ข่าวนี้ที่ 1

GPSC ทุ่ม 1.48 หมื่นลบ.คว้าโซลาร์ฯอินเดีย-กำไรพุ่งทันที 1.5 พันลบ.

GPSC ทุ่ม 1.48 หมื่นลบ.คว้าโซลาร์ฯอินเดีย-กำไรพุ่งทันที 1.5 พันลบ.

    "โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่(GPSC)" ประกาศเข้าซื้อหุ้น "Avaada" จากอินเดีย จำนวน 41.6% มูลค่ารวม 1.48 หมื่นลบ. ร่วมลงทุนโรงไฟฟ้าโซลาร์ฯ 3,744 MW ระบุล่าสุด COD แล้ว 1,392 MW ที่เหลือรอ COD ในปี 65 พร้อมมีแผนดันกำลังผลิตแตะ 11,000 MW ภายใน 5 ปี ด้านโบรกฯมองเป็นปัจจัยบวกต่อ GPSC อย่างมีนัยสำคัญ หนุนกำไรเพิ่มปีละ 1.5 พันลบ. แถมได้พันธมิตรที่ช่วยสร้างโอกาสในการเติบโต  

*** GPSC ทุ่ม 1.48 หมื่นลบ. ซื้อหุ้น "Avaada" 41.6% ลุยโซลาร์ฯอินเดีย 

    นายวรวัฒน์ พิทยศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่ จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 13 ก.ค. 64 บริษัท โกลบอล รีนิวเอเบิล ซินเนอร์ยี่ จำกัด (GRSC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยที่ GPSC ถือหุ้น 100% ได้บรรลุข้อตกลงในการเข้าลงทุนใน  Avaada Energy Private Limited (Avaada) ซึ่งเป็นผู้ดำเนินธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในประเทศอินเดีย โดยมีมูลค่าการลงทุนประมาณ 14,825 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนการลงทุนประมาณ 41.6% ของทุนทั้งหมด

    สำหรับ Avaada ประกอบธุรกิจพลังงานหมุนเวียนขนาดใหญ่ในอินเดีย โดยมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์(โซลาร์ฟาร์ม) ซึ่งมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้าระยะยาวกับ Central and State Government และ ลูกค้าเอกชน (Commercial & Industrial) รวมกำลังการผลิตไฟฟ้า (Committed capacity) ทั้งสิ้น 3,744 เมกะวัตต์(MW) เป็นโรงไฟฟ้า ที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์(COD)แล้วประมาณ 1,392 เมกะวัตต์ และอยู่ระหว่างการก่อสร้างจำนวนประมาณ 2,352 เมกะวัตต์ ซึ่งจะทยอยเปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์ภายในปี 64- 65

    ทั้งนี้ Avaada มีเป้าหมายการขยายธุรกิจพลังงานหมุนเวียนในอนาคต โดยมีเป้าหมายการเติบโตถึง 11,000 เมกะวัตต์ ในปี พ.ศ. 68 เช่นเดียวกับอินเดียที่มีการเติบโตของความต้องการไฟฟ้าสูง และภาครัฐมีนโยบายส่งเสริมการลงทุนพลังงานสะอาด โดยมีเป้าหมายขยายกำลังการผลิตไฟฟ้าจากพลังงานหมุนเวียนจาก 73 กิกะวัตต์ ในปัจจุบัน ให้เป็น 450 กิกะวัตต์ ภายในปี 73 

    ทั้งนี้ บริษัทฯ สามารถรับรู้ผลการดำเนินงานจากการลงทุนดังกล่าวได้ทันที ซึ่งการร่วมทุนดังกล่าว เป็นการขับเคลื่อนธุรกิจอย่างมีนัยสำคัญ ตามแผนกลยุทธ์ของบริษัทฯ ในฐานะ Flagship ของกลุ่ม ปตท. โดยการเข้าลงทุนครั้งนี้จะทำให้ GPSC มีกำลังการผลิตพลังงานหมุนเวียนเพิ่มขึ้นเป็น 2,145 เมกะวัตต์ หรือคิดเป็นสัดส่วน 32% ของกำลังการผลิตทั้งหมด 6,613 เมกะวัตต์ 

*** ดันพอร์ตพลังงานหมุนเวียนกลุ่ม PTT แตะ 8,000MW  ในปี 73  

    นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) หรือ PTT  กล่าวว่า การเข้าร่วมทุนในครั้งนี้ของ GPSC ถือเป็นความมุ่งมั่นในการขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนของ กลุ่ม ปตท. ผ่านทิศทางการลงทุนในอนาคตที่รองรับการเปลี่ยนผ่านด้านพลังงาน เพื่อมุ่งสู่ Net Zero Carbon Emissions และช่วยสนับสนุนให้เกิดการใช้ไฟฟ้าจากพลังงานสะอาด เพื่อนำไปสู่การบรรลุเป้าหมายการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกตามข้อตกลงปารีสร่วมกันอย่างเป็นรูปธรรม

    การขยายการลงทุนด้านพลังงานหมุนเวียน รวม 3,744 เมกะวัตต์ในโครงการนี้ เมื่อโครงการดำเนินการเต็มกำลังการผลิตในปี 65 คาดการณ์ว่าจะสามารถช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกได้ราว 4.3 ล้านตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่าต่อปี เมื่อเทียบกับการปล่อยก๊าซเรือนกระจกที่เกิดจากการผลิตไฟฟ้าของประเทศอินเดีย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนให้กลุ่ม ปตท. บรรลุเป้าหมายการเพิ่มสัดส่วนการลงทุนในพลังงานหมุนเวียนของกลุ่ม ปตท. ให้ถึง 8,000 เมกะวัตต์ ภายในปี 73 นำไปสู่การพัฒนาพลังงานอนาคตอย่างยั่งยืนร่วมกันต่อไป

*** ยูโอบี เคย์เฮียน มอง Avaada ช่วยเพิ่มกำไรให้ GPSC ปีละ 1.5 พันลบ. 

    นายกิจพณ ไพรไพศาลกิจ ผู้อำนวยการอาวุโสและนักกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.)ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) กล่าวว่า การลงทุนของ GPSC ในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ ถือเป็นดีลใหญ่ที่น่าสนใจ เพราะกำลังการผลิตไฟฟ้าที่เปิดดำเนินการเชิงพาณิชย์แล้ว 1,392 เมกะวัตต์ และจะเพิ่มเป็น 3,700 MW ในปี 65 ทำให้มองประเด็นนี้เป็นปัจจัยบวกต่อ GPSC ค่อนข้างมาก

    โดย มองว่า GPSC ไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุนเพื่อซื้อกิจการดังกล่าว เพราะปัจจุบันหนี้สินต่อทุนสุทธิ (Net D/E) ของ GPSC อยู่ที่ 0.67 เท่า ถ้าคิดว่าเพดานแถว D/E 1 เท่า ยังสามารถกู้ได้อีก 3.7 หมื่นล้านบาท แต่ดีลนี้ใช้เงินแค่ 1.48 หมื่นล้านบาท ถ้าจะต้องกู้ก็ไม่เกินเพดาน ประกอบกับ GPSC มีวงเงินกู้ 2 หมื่นล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 2.5% จาก บริษัท ปตท.อยู่แล้ว ก็ไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน

    สำหรับราคาที่เข้าซื้อ 1.48 หมื่นล้านบาท ถือว่าราคาไม่ถูกไม่แพงเป็นปกติ และมีผลตอบแทนจากการลงทุน(IRR) ที่ 12-14% ถือว่าใช้ได้ และถ้ารับรู้โครงการนี้เข้ามาเต็มที่ในปี 65 น่าจะช่วยเพิ่มกำไรให้ GPSC ได้อีกประมาณ 1,500 ล้านบาทต่อปี 

    นอกจากนี้ Avaada มีแผนเติบโตที่ท้าทาย ปัจจุบันมีกำลังการผลิต 3.7 GWh วางแผนเพิ่มเป็น 11 GWh ในอีก 5 ปีข้างหน้า ทำให้การเข้าซื้อครั้งนี้ไม่ธรรมดา ถ้า GPSC เติบโตไปกับ Avaada ก็น่าจะเป็นปัจจัยหนุนบริษัทไปได้อีก 4-5 ปีข้างหน้า ดังนั้นจึงแนะนำ"ซื้อ" GPSC ให้ราคาเหมาะสมเชิงปัจจัยพื้นฐานที่ 100 บาท โดยยังไม่รวมการซื้อกิจการดีลนี้

*** โนมูระ พัฒนสิน คาดหนุนกำลังผลิตเพิ่ม 1,557 MW - ต่อยอดแบตเตอรี่  

    บล.โนมูระ พัฒนสิน เปิดเผยว่า มีมุมมองเชิงบวกต่อการเข้าลงทุนใน Avaada ที่ส่งให้กำลังการผลิตไฟฟ้าของ GPSC เพิ่มขึ้นมาก โดยจะทำให้กำลังการผลิตไฟฟ้าในมือ (equity MW) เพิ่มขึ้นราว 1,557.50 MW หรือคิดเป็นราว 28% ของกำลังการผลิตในมือ จากปัจจุบันที่ 5,641.50 MW (COD แล้ว + รอ COD + replacement) โดยในส่วนของกำลังการผลิตที่ COD แล้ว equity MW ราว 579 MW จะส่งให้กำลังผลิตไฟฟ้าของ GPSC ปี 65 เพิ่มขึ้น 11% YoY สูงเป็นอันดับ 2 ของกลุ่ม

    นอกจากนี้ยังเพิ่มโอกาสในการขยายพอร์ตพลังงานหมุนเวียนในอินเดียต่อเนื่อง เพราะ Avaada มีโครงการใน pipeline อีกราว 5,000 MW (อ้างอิงจาก website ของ Avaada) รวมถึงโครงการที่อาจหาได้เพิ่มในอนาคต จากอินเดียมีนโยบายเพิ่มกาลังการผลิตโรงไฟฟ้าพลังงานหมุนเวียนในระยะยาว อีกทั้งยังเพิ่มโอกาสในการต่อยอดธุรกิจ Battery และ Hydrogen

    คาดบริษัทมีสภาพคล่องเพียงพอต่อการเข้าลงทุนในอินเดีย โดย ณ Q1/64 บริษัทมีเงินสดราว 25,163 ลบ. เพียงพอรองรับการลงทุนที่ใช้เงิน 14,825 ลบ. ในขณะที่ net ibd/eq อยู่ที่ 0.7เท่า (นโยบายบริษัทต้องการให้ไม่เกิน 1 เท่า ซึ่ง เท่ากับยังมีช่องในการกู้เพิ่มราว 34,000 ลบ.) แนะนำซื้อราคาเป้าหมาย 91.50 บาท







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด