ข่าวนี้ที่ 1

เปิดโผ 29 หุ้นเด่นเดือนเม.ย. เน้นธีมธุรกิจโตสูง-งบ Q1/64

เปิดโผ 29 หุ้นเด่นเดือนเม.ย. เน้นธีมธุรกิจโตสูง-งบ Q1/64

     6 โบรกฯ เปิดโผ 29 หุ้นเด่นเดือน เม.ย.64 เน้นธีมธุรกิจมีแนวโน้มเติบโตสูง ผลการดำเนินงานไตรมาส 1/64 มีแนวโน้มสดใส ด้าน FETCO มองหุ้นไทยไปต่อหลังแตะ 1,600 จุดแล้ว เหตุฟันด์โฟลว์จ่อไหลเข้า หลังให้น้ำหนักกับการเปิดประเทศ เผยบางโบรกฯให้เป้าดัชนีสูงสุด 1,700 จุด

 

** ทรีนีตี้ แนะ CPF , AH , BCH , IMH , TU , ADVANC 

    บริษัทหลักทัพย์ (บล.)ทรีนีตี้ ประเมินภาพ SET Index เดือน เม.ย.64 ยังคงอยู่ในช่วงของการทดเวลาบาดเจ็บ หรือการต่อเวลาการเล่น จากปัจจัยทางด้านสภาพคล่องที่ยังคงเอ่อล้น โดยเฉพาะสภาพคล่องในประเทศ หลังธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานตัวเลขเศรษฐกิจประจำเดือน ก.พ.64 ปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งคาดว่าปัจจัยดังกล่าว จะทำให้การมีส่วนร่วมของนักลงทุนรายย่อยในตลาด คงอยู่ในระดับสูง ดังนั้นกลุ่มหุ้นขนาดกลาง และเล็ก มีโอกาสที่จะปรับตัว Outperform หุ้นขนาดใหญ่ได้ต่อไปในระยะสั้น

ชื่อย่อหุ้น ราคาเป้าหมาย(บ.)
CPF 43
AH 28.7
BCH 19.6
IMH 5.35
TU 18.4
ADVANC 217

 


** โนมูระ พัฒนสิน ชู BEC , SCGP , ICHI , SAPPE , KKP 

    บล.โนมูระ พัฒนสิน ระบุว่า SET Index เริ่มมีอัพไซด์จำกัด จากมูลค่า (valuation) ที่เริ่มตึงตัว ประกอบกับ ตลาดหุ้นไทยขาดปัจจัยหนุนใหม่ๆ ระยะสั้น จึงแนะนำ"ขายทำกำไร"เมื่อดัชนีปรับตัวขึ้น และ"ทยอยซื้อ"เมื่อดัชนีย่อตัว แนะหุ้นประจำเดือนเม.ย.64 ได้แก่ BEC , SCGP , ICHI , SAPPE , KKP  
 

ชื่อย่อหุ้น ราคาเป้าหมาย(บ.)
BEC 11.2
SCGP 53
ICHI 15.8
SAPPE 31.1
KKP 68

 

** เคทีบี(ประเทศไทย) แนะ TOG , IIG , KCE , PTTGC , CKP 

    บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ประเมิน ทิศทางดัชนีหุ้นไทย (SET Index) เดือน เม.ย.64 มีโอกาสคาดหวังการกลับขึ้นไปยืนเหนือบริเวณ 1,600 จุดได้ แต่จะยืนได้อย่างมั่นคงหรือไม่นั้นต้องฝ่าโซน 1,620 จุด ขึ้นไปให้ได้ เพื่อเปิดอัพไซด์ไปที่ 1,660 จุด หากฝ่าไม่ได้ มีโอกาสปรับฐานอีกครั้ง ซึ่งมีแนวรับ 1,550 - 1,520 จุด แนะหุ้นประจำเดือนเม.ย.64 ได้แก่  TOG , IIG , KCE , PTTGC , CKP 
 

ชื่อย่อหุ้น ราคาเป้าหมาย(บ.)
TOG 6
IIG 35
KCE 70
PTTGC 78
CKP 5.8

 

** ฟินันเซีย ไซรัส แนะ CPALL , EPG , IIG 

    บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองว่า ตลาดหุ้นไทยเดือน เม.ย.64 ยังคาดหวังเชิงบวกต่อเศรษฐกิจฟื้นตัว และการทยอยเปิดประเทศ อย่างไรก็ตามคาดว่าประเด็นเงินเฟ้อ และผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาล (Bond Yield) ที่เร่งขึ้นยังคงกดดันตลาดหุ้น และทำให้ความน่าสนใจของหุ้นลดลง ประกอบ SET Index ที่ปรับตัวขึ้นราว 10% ตั้งแต่ต้นปี (YTD) และมี Valuation ที่ค่อนข้างแพง สะท้อนอัพไซด์ ของดัชนีที่จำกัด และใกล้เป้าหมายที่บริเวณ 1,600 จุด จึงมองการปรับขึ้นของดัชนีเป็นจังหวะ "ทยอยทำกำไร" ก่อนเข้าสะสมในเดือน พ.ค.64 ซึ่งมีโอกาสเกิด Sell in May แนะหุ้นประจำเดือนเม.ย.64 ได้แก่ CPALL , EPG , IIG 

ชื่อย่อหุ้น ราคาเป้าหมาย(บ.)
CPALL 86
EPG 12
IIG 31

 

** เอเซีย พลัส มอง STEC , BDMS , BLA เด่น
    บล.เอเซีย พลัส มองว่า ในช่วงเดือน เม.ย.มีโอกาสที่ SET Index จะ Outperform ได้ ตามสถิติย้อนหลัง 10 ปี ที่มักให้ผลตอบแทนเฉลี่ยสูงสุดเมื่อเทียบกับเดือนอื่นๆ โดยในปีนี้ มี 3 ปัจจัยหนุน SET Index เดือน เม.ย.64 ประกอบด้วย ทุกกลุ่มอุตสาหกรรมเริ่มมีปัจจัยบวกเข้ามาหนุนสตอรี่, การฟิ้นตัวของกำไรบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ราว 32% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน และ การขึ้นเครื่องหมาย XD ของบริษัทขนาดใหญ่ในช่วงปลายเดือน ซึ่งคาดจะทำให้เกิดแรงเก็งกำไรก่อนการจ่ายเงินปันผล แนะหุ้นประจำเดือนเม.ย.64 ได้แก่  STEC , BDMS , BLA 

 

ชื่อย่อหุ้น ราคาเป้าหมาย(บ.)
STEC 18
BDMS 24
BLA 35

 

** ทิสโก้ แนะ AEONTS, DCC, NYT, PTT, ROJNA, TASCO, TPIPL และ TWPC  

    ด้านนายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด แนะนำให้นักลงทุนติดตามการปรับตัวขึ้นของผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฯ(Bond Yields) และการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อย่างใกล้ชิด เพราะอาจทำให้ตลาดเกิดความผันผวนได้ โดยบล.ทิสโก้ มองตลาดหุ้นไทยเม.ย.64 มีแนวรับสำคัญอยู่ที่ 1,570-1,575 และ 1,550-1,555 จุด ขณะที่แนวต้านเดือนนี้อยู่ที่ 1,600 -1,620 ซึ่งหากถึงระดับนี้ให้เน้นขายทำกำไร และต้านถัดไปที่ 1,650 จุด ตามลำดับ  แนะนำการลงทุนเดือนนี้เน้นหุ้นที่คาดงบจะออกมาดี และมีประเด็นบวกหนุนระยะสั้น ได้แก่ AEONTS, DCC, NYT, PTT, ROJNA, TASCO, TPIPL และ TWPC  
 

ชื่อย่อหุ้น ราคาเป้าหมาย(บ.)
AEONTS 260
DCC 3.3
NYT 5.7
PTT 50
ROJNA 5.10
TASCO 21.50
TPIPL 1.88
TWPC 5.20


** FETCO คาดหุ้นไทยไปต่อ บางโบรกฯอัพเป้าสูงสุด 1,700 จุด      

    นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยภายในงาน "ผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนประจำเดือนเม.ย.64" ว่า เชื่อว่าตลาดหุ้นไทยยังไปต่อได้ แม้นับตั้งแต่ต้นปีถึงปัจจุบันตลาดปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแล้วเกือบ 10% และล่าสุดดัชนีฯได้ทะลุระดับ 1,600 จุดไปแล้ว เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากอัตรากำไรของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) หรือ EPS ตลาดปีนี้ที่นักวิเคราะห์หลายคนคาดว่าจะเติบโตกว่า 50% จากปีก่อน ซึ่งเป็นผลมาจากฐานที่ต่ำในปีก่อนและทิศทางดอกเบี้ยที่ปรับตัวลดลงมาก ประกอบกับแรงซื้อจากกลุ่มนักลงทุนต่างชาติที่จะเข้ามาช่วยหนุนในช่วงครึ่งปีหลัง รวมถึงการเปิดประเทศและจำนวนนักท่องเที่ยวที่จะกลับเข้ามาสร้างความมั่นใจเพิ่มมากขึ้น

    ทั้งนี้พบว่าปัจจุบันกลุ่มนักวิเคราะห์ได้มีการทยอยปรับเป้าหมายดัชนีหุ้นไทยปีนี้เพิ่มขึ้น โดยค่าเฉลี่ยอยู่ที่ระดับ 1,629 จุด และบางรายปรับเพิ่มขึ้นสูงสุดที่ระดับ 1,700 จุด จากเดิมที่เคยสำรวจครั้งก่อนซึ่งเคยให้ไว้ที่ระดับต่ำกว่า 1,600 จุด และหลังจากนี้ยังมีโอกาสที่กลุ่มนักวิเคราะห์จะปรับเป้าดัชนีฯเพิ่มขึ้นได้อีก หากมีมุมมองว่า EPS ตลาดในปี65 ถูกปรับเพิ่มขึ้นอีกครั้ง เนื่องจากที่ผ่านมานักวิเคราะห์ยังรอดูทิศทางการเปิดประเทศและผลการฉีดวัคซีนว่าจะออกมาเป็นอย่างไร จึงให้การประเมิน EPS ตลาดในปี 65 ส่วนใหญ่ยังไม่เต็มศักยภาพ

** คาด Q2/64 ฟันด์โฟลว์พลิกบวก ต่างชาติให้น้ำหนักเปิดประเทศ 

    นายไพบูลย์ ยังกล่าวอีกว่า ด้านแนวโน้มกระแสเงินทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์) ในช่วงไตรมาส 2/64 คาดว่าน่าจะพลิกกลับมาเป็นบวกและดีกว่าช่วงไตรมาส 1/64 ที่ยังติดลบ หลังจากปัจจุบันนักลงทุนต่างชาติให้น้ำหนักเรื่องการเปิดประเทศและการจัดการเรื่องวัคซีนในประเทศมากที่สุด ซึ่งทำให้มีโอกาสที่ฟันด์โฟลว์ต่างชาติจะไหลกลับเข้ามาได้บ้าง เพราะภาครัฐเริ่มมีแผนการฉีดวัคซีนและการเปิดประเทศที่ชัดเจน ประกอบกับประเทศไทยเป็นประเทศท่องเที่ยวซึ่งถือว่าเป็นประเทศที่จะได้ประโยชน์สูงสุดจากการฟื้นตัวของภาคการท่องเที่ยว ส่วนประเด็นการเมืองในประเทศที่เริ่มร้อนแรง คาดว่าจะยังไม่มีผลต่อตลาดในช่วงไตรมาส 2/64 มากนัก เพราะตอนนี้ทุกคนให้น้ำหนักเรื่องวัคซีนและการเปิดประเทศมากกว่า

    อย่างไรก็ตามคาดว่าจะเริ่มเห็นทิศทางฟันด์โฟลว์ต่างชาติไหลเข้ามาชัดเจนตั้งแต่ในช่วงครึ่งปีหลังเป็นต้นไป ภายหลังความกังวลเรื่องหยุดอัดฉีดสภาพคล่องและแนวโน้มการปรับขึ้นดอกเบี้ยของสหรัฐฯมีความชัดเจนแล้ว รวมถึงทิศทางค่าเงินดอลลาร์ที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลง ซึ่งจะช่วยทำให้ภาวะการลงทุนของตลาดประเทศเกิดใหม่กลับมาน่าสนใจเพิ่มมากขึ้น







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด