ข่าวนี้ที่ 1

ศบศ.จ่อเคาะ^ช้อปช่วยชาติ^ หุ้นค้าปลีก-อาหาร รับอานิสงส์

ศบศ.จ่อเคาะ^ช้อปช่วยชาติ^ หุ้นค้าปลีก-อาหาร รับอานิสงส์

คลังเตรียมเสนอมาตรการ "ช้อปช่วยชาติ" ให้ศบศ.พิจารณา 7 ต.ค.นี้ หวังกระตุ้นใช้จ่ายกลุ่มบุคคลธรรมดาที่อยู่ในฐานภาษี กำหนดสินค้าครอบคลุมร้านอาหาร - โรงแรม - ร้านค้า- ห้างฯ พร้อมต่อเวลาโครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" ถึงธ.ค.นี้ โบรกฯยกหุ้นอาหาร-ค้าปลีก-อุปโภคและบริโภค รับประโยชน์


*** คลัง ชง ศบศ.พิจารณา 'ช้อปช่วยชาติ' วันนี้

รายงานข่าวจากกระทรวงการคลัง ระบุว่า ในการประชุมคณะกรรมการบริหารสถานการณ์เศรษฐกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) หรือ ศบศ. วันที่ 7 ต.ค.63 กระทรวงการคลังจะเสนอมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายหรือการกระตุ้นการบริโภครอบใหม่ให้ที่ประชุมศบศ.พิจารณา โดยมาตรการดังกล่าว จะเป็นลักษณะเดียวกับมาตรการช้อปช่วยชาติที่เคยดำเนินการไปแล้ว

โดยมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายในรอบนี้ จะเน้นไปที่กลุ่มเป้าหมายที่อยู่ในระบบฐานภาษีประมาณ 3 - 4 ล้านคน โดยการดำเนินการจะเป็นลักษณะเดียวกันกับมาตรการช้อปช่วยชาติ ที่ให้สามารถนำค่าใช้จ่ายตามที่จ่ายจริง แต่ไม่เกิน 15,000 บาท มาหักลดหย่อนภาษีได้

*** ครอบคลุมร้านอาหาร-โรงแรม-ร้านค้า-ห้าง

ทั้งนี้ จะมีการกำหนดสินค้าและบริการที่จะสามารถนำไปหักลดหย่อนภาษีได้ อาทิ ร้านอาหาร ค่าที่พักโรงแรม ร้านสปา ร้านค้าชุมชน และสินค้าโอท๊อป รวมไปถึงสินค้าในห้างสรรพสินค้าต่างๆ ด้วย ยกเว้นสินค้าฟุ่มเฟือย เช่น สินค้าแบรนด์เนม สุรา และยาสูบ เพื่อให้เม็ดเงินการใช้จ่ายลงสู่ระบบโดยเร็ว และมีผลต่อการจ้างงานของแรงงานภาคต่างๆ ให้มากที่สุด เป็นต้น

อย่างไรก็ตามที่กระทรวงการคลังกำหนดวงเงินที่สามารถนำค่าใช้จ่ายตามที่จ่ายจริงมาลดหย่อนภาษี แต่ไม่เกิน 15,000 บาทนั้น ถือเป็นวงเงินที่เหมาะสม เนื่องจากหากเพิ่มวงเงินลดหย่อนสูงกว่านี้ อาจส่งผลกระต่อเป้าการจัดเก็บของกรมสรรพากรในปีงบประมาณ 64 ได้ ซึ่งในปีหน้ารายได้ภาษีจะถูกกระทบจากภาวะเศรษฐกิจที่ชะลอตัวในปีนี้อยู่แล้ว โดยในปีงบประมาณ 64 กรมสรรพากรตั้งเป้าจัดเก็บรายได้ไว้ที่ 2.085 ล้านล้านบาท

*** ขยายเวลา "เราเที่ยวด้วยกัน" ถึงธ.ค.นี้

ขณะเดียวกัน ในการประชุม ศบศ. ในวันพรุ่งนี้ จะมีการพิจารณาการขยายเวลาการใช้มาตรการเราเที่ยวด้วยกันออกไป จากเดิมที่จะหมดในเดือนต.ค.63 ไปเป็นธ.ค.63 เพื่อกระตุ้นให้นักท่องเที่ยวกลุ่มครอบครัว ที่จะมีวันหยุดยาวติดต่อกันและตรงกับช่วงปิดภาคเรียนของนักเรียน ได้ประโยชน์จากการใช้มาตรการดังกล่าวมากขึ้นด้วย ซึ่งปัจจุบัน มีผู้ลงทะเบียนสำเร็จในมาตรการนี้แล้ว 5 ล้านคน มีการจองโรงแรมห้องพักแล้ว 1.4 ล้านห้อง คิดเป็นมูลค่า 4,000 ล้านบาท

*** โบรกฯคาดหุ้นอาหาร-ค้าปลีก-อุปโภคและบริโภค รับอานิสงส์

นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน- กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ระบุว่า มีมุมมองเป็นบวกจากกรณีที่กระทรวงการคลัง จะเสนอมาตรการกระตุ้นการใช้จ่ายหรือการกระตุ้นการบริโภครอบใหม่ให้ที่ประชุมศบศ. เนื่องจากจะช่วยกระตุ้นกำลังซื้อในประเทศช่วงปลายปีไม่ให้หดตัว 

สำหรับกลุ่มหุ้นที่จะได้ประโยชน์มากที่สุดจากมาตรการดังกล่าว คือหุ้นกลุ่มพาณิชย์ มีหุ้นแนะนำคือ CPALL, HMPRO เนื่องจากมีสาขาจำนวนมาก ครอบคุมอยู่ทุกพื้นที่ทั่วประเทศ

ขณะที่ นายเบญจพล สุทธิ์วนิช ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เอเชีย เวลท์ จำกัด เปิดเผยว่า จากที่รัฐบาลเคยออกมาตรการดังกล่าวมาแล้วในอดีต และประสบความสำเร็จจึงมองว่ามาตรการดังกล่าวจะส่งผลดีกับเศรษฐกิจไทยในช่วงปลายปี และเชื่อว่ามาตรการดังกล่าวจะประสบความสำเร็จอีกครั้งเช่นเดียวกัน

สำหรับ กลุ่มหุ้นที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากมาตรการดังกล่าว ประกอบด้วย กลุ่มหุ้นอาหารและเครื่องดื่ม, กลุ่มอุปโภคและบริโภค และกลุ่มพาณิชย์ แนะนำ CPALL, CPF, OSP, BJC







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด