ข่าวนี้ที่ 1

KK-SK-NRF ลุยไฟ ลงสนามเทรดวันแรก 7-9 ต.ค.นี้

KK-SK-NRF ลุยไฟ ลงสนามเทรดวันแรก 7-9 ต.ค.นี้

"เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น (KK)"-"ศิรกร (SK)"-"เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ (NRF)" ไม่หวั่นภาวะตลาดหุ้นขาลง เดินหน้าเข้าเทรดวันที่ 7-8-9 ต.ค.นี้ ตามลำดับ ด้าน "สยามราชธานี(SO)" เคาะราคาไอพีโอ 6.50 บาทต่อหุ้น เปิดจอง 3-7 ต.ค.นี้

*** KK พร้อมเทรด mai 7 ต.ค.นี้

     นายรัฐชัย ธีระธนาวัฒน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม สายงานวาณิชธนกิจ–ด้านตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) หรือ KTBST ที่ปรึกษาทางการเงิน บริษัท เคแอนด์เค ซุปเปอร์สโตร์ เซาท์เทิร์น จำกัด (มหาชน) หรือ KK เปิดเผยว่า ภายหลังจากที่ได้เปิดให้จองซื้อหุ้นสามัญให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 69 ล้านหุ้น และการจัดสรรหุ้นสามัญส่วนเกินจำนวน 10.35 ล้านหุ้น ในราคาหุ้นละ 0.88 บาท ระหว่างวันที่ 29 ก.ย.-1 ต.ค.63 ปรากฏว่ากระแสตอบรับจากนักลงทุนดีเกินกว่าที่คาดไว้เป็นอย่างมาก เนื่องจากนักลงทุนมั่นใจในศักยภาพการเติบโตของบริษัท

     ทั้งนี้ หุ้น KK มีกำหนดจะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) หมวดบริการ ในวันที่ 7 ต.ค.นี้

     "  มั่นใจว่า KK จะเป็นหุ้นน้องใหม่ขวัญใจนักลงทุนรายต่อไป”นายรัฐชัย กล่าว

***  ระดมเงินขยายสาขา

     นายกวิศพงษ์ สิริธนนนท์สกุล กรรมการผู้จัดการ  KK กล่าวว่า บริษัทฯ จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ไปใช้ในการขยายร้านสาขา รวมถึงชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียน 

     โดยแผนงานในอนาคตเตรียมที่จะขยายร้านสาขาอย่างต่อเนื่อง มุ่งเน้นเปิดร้านสาขาในพื้นที่จังหวัดสงขลา พัทลุง สตูล และจังหวัดอื่นๆ ในภาคใต้ เพื่อมุ่งสู่การเป็นร้านสะดวกซื้อชั้นนำในภาคใต้ และเป็นร้านค้าปลีกสินค้าอุปโภคบริโภคอันดับแรกๆ ที่ผู้บริโภคนึกถึง ภายใต้แนวคิด “ซื้อของครบ พบของถูก ถูกทุกวัน ที่ K&K ทุกสาขา ใกล้บ้านคุณ” เพื่อเพิ่มศักยภาพของบริษัทให้มีความแข็งแกร่งและมีอัตราการเติบโตที่ดีในอนาคต

     “มั่นใจว่าธุรกิจของ KK ในอนาคตจะสามารถขยายตัวต่อไปได้อีกมาก จากเงินทุนหมุนเวียนที่มีมากขึ้น มีสถานะทางการเงินที่แข็งแกร่ง มีชื่อเสียงเป็นที่รู้จัก และได้รับการยอมรับในฐานะที่เป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ที่สำคัญสามารถสร้างผลตอบแทนให้กับผู้ถือหุ้นได้อย่างยั่งยืนในอนาคต”นายกวิศพงษ์ กล่าว
 
*** SK ลงสนามเทรด 8 ต.ค.63

     นายกิตติพันธ์ ภูษณวรรณ กรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัทหลักทรัพย์ โกลเบล็ก จำกัด ฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน บริษัท ศิรกร จำกัด (มหาชน) หรือ SK  เปิดเผยว่า หลังจากที่มีการเปิดให้จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้กับประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) ของ จำนวน 115.35 ล้านหุ้น โดยเสนอขายหุ้นละ 0.80 บาทต่อหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ระหว่างวันที่ 28 – 30  ก.ย.63 พบว่าได้รับความสนใจจากนักลงทุนจำนวนมาก พร้อมเข้าเทรด ตลาด mai  วันที่ 8 ต.ค.63

     สาเหตุที่ได้รับความสนใจจากนักลงทุน เนื่องจากการกำหนดราคา  IPO ที่เหมาะสม คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio) ที่ 8 เท่า ขณะปัจจุบัน P/E Ratio ของบริษัทเทียบเคียง อยู่ที่ 11.38 เท่า ประกอบกับบริษัทฯ มีพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ธุรกิจมีศักยภาพในการเติบโตอย่างต่อเนื่องโดยรายได้รวมย้อนหลัง 3 ปี (ปี 60 – ปี 62) เติบโตเฉลี่ย 14% ต่อปี และการเติบโตของบริษัท อิงจากนโยบายการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐบาล  

*** ธุรกิจโดดเด่น

    ดร.วีรพัฒน์ เพชรคุปต์ กรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ คันทรี่ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน)ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน กล่าวว่า จากความโดดเด่นการเป็นผู้ดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง และให้บริการรับเหมาก่อสร้างสายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้าและงานรับเหมาก่อสร้างโยธา และด้วยศักยภาพความแข็งแกร่งทางธุรกิจ ซึ่งถือว่าเป็นผู้ประกอบการ ที่มีโรงงานผลิตและจัดจำหน่ายคอนกรีตอัดแรง 6 แห่ง ครอบคลุมพื้นที่ทั่วประเทศ อาทิ จังหวัดกาฬสินธุ์ จังหวัดชลบุรี จังหวัดชัยนาท จังหวัดลำปาง จังหวัดสุราษฎร์ธานี และจังหวัดสงขลา

    "SK ถือว่าเป็นบริษัทฯ ที่มีการวางกลยุทธ์ที่ดี สำหรับการกระจายความเสี่ยงด้านการกระจุกตัวของรายได้ แม้ว่าที่ผ่านมารายได้ส่วนใหญ่จะมาจากการขายผลิตภัณฑ์คอนกรีตอัดแรง แต่บริษัทฯ ได้พยายามเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจให้บริการรับเหมาก่อสร้างสายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้า ซึ่งที่ผ่านมาสัดส่วนรายได้ดังกล่าวมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นทุกปี"

     นายเอกจักร บัวหภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท แคปปิตอล วัน พาร์ทเนอร์ จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า การเติบโตของธุรกิจในอุตสาหกรรมผลิตภัณฑ์เสาไฟฟ้าคอนกรีตอัดแรง และในส่วนงานรับเหมาก่อสร้าง รวมถึงการเพิ่มสัดส่วนการตลาดในอุตสาหกรรมงานรับเหมาสายส่งและสายจำหน่ายไฟฟ้าของการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (กฟภ.)  การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เป็นเครื่องการันตีที่สะท้อนให้เห็นถึงศักยภาพความเชื่อมั่นของกลุ่มลูกค้าทั้งภาครัฐและเอกชน จนเป็นที่ยอมรับในการเข้าประมูลงานของทุกภาคส่วนได้อย่างต่อเนื่อง

     ณ สิ้นสุดไตรมาส 2/63 SK ยังมีงานรับเหมาก่อสร้าง ที่รอการส่งมอบอีกกว่า 10 โครงการ คิดเป็นมูลค่างานในมือ (Back log) อีกกว่า 157.22 ล้านบาท และคาดว่าจะทยอยรับรู้เกือบทั้งหมดภายในปีนี้ ซึ่งโดยธรรมชาติในธุรกิจของ SK แล้ว จะเป็นโครงการระยะสั้นที่มีการประมูลปีต่อปีเป็นส่วนใหญ่

     SK ยังถือเป็นบริษัทฯ ที่มีความแข็งแกร่งทางการเงิน ณ สิ้นไตรมาส 2/63 มีอัตราหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนเพียง 0.17 เท่า และยังมีนโยบายการจ่ายเงินปันผลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตราไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิของงบการเงินเฉพาะกิจการภายหลังจากหักภาษีและเงินทุนสำรองตามกฎหมายและเงินสำรองอื่น
 
 *** NRF จ่อคิวเทรด 9 ต.ค.63

     นางสาววีณา เลิศนิมิตร กรรมการ ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ผู้บริหารสายงาน Investment Banking ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน และผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่าย บริษัท เอ็นอาร์ อินสแตนท์ โปรดิวซ์ จำกัด (มหาชน) หรือ NRF เปิดเผยว่า นักลงทุนรายย่อยให้ความสนใจหุ้น NRF อย่างมาก 

    และจากการทำการสำรวจความต้องการจองจากนักลงทุนสถาบัน (Bookbuilding) ซึ่งได้รับความสนใจอย่างมากถึง 8 เท่าของจำนวนหุ้นที่จัดสรรแก่นักลงทุนสถาบัน จึงกำหนดราคาเสนอขายสุดท้าย (Final Price) หุ้น IPO ที่ราคา 4.60 บาทต่อหุ้น ซึ่งเป็นราคาสูงสุดของช่วงราคาเสนอขายเบื้องต้น และคาดว่าจะเข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในวันที่ 9 ต.ค.นี้

     "การกำหนดราคาหุ้น IPO ของ NRF ที่ราคา 4.60 บาทต่อหุ้น ถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง จากศักยภาพการเติบโตและแผนการลงทุนที่ชัดเจน ประกอบกับมีความมั่นคงของผลการดำเนินงาน และโอกาสที่จะเติบโตได้อย่างต่อเนื่องในอนาคต เนื่องจากธุรกิจอาหารเป็นปัจจัยสี่ที่มีความจำเป็นต่อการดำรงชีวิตประจำวัน ซึ่งจะได้รับประโยชน์จากการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรทั่วโลกและการใส่ใจเลือกทานอาหารที่มีคุณภาพและดีต่อสุขภาพ ทำให้ NRF มีความสามารถเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว” นางสาววีณา กล่าว

*** วางเป้ายอดขายโต 3 เท่าในปี 67

    นายแดน ปฐมวาณิชย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร NRF กล่าวว่า บริษัท เป็นผู้ผลิต จัดหา และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ปรุงรสอาหาร อาหารสำเร็จรูป เครื่องปรุงสำหรับประกอบอาหาร อาหารมังสวิรัติที่ไม่มีส่วนผสมของไข่และนม อาหารโปรตีนจากพืช อาหารสำเร็จรูปพร้อมปรุงและพร้อมรับประทาน และเครื่องดื่มสำเร็จรูปชนิดผงและน้ำ รวมถึงผลิตภัณฑ์สินค้าอุปโภคที่ไม่ใช่อาหารในบรรจุภัณฑ์ที่เป็นมิตรกับผู้บริโภคและสิ่งแวดล้อม (V-shape) 

     โดยบริษัทฯ เป็นผู้ผลิตรายแรกของไทยที่เตรียมความพร้อมด้านการผลิต เทคโนโลยีและนวัตกรรมใหม่ๆ ในด้านอาหารเพื่อรองรับการก้าวสู่ผู้นำในอุตสาหกรรมผลิตอาหารในระดับสากล และเป็นบริษัทฯ ที่มีรูปแบบพร้อมรองรับผลิตภัณฑ์อาหารที่มีการเติบโตสูงในอนาคต (Platform for Future Food) โดยมีทีมวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีประสบการณ์มากว่า 30 ปี เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่มีความหลากหลายจากโรงงานทั้งในและต่างประเทศที่มีมาตรฐานในกระบวนการผลิตเป็นที่ยอมรับในระดับสากล โดยกระจายเข้าสู่ช่องทางการจัดจำหน่ายกว่า 25 ประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา อังกฤษ เยอรมัน แอฟริกาใต้ ญี่ปุ่น

     บริษัทตั้งเป้าภายในปี 67 จะเพิ่มยอดขายเป็นประมาณ 3,000 ล้านบาท หรือเติบโตประมาณ 3 เท่า จากปัจจุบัน และมีสัดส่วนรายได้จากผลิตภัณฑ์ Plant-based เพิ่มขึ้นประมาณ 30-40% นอกจากนี้ มีแผนเพิ่มสัดส่วนยอดขายออนไลน์เพื่อรองรับพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

*** SO เคาะราคาไอพีโอ 6.50 บาท 
 

     นายคมกฤต มีคำสัตย์ กรรมการผู้จัดการสายงานตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้น บริษัท สยามราชธานี จำกัด (มหาชน) หรือ SO เปิดเผยว่า SO กำหนดราคาขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 85 ล้านหุ้น ที่หุ้นละ 6.50 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิ (P/E Ratio) ที่ 16.7 เท่า จากกำไรสุทธิของบริษัทในช่วง 12 เดือนย้อนหลัง เปิดให้นักลงทุนจองซื้อระหว่างวันที่ 3 - 7 ต.ค. 63 คาดว่าจะเข้าจดทะเบียนและซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(SET) ภายในวันที่ 14 ต.ค.63 นี้

     ปัจจุบัน SO มีทุนจดทะเบียน 310 ล้านบาท แบ่งออกเป็น 310 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1.00 บาท และมีทุนที่เรียกชำระแล้ว 225 ล้านบาท หรือ 225 ล้านหุ้น และภายหลังจากการเสนอขายหุ้น IPO บริษัทจะมีทุนชำระแล้วเพิ่มขึ้นเป็น 310 ล้านบาท เสนอขายหุ้น IPO 85 ล้านหุ้น แบ่งเป็นเสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป จำนวน 76.5 ล้านหุ้น และเสนอขายให้แก่กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของบริษัท จำนวนไม่เกิน 8.5 ล้านหุ้น โดยเงินระดมทุนจะนำใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการขยายกิจการเพื่อรองรับการเติบโตในอนาคต รวมทั้งนำไปชำระคืนเงินกู้ยืมจากสถาบันการเงิน

 นายจิรณุ กุลชนะรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร SO เปิดเผยว่า ภาพรวมรายได้ปกติเติบโตเฉลี่ยปีละ 7-8% แต่คาดว่าหลังเข้าตลาด จะช่วยหนุนให้บริษัทเป็นที่รู้จักและรับงานได้เพิ่มมากขึ้น รวมถึงธุรกิจ Outsource ยังเติบโตต่อเนื่อง หนุนรายได้ปี 64 มีโอกาสเติบโตได้แตะระดับ10%  







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด