่อน โดย ธนาคารกรุงศรีอยุธยาจำกัด (มหาชน) มีกำไรสูงสุด หลังบุ๊คกำไรขายหุ้น TIDLOR 

    ขณะที่งวด 6 เดือนแรกปี 64 ธนาคารพาณิชย์ 10 แห่ง ทำกำไรรวมอยู่ที่ 97,892 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 26.89% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยธนาคารกสิกรไทย(KBANK) ทำกำไรเติบโตมากสุด 104.40% และ กำไรหดตัวมากสุด คือ ธนาคารซีไอเอ็มบี ไทย จำกัด(มหาชน) หรือ CIMBT

    ทั้งนี้ พบว่า มี 5 ธนาคาร ประกอบด้วย CIMBT , KBANK , BAY , บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด(มหาชน) หรือ TISCO และ ธนาคารเกียรตินาคินภัทร จำกัด (มหาชน) หรือ KKP ที่มียอดคงค้างของเงินให้สินเชื่อด้อยคุณภาพ (Gross NPLs) เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า 

    สำหรับ ธนาคารกรุงเทพ จำกัด(มหาชน) หรือ BBL , ธนาคารกรุงไทย จำกัด(มหาชน) หรือ KTB , ธนาคารทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTB และ LHFG มี Gross NPLs ที่ลดลง เมื่อเทียบจากไตรมาสก่อนหน้า 

ผลการดำเนินงานไตรมาส 2/64 

ธนาคาร Q2/64 Q1/64 QoQ(%) Q2/63 YoY(%)
BAY 14,542 6,504 123.58% 6,507 123.48%
KBANK 8,894 10,627 -16.31% 2,175 308.91%
SCB 8,814 10,087 -11.82% 8,359 5.44%
BBL 6,356 6,923 -8.20% 3,094 105.40%
KTB 6,011 5,578 7.76% 3,755 60.07%
TTB 2,534 2,782 -8.90% 3,095 -18.10%
TISCO 1,666 1,763 -5.50% 1,329 25.30%
KKP 1,354 1,463 -7.40% 1,184 14.40%
CIMBT 613 341 79.76% 306 100.32%
LHFG 477 560 -14.80% 500 -4.70%
รวม 51,261 46,628 9.93% 30,304 69.15%

 

ผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกปี 64 

ธนาคาร ครึ่งแรกปี 64 ครึ่งแรกปี 63 YoY(%)
BAY 21,047 13,540 55.44%
KBANK 19,521 9,550 104.40%
SCB 18,902 17,610 7.33%
BBL 13,279 10,765 23.40%
KTB 11,589 10,222 13.37%
TTB 5,316 7,258 -26.80%
TISCO 3,430 2,815 21.80%
KKP 2,816 2,668 5.60%
CIMBT 954 1,385 -31.11%
LHFG 1,038 1,329 -21.90%
รวม 97,892 77,142 26.89%

 

ตาราง : Gross NPL(%)

ธนาคาร Q2/64 Q1/64 Q2/63
CIMBT 4.75% 4.69% 5.71%
KBANK 3.99% 3.95% 3.88%
SCB 3.75% 3.75% 3.01%
BBL 3.65% 3.74% 4.02%
KTB 3.51% 3.63% 4.16%
KKP 3.16% 2.90% 2.88%
LHFG 2.62% 2.82% 3.07%
TTB 2.44% 2.59% 2.21%
TISCO 2.42% 2.17% 2.90%
BAY 1.79% 1.74% 1.97%

 

*** โบรกฯ มองงบแบงก์เป็นไปตามคาด ส่วนใหญ่ตั้งสำรองฯเพิ่ม 

    นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) เปิดเผยกับ “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” ว่า ผลประกอบการไตรมาส 2/64 ของธนาคารพาณิชย์เป็นไปตามที่คาดไว้ โดยส่วนใหญ่ธนาคารมีการตั้งสำรองที่เพิ่มขึ้น ตามคุณภาพลูกหนี้ หลังได้รับผลกระทบจากโควิด

    อย่างไรก็ตาม แนวโน้มครึ่งปีหลังนี้คาดว่า ผลประกอบการของธนาคารพาณิชย์จะลดลง เมื่อเทียบกับครึ่งปีแรก เนื่องจากได้รับผลกระทบจากการล็อกดาวน์ แม้ว่าทางธปท. จะมีมาตรการเรื่องการพักหนี้ ซึ่งทำให้ธนาคารสามารถจัดชั้นลูกหนี้ได้ยืดหยุ่นขึ้นก็ตาม โดยปีนี้ฝ่ายวิจัยคาดกำไรธนาคารพาณิชย์จะเติบโต 16% 

    “ระยะสั้นต้องดูว่า ล็อกดาวน์ยาวนานแค่ไหน แต่ถ้าระยะยาวแบงก์ยังน่าลงทุน ระยะยาวนี้ คือ 6 เดือน เพราะเราคาดว่า ปลายปีนี้ หรือ ต้นปีหน้า แบงก์จะกลับมาฟื้นตัว โดยหุ้นที่เรายังแนะนำ คือ BBL และ KBANK” นายธนเดช กล่าว 

*** ธปท.จ่อประกาศหลักเกณฑ์ ดูแลค่าธรรมเนียมแบงก์กว่า 300 รายการ 

    นางธัญญนิตย์ นิยมการ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน 2 ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ภายในไตรมาสนี้ (3/64) ธปท.เตรียมออกประกาศหลักเกณฑ์เรื่องการกำกับดูแลค่าธรรมเนียม(ค่าฟี)ของธนาคารพาณิชย์กว่า 300 รายการ เพื่อให้การคิดค่าธรรมเนียมสะท้อนต้นทุน และ รายได้ที่เกิดขึ้นจริง

    โดยหลักเกณฑ์ดังกล่าวทุกธนาคารจะต้องทบทวน และ เปิดเผยค่าธรรมเนียมอย่างชัดเจนบนเว็บไซต์ รวมทั้งให้ธปท. ดึงข้อมูลเพื่อให้ประชาชนเปรียบเทียบเลือกใช้บริการแต่ละธุรกรรมได้ว่าคิดค่าธรรมเนียมเท่าไรบ้าง

    สำหรับหลักเกณฑ์นี้จะคล้ายกับหลักเกณฑ์การกำกับดูแลการให้บริการทางการเงินอย่างเป็นธรรม หรือ มาร์เก็ตคอนดักท์ ซึ่งจะมีอยู่ด้วยกัน 7-8 ข้อที่จะกำหนด แต่ธปท.จะไม่กำหนดเป็นอัตราว่าค่าธรรมเนียมแต่ละประเภทจะเป็นเท่าไร เพราะต้นทุนแต่ละธนาคารแตกต่างกัน และ ให้เกิดการแข่งขันระหว่างธนาคาร

    ทั้งนี้ เมื่อหลักเกณฑ์ได้ประกาศไปแล้ว ธปท.จะสุ่มตรวจว่า อัตราค่าธรรมเนียมเป็นอย่างไร และ ต้องตอบให้ได้ว่า สอดคล้องกับต้นทุนธนาคารหรือไม่

*** โบรกฯ มองธปท.ออกเกณฑ์ดูแลค่าธรรมเนียม อาจมีผลต่อ Sentiment

    นายธนเดช รังษีธนานนท์ ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) เปิดเผยกับ “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” ว่า จากกรณีที่ทางธปท. จะออกประกาศหลักเกณฑ์เรื่องการกำกับดูแลค่าธรรมเนียมของธนาคารพาณิชย์กว่า 300 รายการ ในไตรมาส 3/64 นั้น ประเมินว่า ไม่ได้ส่งผลกระทบอย่างมีนัยฯ กับผลประกอบการธนาคาร แต่อาจมีผลเชิงจิตวิทยา(Sentiment) 

    ซึ่งโดยปกติธนาคารมีรายได้มาจากดอกเบี้ย และ มิใช่ดอกเบี้ย และรายได้ที่สร้างผลประกอบการได้ดีมาจากรายได้การขายประกัน ขายกองทุน และ งานวาณิชธนกิจ ในขณะที่รายได้ที่มาจากดอกเบี้ย คือ รายได้ที่มาจากการปล่อยสินเชื่อ ซึ่งที่ผ่านมารายได้ตรงส่วนนี้จะไม่แตกต่างกันมากเมื่อเปรียบเทียบระบบ

    “ถามว่ามีผลกระทบไหม ก็ตอบว่าไม่มีในเชิงผลประกอบการ แต่ถ้าในด้าน Sentiment มีแน่นอน แต่ยังไงก็ต้องรอดูว่าทางธปท. จะกำกับค่าธรรมเนียมส่วนไหน มีอะไรบ้าง และ คิดเป็นสัดส่วนเท่าไหร่ของรายได้รวมแบงก์ โดยที่ผ่านมาแบงก์ก็คิดค่าธรรมเนียมแทบจะเป็นศูนย์อยู่แล้ว โดยเฉพาะค่าโอน” นายธนเดช กล่าว







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด