ข่าวนี้ที่ 1

เปิดโผ 12 หุ้นส่งออก-โภคภัณฑ์น่าลงทุน รับการค้าโลกฟื้น-ดอลล์อ่อน

เปิดโผ 12 หุ้นส่งออก-โภคภัณฑ์น่าลงทุน รับการค้าโลกฟื้น-ดอลล์อ่อน

    บล.เอเซียพลัส หนุนหุ้นกลุ่มอิงส่งออก-สินค้าโภคภัณฑ์ น่าลงทุน หลังรับอานิสงส์การค้าโลกฟื้นตัว เทรนด์การค้าโลกโต ประกอบกับดอลลาร์อ่อนค่า หนุนราคาสินค้าโภคภัณฑ์ขาขึ้น พร้อมแนะ 12  หุ้นดาวเด่นในกลุ่มฯ  ฟาก TU อวดกำไรไตรมาส 1/64 โต 77% ที่ 1.8 พันล้านบาท จากธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็ง–ธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงดีขึ้น พร้อมกวาดยอดขาย 3.11 หมื่นล้านบาท

 

***ASPS คาดหุ้นส่งออก-สินค้าโภคภัณฑ์ รับอานิสงส์การค้าโลกฟื้น

 

    ฝ่ายวิจัยบริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซีย พลัส จำกัด (ASPS) เผยผ่านบทวิเคราะห์ว่ายังคงมุมมอง Theme การลงทนหุ้นที่น่าสนใจและราคาหุ้นน่าจะ Perform ได้ดีในช่วงหลังจากนี้มาจาก 2 Theme คือหุ้นที่อิงส่งออกและหุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ เนื่องจากไทยพึ่งพิงภาคส่งออกสูงถึงราว 64% ของ GDP และปี 64 การค้าโลกฟื้นตัวชัดเจน โดยเฉพาะประเทศหัวเรือใหญ่ (จีน, สหรัฐ) และตอกย้ำความเชื่อหลังจากเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาประเทศจีนรายงานส่งออกเดือน เม.ย.64 ขยายตัว 32.3% จากช่วงเดียวกันปีก่อน (สูงกว่าที่ตลาดคาด 24.1%) ส่วนการนำเข้าเดือนเดียวกันขยายตัว 43.1% (ตลาดคาด 42.5%) โดย ASPS ยังคงความเชื่อว่าภาคส่งออกจะเป็นฟันเฟือง 1 ตัวที่มีแนวโนมสดใสตลอดทั้งปี หลังจากการบริโภคในประเทศฟื้นตัวล่าช้า

 

*** เชียร์ 9 หุ้นส่งออกน่าลงทุน

 

    โดยสำหรับหุ้นส่งออกที่แนะนำลงทุน 5 กลุ่ม ได้แก่ 1.กลุ่มเกษตร-อาหาร ซึ่งแนะนํา CPF ราคาเป้าหมาย 42 บาทต่อหุ้น,TFG ราคาเป้าหมาย 6.20 บาทต่อหุ้น และ TU ราคาเป้าหมาย 20 บาทต่อหุ้น,
    2.ธุรกิจยางพาราเติบโต แนะนําซื้อ NER ราคาเป้าหมาย 7.50 บาทต่อหุ้น และ STA ราคาเป้าหมาย 60 บาทต่อหุ้น
    3.กลุ่มยานยนต์ แนะนําลงทุน SAT ราคาเป้าหมาย 19.6 บาทต่อหุ้น และ STANLYราคาเป้าหมาย 220 บาทต่อหุ้น
    4.กลุ่มเหล็ก แนะนำลงทุน MCS ราคาเป้าหมาย 21.9 บาทต่อหุ้น
    และ5.กลุ่มถั่วเหลืองแนะนํา TVO ราคาเป้าหมาย 37.0 บาทต่อหุ้น

 

*** คาดหุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ รับผลดีดอลลาร์อ่อน

    ส่วนหุ้นที่อิงสินค้าโภคภัณฑ์ หากพิจารณาจากปัจจัยแวดล้อมที่หนุนราคา คือ 1.ดัชนีค่าเงินดอลลาร์ (Dollar Index) ที่มีแนวโน้มอ่อนค่าชัดเจนต่อเนื่อง โดยล่าสุดอยู่ที่ 90.1 จุด อ่อนค่าต่ำสุดตั้งแต่ มี.ค.64 และ2.เศรษฐกิจหัวเรือใหญ่ของโลกที่ฟื้นตัวเร็ว ซึ่งช่วยหนุนการบริโภคสินค้า โดยรวมทำให้ยังเห็นราคาสินคาโภคภัณฑ์หลายตัวอยู่อยู่ในทิศทางขาขึ้นชัดเจนและบางตัวทำจุดสูงสุดใหม่ (New High) โดยหุ้นสินค้าโภคภัณฑ์ที่แนะนำลงทุนได้แก่ 
    1.กลุ่มพลังงาน คือ PTTEP ราคาเป้าหมาย 128 บาทต่อหุ้น, PTTGC ราคาเป้าหมาย 69 บาทต่อหุ้น
    2.กลุ่มเหล็ก คือ TMT ราคาเป้าหมาย 14.8 บาทต่อหุ้น และกลุ่มถั่วเหลือง คือ TVO ราคาเป้าหมาย 37 บาทต่อหุ้น

 

***TU อวดกำไร 1/64 โต 77% ที่ 1.8 พันลบ.

    นายธีรพงศ์ จันศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU กล่าวว่า ผลประกอบการในไตรมาส 1/64 โดยมีกำไรสุทธิอยู่ที่ 1,803 ล้านบาท มากกว่าไตรมาสเดียวกันของปีก่อนหน้าถึง 77% และมียอดขายคงที่อยู่ที่ระดับ 31,125 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเพียง 0.1% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า ซึ่งผลกำไรสุทธิเพิ่มขึ้นจากธุรกิจอาหารทะเลแช่แข็งฟื้นตัว โดยเฉพาะในตลาดสหรัฐอเมริกา และธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า ประกอบกับการบริหารจัดการต้นทุนที่ดีและได้รับผลดีจากอัตราแลกเปลี่ยนเงินตรา (fx)

 

***รับธุรกิจอาหารแช่แข็ง-ผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงฟื้นตัว

 

    สำหรับในไตรมาส 1/64 ธุรกิจอาหารแช่แข็งฟื้นตัว โดยยอดขายเพิ่มขึ้น 10.3% อยู่ที่ 12,076 ล้านบาท และ ทำผลงานได้ดีในตลาดสหรัฐอเมริกา ซึ่งภาคธุรกิจบริการอาหารมีการปรับตัวในทิศทางที่ดีขึ้นมาก นอกจากนี้ สหรัฐอเมริกายังเป็นตลาดที่ใหญ่ที่สุดในธุรกิจของไทยยูเนี่ยน ขณะที่ธุรกิจผลิตภัณฑ์อาหารสัตว์เลี้ยงและผลิตภัณฑ์เพิ่มมูลค่า คือ อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญในไตรมาส 1/64 โดยมียอดขายเพิ่มขึ้นถึง 20.8% อยู่ที่ 5,469 ล้านบาท เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และ ถึงแม้ว่าธุรกิจอาหารทะเลบรรจุกระป๋องจะมียอดขายลดลง 13.1% อยู่ที่ 13,580 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาส 1/63 ที่ผู้บริโภคมีการจับจ่ายอาหารกระป๋องในช่วงเริ่มแรกของการแพร่ระบาด แต่ถ้าหากเทียบกับไตรมาส 1/62 ซึ่งเป็นปีก่อนจะเกิดการแพร่ระบาดโควิด-19 จะเห็นได้ว่ายอดขายยังเพิ่มขึ้นถึง 0.9%


    อย่างไรก็ตามไทยยูเนี่ยนยังคงเดินหน้าธุรกิจด้วยนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องเพื่อตอบโจทย์เป้าหมายของบริษัทในการสร้างสุขภาพที่ดีให้กับผู้คนควบคู่ไปกับการดูแลความอุดมสมบูรณ์ของท้องทะเลในไตรมาสแรกของปีบริษัทได้เปิดตัวผลิตภัณฑ์โปรตีนทางเลือกภายใต้แบรนด์ OMG Meat ในประเทศไทย รวมถึงผลิตภัณฑ์ส่วนประกอบอาหารภายใต้แบรนด์ ยูนีกโบน ผงแคลเซียมจากกระดูกปลาทูน่า

 

    นอกจากนี้ในไตรมาสเดียวกันนี้ยังได้จับมือกับองค์กรอนุรักษ์ธรรมชาติระดับโลก The Nature Conservancy ในการทำงานด้านความโปร่งใสของห่วงโซ่อุปทานในการจัดหาปลาทูน่าทั่วโลก เพื่อตรวจสอบการทำประมงที่ผิดกฎหมาย ขาดการรายงานและไร้การควบคุม ประกอบกับ บริษัทยังได้เข้าร่วมในโครงการ Ocean Disclosure ที่ส่งเสริมด้านความโปร่งใสในอุตสาหกรรมอาหารทะเลโลก โดยบริษัทเอกชนที่ประกอบธุรกิจอาหารทะเลสามารถแสดงข้อมูลการจัดหาอาหารทะเลต่อสาธารณชนได้เพื่อความโปร่งใส อีกทั้งบริษัทยังได้จัดหาแหล่งเงินกู้ที่เชื่อมโยงกับการดำเนินงานด้านความยั่งยืนเป็นครั้งแรกทั้งในประเทศไทยและประเทศญี่ปุ่น ซึ่งนับเป็นอีกก้าวสำคัญสู่การเป็น Blue Finance หรือ การบริหารการเงินที่เกี่ยวข้องกับโครงการอนุรักษ์มหาสมุทร

 

*** ตั้งเป้าหมายยอดขายปีนี้โต 3-5%

 

    สำหรับเป้าหมายทางการเงินปี 64 บริษัทตั้งเป้ายอดขายเติบโต 3-5% จากปี 63 และมีอัตรากำไรขั้นต้นอยู่ที่ 17%,สัดส่วน SG&A ต่อยอดขาย 11-12% พร้อมเตรียมงบลงทุนไว้ประมาณ 6,000 -6,500 ล้านบาท







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด