ข่าวนี้ที่ 1

ตลท.เปิดเกณฑ์ฟรีโฟลทคำนวณดัชนี- DELTA-OR-GULF-AOT จุก

ตลท.เปิดเกณฑ์ฟรีโฟลทคำนวณดัชนี- DELTA-OR-GULF-AOT จุก

    ตลท.เปิดรับฟังความเห็นการปรับเกณฑ์คำนวณดัชนี จากเดิมใช้เกณฑ์"มาร์เก็ตแคป" เป็น "มาร์เก็ตแคปที่ปรับด้วยฟรีโฟลท" คาดเริ่มใช้กับ  SET50-SET100-SETHD ตั้งแต่ 1 ก.ค.นี้ ส่วนดัชนี SET-mai ทยอยปรับในปี 65-66 ด้านโบรกฯ เปิดลิสต์หุ้นได้รับผลกระทบ ชี้กลุ่มแบงก์ดี๊ด๊า แต่ AOT-DELTA-OR-GULF เสียประโยชน์   

 

* ตลท.เปิดเฮียริ่ง เกณฑ์ "มาร์เก็ตแคปที่ปรับด้วยฟรีโฟลท" 

    ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) ได้ประกาศรับฟังความคิดเห็น (เฮียริ่ง) เรื่องการปรับหลักเกณฑ์การคำนวนดัชนีของตลาดหลักทรัพย์ฯ ตั้งแต่วันที่ 18 มี.ค.-2 เม.ย. 64  เนื่องจากที่ผ่านมาดัชนีของตลท.อาจยังมีข้อจำกัดในการสะท้อนความสามารถในการลงทุนได้ของหลักทรัพย์ (Investable) ในกลุ่มหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี ด้วยหลักการคำนวณยังไม่ได้มีปัจจัยที่สะท้อนถึงสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อย (Free Float) หรือหุ้นที่หมุนเวียนซื้อขายในตลาด และยังไม่สอดคล้องกับแนวโน้มการจัดทำดัชนีในต่างประเทศ

    ตลท.จึงมีแนวคิดที่จะปรับหลักเกณฑ์ในการคำนวณดัชนีให้สะท้อนวัตถุประสงค์ดังกล่าว รวมถึงแนวทางในการดำเนินงานในการเปลี่ยนผ่าน (transition) เพื่อลดผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลง โดยมีแนวทางการปรับปรุงใน 2 เรื่องหลักๆ ได้แก่

 

    1.แนวทางการปรับปรุงการคำนวณดัชนี ซึ่งมีสาระสำคัญคือ ปรับปรุงวิธีการคำนวณน้ำหนักของหุ้นในองค์ประกอบของดัชนี จากเดิมที่ใช้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดในการคำนวณดัชนี (Full Market Capitalization) เป็นการใช้มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่ปรับด้วยสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อยในการคำนวณดัชนี (Free Float Adjusted Market Capitalization )

    2. ปรับปรุงข้อมูลสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อย (Free Float) ที่ใช้ในการคำนวณดัชนี ได้แก่

     (2.1) ปรับสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อย (Free float) ที่ใช้ในการคำนวณดัชนีพร้อมรอบการเปลี่ยนแปลงรายชื่อหลักทรัพย์ในดัชนี SET50, SET100 , SETCLMV, SETHD, SETTHSI และ SETWB ในเดือนมิ.ย.และธ.ค.ของทุกปี

    (2.2) ปรับสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อย (Free float) ที่ใช้ในการคำนวณดัชนี หากสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อย (Free float) เปลี่ยนแปลงจากค่าเดิมอย่างน้อย 5% ขึ้นไปในเดือนมี.ค.และก.ย.ของทุกปี 

    (2.3) สัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อย (Free float) ที่ใช้ในการคำนวณดัชนีจะปรับเป็นจำนวนเต็ม 1%


 

* เริ่มใช้กับ SET50-SET100-SETHD ตั้งแต่ 1 ก.ค.นี้
    
    ตลท.เปิดเผยเพิ่มเติมว่า การปรับเปลี่ยนวิธีการคำนวณดังกล่าวจะส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงน้ำหนักของทุกหลักทรัพย์เป็นองค์ประกอบของดัชนี อันส่งผลให้ผู้ลงทุนที่มีผลิตภัณฑ์ที่อ้างอิงการเคลื่อนไหวของดัชนี บริหารความเสี่ยง หรือมีฐานะในอนุพันธ์ที่เชื่อมโยงกับดัชนีอาจต้องมีการซื้อหรือขายหลักทรัพย์ที่เป็นองค์ประกอบของดัชนี เพื่อ rebalance หรือปรับสถานะตามไปด้วยในจำนวนมาก (Index Turnover สูง) และอาจส่งผลกระทบต่อราคาหลักทรัพย์

     ดังนั้นเพื่อลดผลกระทบจากการปรับเปลี่ยนการคำนวณดัชนีของตลาดหลักทรัพย์ฯ ตลท.จึงจะใช้แนวทางเดียวกับต่างประเทศในการดำเนินการ โดยการทยอยปรับน้ำหนักเป็น 2 ครั้งโดยมีผลทีละครึ่งหนึ่ง

    นอกจากนี้ในการดำเนินการปรับการคำนวณมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดที่ปรับด้วยสัดส่วนผู้ถือหลักทรัพย์รายย่อย (Free Float Adjusted Market Capitalization) นั้น จะดำเนินการดังนี้

 

    1.Key Tradable Index ปรับวิธีการคำนวณดัชนี SET50, SET100 และ SETHD ตั้งแต่ 1 ก.ค.64 เป็นต้นไป

    2.ดัชนีอื่นๆ ซึ่งเป็น Composite Index, Industry/Sector Index ได้แก่ ดัชนี SET, SET Industry Group, SET Sector, mai,mai Industry Group, mai Sector และ Thematic Index ได้แก่ sSET, SETCLMV, SETTHSI และ SETWB จะทยอยดำเนินการในช่วงปี 65-66 

 

* โบรกฯ เปิดลิสต์หุ้นได้ -เสียประโยชน์     

 

     นายเทิดศักดิ์ ทวีธีระธรรม. ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส เปิดเผยว่า หลังจาก ตลท. เตรียมจะใช้เกณฑ์ "มาร์เก็ตแคปที่ปรับด้วยฟรีโฟลท"  นั้น จะเห็นการเปลี่ยนแปลง 2 แนวทางคือ การปรับเปลี่ยนน้ำหนักเพิ่มขึ้นหรือลดลงของหุ้นใหญ่ในดัชนี และ จะมีหุ้นที่ถูกนำเข้าคำนวณใหม่ และหุ้นที่จะต้องถูกถอดออก

    โดยหุ้นที่คาดว่าจะถูกเพิ่มน้ำหนักในดัชนี SET50 ซึ่งจะทำให้มีเม็ดเงินไหลเข้ามาลงทุนมากขึ้น 3 อันดับแรกได้แก่ BBL, SCB และ KBANK

     ทั้งนี้ ได้ประเมิน 10 หุ้น ที่คาดได้รับประโยชน์จากกรณีดังกล่าว ประกอบด้วย

 

หุ้น

Weight Mcap

Weight FF adj Mcap

%ChgWeight

 เทียบตัวเอง 

%ChgWeight

เทียบSET100

(รอบ2H64)

%ChgWeight

เทียบตัวเอง

(รอบ2H64)

%ChgWeight

เทียบSET100

BBL 1.74% 3.69% 113% 1.96% 56% 0.98%
SCB 2.73% 4.50% 65% 1.77% 32% 0.89%
KBANK 2.53% 4.07% 61% 1.54% 30% 0.77%
SCC 3.30% 4.70% 43% 1.40% 21% 0.70%
BDMS 2.49% 3.48% 40% 0.99% 20% 0.50%
CPALL 4.35% 5.31% 22% 0.96% 11% 0.48%
INTUCH 1.31% 2.23% 70% 0.92% 35% 0.46%
CPN 1.84% 2.49% 35% 0.65% 18% 0.32%
PTT 8.39% 8.84% 5% 0.45% 3% 0.23%
TISCO 0.56% 0.99% 77% 0.43% 38% 0.22%

 

     ส่วนหุ้นที่มีแนวโน้มถูกลดน้ำหนักได้แก่ AOT, DELTA และ OR  โดย 10 หุ้นที่คาดจะเสียประโยชน์จากการปรับเกณฑ์ใหม่ดังกล่าว ประกอบด้วย

 

หุ้น

Weight Mcap

Weight FF adj Mcap

%ChgWeight

 เทียบตัวเอง 

%ChgWeight

เทียบSET100

(รอบ2H64)

%ChgWeight

เทียบตัวเอง

(รอบ2H64)

%ChgWeight

เทียบ SET100

AOT 7.07% 4.57% -35% -2.50% -18% -1.25%
DELTA 2.89% 1.39% -52% -1.50% -26% -0.75%
OR 2.78% 1.47% -47% -1.31% -24% -0.65%
GULF 2.87% 1.65% -42% -1.22% -21% -0.61%
ADVANC 3.70% 2.89% -22% -0.81% -11% -0.40%
PTTEP 3.35% 2.54% -24% -0.81% -12% -0.40%
GPSC 1.53% 0.82% -47% -0.71% -23% -0.36%
AWC 1.28% 0.69% -46% -0.59% -23% -0.29%
SCGP 1.43% 0.91% -36% -0.52% -18% -0.26%
BJC 1.09% 0.61% -44% -0.48% -22% -0.24%

 

* ส่อง 5 หุ้น จ่อเข้า-ออก  SET50 รับเกณฑ์ใหม่   

    นอกจากนี้ยังมีหุ้นที่ได้และเสียประโยชน์จากการคัดเลือกหุ้นเข้า/ออก ดัชนี SET50-100 รอบต่อนี้ไป โดยเริ่มผลบังคับใช้วันแรก คือ วันที่ 1 ก.ค. 64 เบื้องต้นฝ่ายวิจัยฯ คาดการณ์โดยใช้เกณฑ์ใหม่(FF Adj Mcap) ได้ผลลัพธ์หุ้นที่ถูกคัดเข้าดัชนี SET50  5 บริษัท คือ BANPU KKP KCE STA และ IRPC (เรียงลำดับหุ้นที่มีโอกาสถูกคัดเข้าจาก มาก ไป น้อย)

 

หุ้น อันดับ Mcap ฟรีโฟลท อันดับ FF Adj Mcap เปลี่ยนกี่อันดับ
ฺBANPU 55 87.79 33 22
KKP 57 86.89 38 19
KCE 51 58.08 46 5
STA 47 54.63 44 3
IRPC 43 52.44 42 1

 

     ส่วนหุ้นที่คาดว่ามีโอกาสถูกคัดออกจากดัชนี SET50 มี 5 บริษัท คือ COM7 VGI DTAC TOA และ GLOBAL (เรียงลำดับหุ้นที่มีโอกาสถูกคัดออกจาก มาก ไป น้อย)

 

หุ้น อันดับ Mcap ฟรีโฟลท อันดับ FF Adj Mcap เปลี่ยนกี่อันดับ
VGI 53 24.70 77 -24
TOA 52 25.02 68 -16
GLOBAL 42 30.96 55 -13
DTAC 44 29.37 57 -13
COM7 49 46.42 52 -3

 

* กรุงศรีมอง กลุ่มแบงก์นำทีมรับข่าวดี      

    นายอาทิตย์ จันทร์สว่าง ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กรุงศรี เปิดเผยว่า จากการปรับเกณฑ์ดังกล่าว จะส่งผลกระทบ 2 มุม ประกอบด้วย การเกลี่ยน้ำหนักลงทุนใหม่ และหุ้นที่มีผลในการเข้าออกจากการคำนวณของดัชนี SET50

    ทั้งนี้ หุ้นที่คาดได้รับประโยชน์จากการถูกเพิ่มน้ำหนักการลงทุน คือหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ เนื่องจากส่วนมากมีมาร์เกตแคป และฟลีโฟลทสูง โดย 3 อันดับแรกที่รับอานิสงส์มากสุดประกอบด้วย BBL, SCB และ KBANK ส่วนหุ้นนอกกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ประกอบด้วย SCC และ BDMS ขณะที่กลุ่มหุ้นที่คาดจะถูกลดน้ำหนักการลงทุนประกอบด้วย DELTA, AOT, GULF, ADVANC และ GPSC เนื่องจากมีมาร์เกตแคปสูง แต่มีฟลีโฟลทต่ำ

    ส่วนหุ้นที่คาดถูกนำเข้าคำนวณในดัชนี SET50 ใหม่ได้แก่ STGT, IRPC และ STA ส่วนหุ้นที่คาดว่าจะถูกปรับออกได้แก่ BJC, TOA และ VGI







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด