ข่าวนี้ที่ 1

รัฐเคาะกู้เงินเพิ่ม 5 แสนลบ. ดันจีดีพีปี64-65 โตอีก 1.5%

รัฐเคาะกู้เงินเพิ่ม 5 แสนลบ. ดันจีดีพีปี64-65 โตอีก 1.5%

 

       รัฐบาล เตรียมกู้เงินเพิ่ม 5 แสนล้านบาท ใช้แก้ปัญหาการระบาดของโควิด-19 ช่วยเหลือเยียวยาประชาชน พร้อมทั้งฟื้นฟูเศรษฐกิจ ด้านคลังยันเป็นวงเงินที่เหมะสม ช่วยดันจีดีพีปี 64-65 โตเพิ่มอีก 1.5% จากประมาณการเดิมที่คาดจะโตเพียง 1.5 และ 2.5% ตามลำดับ ย้ำถึงกู้เต็มวงเงินหนี้สาธารณะก็ไม่เกิน 60% ของจีดีพี

*** ราชกิจจาฯ ลงประกาศ พ.ร.ก. กู้เงินเพิ่ม 5 แสนลบ. 

       ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็ปไซต์ ราชกิจจานุเบกษา ได้ประกาศพระราชกำหนด(พ.ร.ก.)ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและสังคม จากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) เพิ่มเติม พ.ศ.2564 โดยเม็ดเงินกู้เพิ่มเติมนั้น รวม 500,000 ล้านบาท ประกอบด้วย 3 แผนงาน 
       1. แผนงาน หรือ โครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อแก้ไขปัญหาการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดหาเครื่องมือ และ อุปกรณ์ทางการแพทย์ ยารักษาโรค วัคซีน และ การวิจัย พัฒนา และ ผลิตวัคซีนภายในประเทศ รวมทั้งการปรับปรุงสถานพยาบาลสำหรับการบำบัดรักษาผู้ติดเชื้อ และ ค่าใช้จ่ายเกี่ยวกับบุคลากรทางการแพทย์ และ สาธารณสุข รวมวงเงิน 30,000 ล้านบาท 
       2. แผนงาน หรือ โครงการที่มีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยเหลือ เยียวยา และ ชดเชยให้แก่ประชาชนทุกสาขาอาชีพ ซึ่งได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการบรรเทาภาระค่าใช้จ่ายของประชาชน และ ช่วยเหลือผู้ประกอบการอาชีพ หรือ ผู้ประกอบการทุกสาขาอาชีพให้สามารถประกอบอาชีพ หรือ ดำเนินธุรกิจได้อย่างต่อเนื่อง วงเงิน 300,000 ล้านบาท 
       3. แผนงาน หรือ โครงการที่มีวัตถุประสงค์ เพื่อฟื้นฟูเศรษฐกิจและสังคมที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับแผนงาน หรือ โครงการเพื่อรักษาระดับการจ้างงานของผู้ประกอบการ และ กระตุ้นการลงทุน และ การบริโภคในระบบเศรษฐกิจของประเทศ วงเงินรวม 170,000 ล้านบาท 
       โดยพระราชกำหนดดังกล่าวให้มีผลตั้งแต่วันที่ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นตันไป

*** คลัง คาดช่วยดันจีดีพีปีนี้-ปีหน้าโตเพิ่ม 1.5%

      นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง กล่าวว่า การกู้เพิ่มดังกล่าว มีวัตถุประสงค์ชัดเจน และ ต้องนำไปใช้ 3 แผนงาน อย่างไรก็ตาม หากมีความจำเป็นสามารถเสนอ ครม. เพื่ออนุมัติปรับกรอบได้ เพื่อใช้จ่ายให้สอดคล้องกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น และ ยืนยันว่า กรอบวงเงินดังกล่าว เป็นกรอบวงเงินที่เหมาะสม ที่จะดำเนินมาตรการทางด้านการคลัง การดูแลการแพทย์ สาธารณสุข การช่วยเหลือเยียวยา และ ฟื้นฟูเศรษฐกิจ จากโควิด
      “การดำเนินโครงการภายใต้พ.ร.ก.ฉบับนี้ จะทำให้เศรษฐกิจไทยปีนี้ถึงปีหน้าขยายตัวได้เพิ่มขึ้น 1.5% จากกรณีฐานที่สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ประมาณการไว้ปีนี้ที่ 1.5-2.5%” นายอาคม กล่าว
       ส่วนแนวโน้มหนี้สาธารณะต่อจีดีพี ประมาณการว่า ในกรณีที่กู้เต็มวงเงิน 500,000 ล้านบาท จะทำให้หนี้สาธารณะต่อจีดีพี ณ ก.ย. 64 ขึ้นไปอยู่ที่ 58.56% และ ยังอยู่ภายใต้กรอบวินัยการเงินการคลังที่กำหนดไว้ที่ไม่เกิน 60%
       “หนี้สาธารณะ เนื่องจากเราไม่ได้กู้ครั้งเดียว แต่ทยอยกู้ ซึ่งหากเศรษฐกิจสามารถกลับมาเดินได้ปกติ สัดส่วนตรงนี้ก็จะปรับดีขึ้น” นายอาคม กล่าว

*** สบน. ยันทยอยกู้ หวั่นตลาดบอนด์ล้น ย้ำหนี้สาธารณะไม่เกิน 60%

       นางแพตริเซีย มงคลวนิช ผู้อำนวยการสำนักงาน บริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า การกู้เงินดังกล่าวมีหลายช่องทาง ประกอบด้วย กู้เงินบาท หรือ เงินตราต่างประเทศ หรือ ออกตราสารหนี้ ในนามรัฐบาลแห่งราชอาณาจักรไทย หรือ ตราสารหนี้ ภายในวันที่ 30 ก.ย. 65 นั้น ยืนยันว่า เป็นวงเงินที่เหมาะสม 
      “ครม.ได้กำหนดกรอบไว้ที่ 700,000 ล้านบาท ในการกู้ แต่เมื่อทบทวนแล้ว พบว่า มีความจำเป็นและ เหมาะสมเพียง 500,000 ล้านบาทเท่านั้น จึงออกมาที่วงเงินดังกล่าว แต่ไม่ได้เกี่ยวข้องกับความกังวลว่าหนี้สาธารณะจะเกิน 60% ของจีดีพี และ ยืนยันว่า ช่วงเวลานี้ ที่เป็นช่วงวิกฤติ เงินกู้ถือเป็นเม็ดเงินที่สำคัญที่สุด” นางแพตริเซีย กล่าว
       ทั้งนี้ ยืนยันว่า การกู้จะเป็นการทยอยการกู้ ตามการเบิกจ่ายจริง และ จะใช้เครื่องมือต่าง ๆ โดยไม่กระจุกตัวในเครื่องมือใด พร้อมทั้งดูแลไม่ให้พันธบัตร หรือ บอนด์ล้นตลาด หรือ ต่างไปจากเดิมมากนัก
       ขณะที่จากประมาณการหนี้สาธารณะต่อจีดีพี ณ ก.ย. 64 คาดว่า จะอยู่ที่ 58.56% และ ยืนยันว่า การบริหารหนี้สาธารณะยังทำด้วยความรอบคอบ 
     
*** สภาพัฒน์ รับวงเงินกู้ 1 ล้านลบ. เบิกจ่ายใกล้เต็มวงเงิน

       นายดนุชา พิชยนันท์ เลขาธิการสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) กล่าวว่า ปัจจุบัน พ.ร.ก.กู้เงิน 1 ล้านล้านบาท เบิกจ่ายใกล้เต็มวงเงินแล้ว โดยมีโครงการที่อนุมัติแล้ว 817,000 กว่าล้านบาท และ คาดว่าจะมีผลต่อเศรษฐกิจดีขึ้น 2% จากการใช้จ่ายเงินส่วนนี้ทั้งหมด ทั้งนี้ ที่ผ่านมามีการจ้างงาน 163,628 คน มีการฝึกอบรมเกษตรกร 90,000 กว่าราย
       ในวงเงินกู้ 1 ล้านล้านบาท ได้ปรับวงเงิน จากเดิม กลุ่มที่ 1 ด้านการสาธารณสุข 45,000 ล้านบาท คงเดิม กลุ่มที่ 2 ด้านเยียวยาประชาชน จาก 550,000 ล้านบาท เพิ่มเป็น 685,000 ล้านบาท และกลุ่มที่ 3 ฟื้นฟูเศรษฐกิจ จาก 400,000 ล้านบาท เหลือ 270,000 ล้านบาทเท่านั้น







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด