ข่าวนี้ที่ 1

SET พุ่ง 55 จุด วอลุ่ม 1.66 แสนลบ.-ลุ้นฝ่าแนวต้าน 1,350จุด

SET พุ่ง 55 จุด วอลุ่ม 1.66 แสนลบ.-ลุ้นฝ่าแนวต้าน 1,350จุด

      หุ้นไทยบวกแรง 55 จุด วอลุ่มทะลุ 1.66 แสนลบ. ทำสถิติสูงสุดของปีนี้ รับข่าววัคซีนต้านโควิดประสบความสำเร็จ มีประสิทธิภาพสูงถึง 90% เตรียมผลิตภายในปีนี้ ลุ้นดัชนีไปต่อ ประเมินแนวต้าน 1,350 จุด แต่ระวังความเสี่ยงดัชนีย่อตัวจากแรงขายทำกำไร แนวรับ 1,320 จุด

***SET วอลุ่มทะลักแสนลบ. รับข่าววัคซีนต้านโควิด 

     บรรยากาศการซื้อขายตลาดหุ้นไทย(10 พ.ย.)คึกคักตามตลาดหุ้นต่างประเทศ ซึ่งปิดในแดนบวก หลังมีข่าวความคืบหน้าของวัคซีนต้านไวรัสโควิด-19 โดยเปิดการซื้อขายดัชนีฯ พุ่งขึ้นอย่างรุนแรงกว่า 40 จุดในช่วงเปิดตลาดภาคเช้า ระหว่างวันบวกสูงสุด 60 จุด ขึ้นไปแตะ 1,346.72 จุด ก่อนจะปิดการซื้อขายที่ 1341.24 จุด เพิ่มขึ้น 55.36 จุด หรือ 4.31% มูลค่าการซื้อขาย  1.66 แสนล้านบาท  
        
    ข่าวที่เกี่ยวข้อง : "ไฟเซอร์ฯ-BioNTech"เผยวัคซีนโควิดได้ผลมากกว่า 90%-ผลิต 50 ล้านโดสปีนี้
    ข่าวที่เกี่ยวข้อง : หุ้น"ได้ - เสียประโยชน์" จากวัคซีนโควิด-19

 

***ต่างชาติซื้อสุทธิ 1.9 หมื่นล้านบาท นิวไฮรอบ 10 ปี

    นอกจากนี้ นักลงทุนต่างชาติยังซื้อสุทธิหุ้นไทยวันนี้ (10/11/63) วันเดียวสูงถึง 1.89 หมื่นล้านบาท ทำสถิติสูงสุดในรอบ 10 ปี นับจากปี 2553 
    นักลงทุนสถาบัน ซื้อสุทธิ 3 พันล้านบาท  บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ ขายสุทธิ 36 ล้านบาทและนักลงทุนทั่วไป ขายสุทธิ 2.2 หมื่นล้านบาท 

*** ลุ้นดัชนีไปต่อ แนวต้าน 1,350 จุด

    บล.ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี กล่าวว่า ในทางเทคนิค SET Index ได้ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างรุนแรง ทะลุผ่านแนวต้านของเส้นค่าเฉลี่ย 200 วัน และเส้นแนวโน้มขาลงที่ 1,310-1,318 จุดขึ้นไป แต่คาดว่า การปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อเนื่องน่าจะอยู่ในกรอบจำกัดและมีความเสี่ยงในการถูกขายทำกำไร โดยมีแนวต้านถัดไปที่ 1,350 จุด แต่ถ้าปรับตัวลดลงไปเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 1,310 จุดจะเป็นสัญญาณขายทางเทคนิค ไปทดสอบแนวรับ
ถัดไปที่ 1,270 และ 1,250 จุด

*** ระวังแรงขายทำกำไร รอสะสมเมื่ออ่อนตัว 


    นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการนักกลยุทธ์การลงทุนฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผย "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่าตลาดหุ้นไทยปรับตัวพุ่งแรงเป็นผลมาจากการตอบรับกระแสข่าวความคืบหน้าของการผลิตวัคซีนป้องกันโควิด-19 แต่ฝ่ายวิจัยยังคงเป้าหมายตลาดหุ้นไทยปีนี้ที่ระดับ 1,350 จุด และเป้าหมายดัชนีฯปีหน้าที่ระดับ 1,450 จุด 
    แม้ว่าปัจจุบันดัชนีฯ จะขยับเข้าใกล้เป้าหมายดัชนีฯปีนี้มากแล้ว แต่จะยังไม่มีการปรับเพิ่มเป้าหมาย เนื่องจากต้องรอดูงบบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ไตรมาส 3/63 ทยอยออกมาให้หมดก่อน ประกอบกับเชื่อว่าจากปัจจัยพื้นฐานของอัตรากำไรของบจ.ปีนี้ ที่ส่วนใหญ่โดนผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ก็ถือว่าระดับดังกล่าวเป็นระดับที่เหมาะสม รวมถึงมองว่าการที่ดัชนีฯดีดตัวขึ้นแรงภายในระยะเวลาอันรวดเร็วจนเกินไป จึงทำให้มีโอกาสสูงที่ดัชนีฯจะย่อตัวเพื่อไปปรับฐานระยะสั้น แม้สัญญาณภาพรวมระยะกลางถึงยาวจะมีแนวโน้มไปต่อได้
    ขณะที่กลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้แนะนำนักลงทุนที่ถือหุ้นอยู่ในพอร์ตก็สามารถทยอยแบ่งขายทำกำไรได้ และรอซื้อสะสมเมื่อตลาดย่อตัว เนื่องจากคาดว่าตลาดหุ้นที่ปรับตัวรีบาวด์ค่อนข้างแรงในช่วงที่ผ่านมาทำให้นักลงทุนบางกลุ่มหรือกองทุนบางกองยังเก็บหุ้นไม่ได้หมด ซึ่งมีโอกาสที่จะเห็นแรงซื้อเข้ามาต่อในระยะข้างหน้า 
    รวมถึงแรงหนุนจากการที่นักวิเคราะห์อาจปรับประมาณการหุ้นบางตัวเพิ่มเติม ซึ่งจะเป็นแรงส่งให้ตลาดไปต่อได้ โดยในส่วนของแนวรับช่วงนี้คาดว่าจะอยู่ที่ระดับ 1,313 จุด ซึ่งหากหลุดระดับดังกล่าวก็มีโอกาสไหลลงไปแนวรับสำคัญที่ 1,300 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ระดับ 1,340 จุด และแนวต้านถัดไปที่บริเวณ 1,350 จุด
    ส่วนกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจเข้าลงทุนแนะนำ 5 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มพลังงานและปิโตรฯ อาทิ TOP และ PTTGC เนื่องจากได้รับอานิสงส์จากราคาพลังงานที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น และกำลังซื้อที่จะฟื้นตัวขึ้นมาหลังมีความชัดเจนเรื่องวัคซีนโควิด-19,2.กลุ่มแบงก์ อาทิ KBANK เพราะราคาหุ้นที่ยังต่ำกว่าตลาด (แลกการ์ด),
    3.กลุ่มค้าปลีก อาทิ CPALL อานิสงส์จากกำลังซื้อในประเทศที่คาดว่าจะกลับมาฟื้นตัว,4.กลุ่มโรงไฟฟ้า อาทิ GULF เนื่องจากกำไรที่ไม่ได้แย่ และได้รับอานิสงส์จากกำไรของอัตราแลกเปลี่ยนค่าเงิน และกลุ่มโรงแรม อาทิ MINT เพราะได้รับอานิสงส์จากความคืบหน้าของวัคซีนป้องกันโควิด-19

 
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด