ข่าวนี้ที่ 1

AOT ยอมรับงบปี63/64 เสี่ยงขาดทุน จ่อกู้เงินเพิ่มสภาพคล่อง

AOT ยอมรับงบปี63/64 เสี่ยงขาดทุน จ่อกู้เงินเพิ่มสภาพคล่อง

     "ท่าอากาศยานไทย" ยอมรับงบปี 63/64 เสี่ยงขาดทุน หลังจำนวนผู้โดยสารลดลงมาก ระบุอาจต้องกู้เงินเพื่อคงสภาพคล่องที่ 7-8 หมื่นลบ. หลังเงินสดลดลงเหลือ 5 หมื่นลบ. หวั่นใช้ได้แค่สิ้นปี 64 ยันไม่จำเป็นต้องเพิ่มทุน ไฟเขียวเลื่อนนับสัมปทานดิวตี้ฟรี`คิงเพาเวอร์` เป็น 1 เม.ย.65 พร้อมขยายเวลาช่วยผู้ประกอบการในสนามบิน-สายการบิน เป็น 12 เดือน

*** รับผลประกอบการปี 63/64 เสี่ยงขาดทุน 
    นายนิตินัย ศิริสมรรถการ กรรมการผู้อำนวยการใหญ่ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT เปิดเผยว่า ผลประกอบการงวดปี 63/64 (ต.ค.63-ก.ย.64) มีโอกาสที่จะพลิกเป็นขาดทุน เนื่องจากหลายประเทศมีมาตรการ Lock Down จึงทำให้ปริมาณผู้โดยสารลดลงอย่างมาก 

    ส่วนผลประกอบการงวดปี 62/63 (ต.ค.62-ก.ย.63) มั่นใจว่าจะไม่ขาดทุน เนื่องจากในช่วง 4 เดือนแรกของปีงบประมาณ(ต.ค.62-ม.ค.63) จำนวนผู้โดยสารยังคงเติบโตอยู่ในระดับสูง เพราะเป็นช่วงของฤดูกาลท่องเที่ยวของต่างชาติและในประเทศ

    โดยปัจจุบันจำนวนผู้โดยสารปรับเพิ่มมาอยู่ที่เฉลี่ย 50,000-80,000 คนต่อวัน ซึ่งเพิ่มขึ้นจากเดือนเม.ย.ที่อยู่ในระดับ 2,500 คนต่อวัน แต่ยังคงต่ำกว่าในระดับปกติที่มีจำนวนผู้โดยสารเฉลี่ย 400,000 คนต่อวัน โดยบริษัทคาดว่าปริมาณเที่ยวบินและจำนวนผู้โดยสารจะเริ่มฟื้นตัวต่อเนื่องจนกลับมาเป็นปกติในเดือนต.ค.65

*** เล็งกู้เงินคงสภาพคล่อง 7-8 หมื่นลบ.
    นายนิตินัย กล่าวว่า บริษัทมีความจำเป็นต้องกู้เงิน เพื่อรักษาสภาพคล่องไว้ที่ระดับ 70,000-80,000 ล้านบาท โดยปัจจุบันมีกระแสเงินสดเหลือเพียง 50,000 ล้านบาท และในปี 64 มีแผนที่จะต้องเบิกจ่ายเงินอีก 32,000 ล้านบาท รวมถึงไม่มีเงินที่มาจากการนำส่งรายได้ของผู้ประกอบการสัญญาเช่าพื้นที่จึงทำให้คาดว่าในช่วงสิ้นปี 64 จะขาดสภาพคล่อง

    สำหรับการกู้เงินจะเป็นการกู้เงินจากสถาบันการเงิน หรือใช้ช่องทางระดมทุนภายในประเทศ และยืนยันว่าบริษัทไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเพิ่มทุนจดทะเบียน
    
    ส่วนกรณีที่หลายฝ่ายมีความกังวลว่าบริษัทจำเป็นจะต้องตั้งสำรองหนี้ของบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) หรือ THAI ประมาณ 3,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นหนี้สินทางการค้า 700-800 ล้านบาท และหนี้สินที่มีข้อพิพาททางกฎหมายวงเงินประมาณ 2,000 ล้านบาท นั้น บริษัทยังระบุไม่ได้ว่าจะต้องตั้งสำรองภายในงบปี 62/63 หรือไม่

*** เลื่อนนับสัมปทานดิวตี้ฟรี `คิงเพาเวอร์` เป็น 1 เม.ย.65
    บริษัท ท่าอากาศยานไทย(AOT) แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)ว่า ที่ประชุมคณะกรรมการอนุมัติขยายเวลาการปรับปรุงตกแต่งพื้นที่และเลื่อนเวลาการเริ่มต้นและสิ้นสุดการอนุญาตประกอบกกิจการจำหน่ยสินค้าปลอดอาการ (ดิวตี้ ฟรี) ของกลุ่มคิงเพาเวอร์ ที่สนามบินสุวรรณภูมิ สนามบินภูเก็ต สนามบินเชียงใหม่ และสนามบินหาดใหญ่ เนื่องจากได้รับผลกระทบโควิด-19 ทำให้ไม่สามารถดำเนินการได้ตามแผนที่กำหนดไว้ และจะมีผลต่อการชำระค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำตามที่เสนอ

    โดย AOT จะขยายเวลาขั้นตอนการปรับปรุงก่อสร้าง ตกแต่งพื้นที่ประกอบกิจการที่กำหนดเดิมในระยะที่ 1 ออกไปอีก 1 ปี เป็นนับตั้งแต่ 28 ก.ย.63-31 มี.ค.65 และเลื่อนเวลาการเริ่มต้นและสิ้นสุดการประกอบกิจการที่กำหนดไว้เดิมในระยะที่ 2 เป็นตั้งแต่ 1 เม.ย.65-31 มี.ค.75

    ส่วนการเรียกเก็บค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำต่อผู้โดยสาร (Sharing Per Head) และจำนวนผู้โดยสารที่เกิดขึ้นจริง โดยตั้งแต่ 1 เม.ย.65 จนถึงปีที่จำนวนผู้โดยสารจริงของ AOT มีจำนวนเท่ากับหรือมากกว่าประมาณการผู้โดยสารที่กลุ่มคิงเพาเวอร์ แล้วแต่กรณี

    แต่ในปี 64 ให้อิงจากเอกสารการประมูล ให้นำค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำที่บริษัทใช้ยื่นข้อเสนอในปีแรก หารด้วยจำนวนผู้โดยสารตามประมาณการของบริษัทในปี 64 เพื่อคำนวณหา Sharing Per Head และนำมูลค่าที่ได้มาคูณกับจำนวนผู้โดยสารจริงของ ทอท. ในปีนั้นๆ เพื่อกำหนดเป็นค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำในปีนั้นๆ ตามสูตรการคิดคำนวณ MG (i)ที่กำหนด

    สำหรับปีถัดไป จะเรียกเก็บค่าผลประโยชน์ตอบแทนขั้นต่ำ โดยใช้สูตรการคำนวณ MAG(i) (พิจารณาจากอัตราการเจริญเติบโตของผู้โดยสารประกอบกับอัตราเงินเฟ้อของปีปฏิทินก่อนหน้า)

*** ขยายเวลาช่วยผู้ประกอบการในสนามบิน-สายการบิน
    
    ที่ประชุมคณะกรรมการยังอนุมัติขยายเวลาการเลื่อนการชำระค่าผลประโยชน์ตอบแทนในการประกอบกิจการ สำหรับงวดซึ่งครบกำหนดชำระตั้งแต่เดือนก.พ.- ก.ค.63 และเลื่อนการชำระค่าเช่าพื้นที่ ค่าบริการการใช้บริการในอาคาร ค่าบริการสนามบิน (Landing and Parking Charges) และค่าเครื่องอำนวยความสะดวก (Aircraft Service Charges) เฉพาะสำหรับงวด ซึ่งครบกำหนดชำระตั้งแต่เดือนเม.ย. - ก.ค.63 ให้กับผู้ประกอบการและสายการบิน

    จากเดิมที่ให้ขยายระยะเวลาการชำระของแต่ละงวดออกไปเป็นระยะเวลา 6 เดือนจากวันครบกำหนดชำระตามระยะเวลาปกติ เป็นให้ขยายระยะเวลาการชำระของแต่ละงวดออกไปเป็นระยะเวลา 12 เดือนจากวันครบกำหนดชำระตามระยะเวลาปกติ มาตรการดังกล่าวใช้กับผู้ประกอบการและสายการบินที่เคยมีหนังสือร้องขอรับสิทธิเลื่อนการชำระฯ จากบริษัท แล้ว







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด