ข่าวนี้ที่ 1

"การบิน"บักโกรก! AAV ขาดทุนหนัก-THAI เร่ขายสินทรัพย์

    ธุรกิจสายการบินยังเผชิญกับปัญหาทางการเงินอย่างหนัก หลังจาก 2 บริษัทยักษ์ใหญ่ของวงการ มีข่าวเชิงลบออกมาทั้งคู่ โดย AAV  เจ้าของสายการบินแอร์เชีย ประกาศผลประกอบการปี 63 ออกมาขาดทุน 4.76 พันลบ. ทรุดกว่า 900% ขณะที่ THAI  ต้องประกาศขายสินทรัพย์เพื่อประคองธุรกิจ 

 

** AAV ปี 63 ขาดทุนหนัก 905%  

      บริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV เปิดเผยผ่านตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.)ว่า ผลประกอบการปี 63 ขาดทุน 4,764.09 ล้านบาท หรือขาดทุนเพิ่มขึ้น 905% จากปี 62 ที่ขาดทุน 473.99 ล้านบาท ขณะที่ไตรมาส 4/63 ขาดทุน 1,114.44 ล้านบาท หรือขาดทุนเพิ่มขึ้น 1,445% จากปี 62 ที่ขาดทุน 72.1 ล้านบาท  

    โดยปี 63 มีรายได้รวมจำนวน 16,237.3 ล้านบาท ลดลง 61%  ส่วนในไตรมาสที่ 4 /63 มีรายได้รวมจำนวน 4,158.6 ล้านบาท ลดลง 60% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน  เนื่องจากธุรกิจการบินได้รับผลกระทบจากภาคท่องเที่ยวชี้ชะลอตัวในช่วงการแพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้มีผู้โดยสารใช้บริการเพียง 9.49 ล้านคน จากปี 62 ที่มีถึง 22.15 ล้านคน 

 

** คาดปีนี้ผู้โดยสารยังไม่กระเตื้อง - ลดฝูงบินประคองธุรกิจ  

    สำหรับปี 64  ตั้งเป้าหมายจำนวนผู้โดยสารที่ 9.4 ล้านคน ด้วยอัตราขนส่งผู้โดยสารที่ 75% ตามการฟื้นตัวของนักท่องเที่ยวไทยและการกลับมาของนักท่องเที่ยวต่างชาติในไตรมาส 4/64 เช่นเดียวกับทิศทางอุตสาหกรรม รวมถึงขยายโอกาสธุรกิจด้านโลจิสติกส์เพิ่มเติมในส่วนของการขนส่งสินค้าทางอากาศ พร้อมทั้งสนับสนุนการขนส่งวัคซีนทางอากาศในประเทศและภูมิภาค

    อีกทั้งได้มีการบริหารต้นทุนและค่าใช้จ่ายอย่างต่อเนื่อง โดยการปรับลดต้นทุนและเลื่อนค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นออกไป ในปี 64 บจ. ไทยแอร์เอเชีย ไม่มีแผนรับมอบเครื่องบิน อีกทั้งมีแผนคืนเครื่องบินที่หมดอายุตามสัญญาเช่าและหมุนเวียนเครื่องบินภายในกลุ่มแอร์เอเชีย ส่งผลให้ ณ สิ้นปี มีฝูงบินจานวน 54 ลำ การปรับลดขนาดฝูงบินเป็นไปตามคาดการณ์การท่องเที่ยวจากผลกระทบการแพร่ระบาดของโควิด-19 ซึ่งอาจจะใช้เวลาสักระยะเพื่อให้สภาวะการท่องเที่ยวโดยรวมกลับมาปกติ  

 

**  THAI ยื่นศาล ขอขายหุ้น NOK - BAFS -เครื่องบิน และอาคาร 

    บริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI เปิดเผยว่า เนื่องด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 ส่งผลให้ทุกสายการบิน รวมถึงการบินไทยไม่สามารถทำการบินได้ตามปกติ  บริษัทฯ จึงได้ยื่นคำร้องขออนุญาตขายทรัพย์สินบางรายการที่ไม่ได้เป็นทรัพย์สินหลักที่จำเป็นในการดำเนินธุรกิจการบินของลูกหนี้ หรือเป็นทรัพย์สินที่ไม่ได้ใช้ หรือหากเก็บไว้มีแต่จะเสื่อมค่าเสื่อมราคาลง ตลอดจนก่อให้เกิดภาระค่าใช้จ่ายในการดูแลรักษาที่เพิ่มขึ้นจำนวน 4 รายการ ได้แก่ 

    1. หุ้นสายการบินนกแอร์ หรือ NOK 

    2. หุ้นบริษัท บริการเชื้อเพลิงการบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BAFS 

    3. เครื่องยนต์ของเครื่องบินโบอิ้ง 737-400 ที่ไม่ได้ใช้งาน (จำนวน 5 เครื่องยนต์) 

    4. อาคารศูนย์ฝึกอบรมหลักสี่   เนื้อที่ทั้งหมด 19 ไร่ 3 งาน 26 ตารางวา หรือ 7,926 ตารางวา ซึ่งศาลล้มละลายกลางได้ไต่สวนและมีคำสั่งอนุญาตให้ขายทรัพย์สิน ภายใต้การกำกับดูแลของเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

 

** DD แจงต้องขายสินทรัพย์ ก่อนเสียศักยภาพการแข่งขัน

    นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร รักษาการแทนกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ (DD) THAI เปิดเผยว่า บริษัทฯ มีความจำเป็นต้องประกาศขายอาคารศูนย์ฝึกอบรม หลักสี่ กรุงเทพมหานคร เนื่องจากในการทำการบินในแต่ละเที่ยวบินนั้น บริษัทฯ จำเป็นต้องมีเงินจำนวนหนึ่ง พร้อมไว้เพื่อชำระให้แก่ผู้ขายสินค้าหรือให้บริการ ซึ่งเป็นค่าใช้จ่ายที่เกี่ยวข้องกับการทำการบินในเที่ยวบินนั้น ๆ เมื่อสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด -19 คลี่คลายลง และข้อจำกัดด้านการเปิดน่านฟ้าของประเทศไทยและต่างประเทศเอื้ออำนวยจนมีการอนุญาตให้ทำการบิน

    ทั้งนี้ หากบริษัทฯ ไม่สามารถกลับมาทำการบินได้ นอกจากบริษัทฯ จะเสียโอกาสในการสร้างรายได้จากธุรกิจการบิน ซึ่งเป็นธุรกิจหลักที่บริษัทฯ มีความเข้มแข็งอยู่แล้ว ยังอาจเสียสิทธิการบินและตารางการบิน (Flight Slot) ในประเทศต่าง ๆ ซึ่งถือเป็นหนึ่งในทรัพย์สินที่ประเมินมูลค่าไม่ได้อันเป็นสาระสำคัญของการประกอบกิจการของบริษัทฯ หากปล่อยให้เกิดความเสียหายดังกล่าวนี้ จะทำให้บริษัทฯ สูญเสียศักยภาพในการแข่งขันไปอย่างถาวร และมีผลกระทบต่อโอกาสในการฟื้นฟูกิจการของบริษัทฯ อย่างแน่นอน ซึ่งความเสียหายดังกล่าวหากปล่อยให้เกิดขึ้นแล้ว ย่อมยากที่จะเยียวยาได้

    โดย เงินที่ได้จากการขายทรัพย์สินดังกล่าวจะถูกนำไปใช้ในการดำเนินธุรกิจการบิน เพื่อต่อยอดและสร้างรายได้ให้แก่บริษัทฯ หรือนำไปใช้ในการดำเนินธุรกิจภายใต้ขอบเขตที่สามารถดำเนินการได้ตามกฎหมายต่อไป

 

*** หุ้นปิดตลาดติดลบเล็กน้อย
    
    ทั้งนี้ ราคาหุ้น ของทั้ง 2 บริษัท ปิดการซื้อขายวันที่ 24 ก.พ.64 โดย AAV ปิดที่ระดับ 2.68บาท ลดลง  0.02 บาท หรือ -0.74% มูลค่าการซื้อขาย 406.05 ล้านบาท ส่วน THAI ปิดการซื้อขายที่ระดับ 4.08 บาท ลดลง 0.14 บาท หรือ -3.32% มูลค่าการซื้อขาย 47.12 ล้านบาท        

 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด