ข่าวนี้ที่ 1

ครม.ไฟเขียวรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ประเดิมต.ค.นี้

ครม.ไฟเขียวรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ ประเดิมต.ค.นี้

"ครม." อนุมัติเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ สามารถเข้าประเทศไทยได้ไม่เกิน 270 วัน เริ่มตั้งแต่ต.ค.นี้ คาดเปิดรับได้สัปดาห์ละ 100 - 300 คน และมีเม็ดเงินจากกลุ่มนักท่องเที่ยวเดือนละ 1,200 ลบ. พร้อมปรับเกณฑ์เราเที่ยวด้วยกัน หนุนข้าราชการ, รสก. , ลูกจ้าง พักร้อนเพิ่มได้ 2 วันไม่นับเป็นวันลา โบรกฯมองจำนวนนักท่องเที่ยวน้อย แต่ยังพอหนุน Sentiment หุ้นท่องเที่ยว


*** ครม.ไฟเขียวรับนักท่องเที่ยวต่างชาติประเภทพิเศษ เริ่มต.ค.นี้


นางสาวไตรศุลี ไตรสรณกุล รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 15 ก.ย.ว่า ที่ประชุมครม.มีมติอนุมัติในหลักการ แนวทางการเปิดรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษ Special Tourist VISA (STV) โดยการเปิดให้คนต่างด้าวที่มีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์สามารถเข้ามาในประเทศได้ไม่เกิน 270 วัน ซึ่งคาดเริ่มดำเนินการได้ตั้งแต่เดือนต.ค.นี้ 


*** คุมเข้มนักท่องเที่ยวต่างชาติ ต้องอยู่ยาว-กักตัว-มีหลักฐานที่พักอาศัย


นางสาวไตรศุลี ระบุเพิ่มเติมว่า นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศจะต้องมีคุณสมบัติตามหลักเกณฑ์ดังนี้

1.เป็นบุคคลต่างด้าวที่ประสงค์จะเดินทางมาพำนักระยะยาว (Long Stay) ภายในประเทศไทย 
 
2.ยอมรับการปฏิบัติตามมาตรการด้านสาธารณสุขที่ประกาศใช้ภายในประเทศไทย และตกลงยินยอมกักตัวในห้องพักจำนวน 14 วัน (ALSQ)

3.มีหลักฐานสถานที่พักอาศัยระยะยาวภายในประเทศไทย ได้แก่หลักฐานการชำระเงินค่าโรงแรมที่พัก หรือโรงพยาบาลที่พัก (AHQ) ภายในประเทศไทย และหลักฐานอย่างใดอย่างหนึ่ง เช่น หลักฐานการชำระเงินค่าโรงแรมที่พัก ที่จะใช้เป็นที่พัก หลังจากออกจากโรงแรมที่พักที่เป็นสถานที่กักตัว หรือโรงพยาบาลที่พัก ตามระยะเวลาที่ ประสงค์จะพำนักระยะยาว ภายในประเทศไทย


หรือสามารถใช้หลักฐานสำเนาโฉนดห้องชุดของที่พักอาศัยประเภทคอนโดมิเนียม ที่เป็นกรรมสิทธิ์ของบุคคลต่างด้าวหรือบุคคลในครอบครัวของบุคคลต่างด้าว หลักฐานการเช่าที่พักประเภทคอนโดมิเนียมหรือบ้านพัก หลักฐานการชำระเงินดาวน์ของบุคคลต่างด้าวในการซื้อหรือเช่า ที่พักอาศัยประเภทคอนโดมิเนียมที่บุคคลต่างด้าวสามารถซื้อได้ตามกฎหมาย เป็นต้น


ทั้งนี้ บุคคลต่างด้าวตามเกณฑ์ข้างต้น และผ่านการดำเนินการตามการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (โควิด-19) ตามที่กระทรวงสาธารณสุขและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำหนด มีสิทธิขอรับการตรวจลงตราประเภทนักท่องเที่ยวเป็นพิเศษ STV โดยเสียค่าธรรมเนียมการตรวจลงตราครั้งละ 2,000 บาท ได้รับอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรเป็นเวลา 90 วัน


อย่างไรก็ตามภายหลังจากที่ครบกำหนดเวลาอนุญาต 90 วันแล้ว ให้พนักงานเจ้าหน้าที่ตรวจคน เข้าเมืองมีอำนาจอนุญาตให้อยู่ต่อไปได้อีก 2 ครั้ง ๆ ละ 90 วัน โดยคนต่างด้าวต้องยื่นคำขอตามแบบ และเสียค่าธรรมเนียมตามที่กำหนด โดยให้ใช้บังคับตั้งแต่วันประกาศ จนถึงวันที่ 30 ก.ย. 64


*** คาดรับนักท่องเที่ยวได้ 100 - 300 คน/สัปดาห์ หนุนเม็ดเงิน 1,200 ลบ./เดือน


ทั้งในเบื้องต้นคาดว่าจะสามารถเปิดรับนักท่องเที่ยวประเภทดังกล่าวเข้ามาในไทยได้ราวสัปดาห์ละ 100 - 300 คน และคาดว่าจะมีเงินเม็ดเงินจากกลุ่มดังกล่าว 1,200 ล้านบาทต่อเดือน 


สำหรับแนวทางการเปิดรับนักท่องเที่ยวประเภทพิเศษนี้ เพื่อต้องการนำนักท่องเที่ยวที่มีศักยภาพ เดินทางเข้ามาในประเทศไทย ช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและธุรกิจเกี่ยวเนื่อง ส่งผลให้เกิดการหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจของประเทศไทยโดยรวม ซึ่งจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้นักท่องเที่ยวและบุคคลทั่วไปไม่สามารถเดินทางได้


ทั้งนี้ เพื่อป้องกันและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคดังกล่าว แต่เนื่องจากประเทศไทย สามารถบริหารจัดการและควบคุมการแพร่ระบาดของโรค จนได้รับการจัดอันดับประเทศที่มีความปลอดภัยเป็นอันดับ 1 ประสบผลสำเร็จเป็นอย่างดียิ่ง ทำให้คนต่างด้าวที่เรียกว่ากลุ่มที่มีกำลังซื้อสูงและมีศักยภาพจากทุกประเทศทั่วโลกมีความต้องการเดินทางเข้ามาพร้อม ครอบครัวเพื่อมาพำนักระยะยาว (Long Stay) ภายในประเทศไทย


“เมื่อเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้อุตสาหกรรมท่องเที่ยว ภายในประเทศขาดรายได้และได้รับผลกระทบในทุกภาคส่วน รัฐบาลจึงมีนโยบายที่จะเริ่มเปิดให้นักท่องเที่ยว ชาวต่างประเทศเดินทางเข้ามาพำนักระยะยาว (Long Stay) ภายในประเทศไทย ในพื้นที่ปิดที่สามารถ ควบคุมป้องกันการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19ได้”นางสาวไตรสุรี กล่าว


*** ปรับเกณฑ์ "เราเที่ยวด้วยกัน" ดึงกำลังซื้อกลุ่มข้าราชการ 


นายอนุชา บูรพชัยศรี โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยภายหลังการประชุมครม. ในวันนี้ว่า ที่ประชุม ครม.เห็นชอบปรับปรุงโครงการ "เราเที่ยวด้วยกัน" โดยให้ข้าราชการ พนักงาน ลูกจ้าง พนักงานรัฐวิสาหกิจ สามารถลาพักร้อนในวันธรรมดาเพิ่มได้ 2 วัน โดยไม่นับเป็นวันลา เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในวันธรรมดา และกระตุ้นการใช้จ่ายในกลุ่มที่มีศักยภาพ และเพิ่มความถี่ในการพักค้าง


“สำหรับการดำเนินการนั้น ยังเป็นช่วงเวลาเดิมคือสิ้นสุดต.ค.นี้ ให้ออกเดินทางท่องเที่ยวได้ตามโครงการเราเที่ยวด้วยกัน


*** "วิษณุ" เผยก.ท่องเที่ยวเล็งเคาะวันหยุดยาว 4 วัน ช่วงพ.ย.


นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยก่อนการประชุมคณะรัฐมนตรี ถึงกรณีการเพิ่มวันหยุดยาวต่อเนื่อง ตามที่นายกรัฐมนตรีมีนโนบายให้มีวันหยุดยาว เพื่อให้ประชาชนได้ท่องเที่ยวและกระตุ้นเศรษฐกิจ ว่า ขณะนี้กระทรวงการท่องเที่ยวยังกำหนดวันที่แน่นอนไม่ได้  เนื่องจากต้องเตรียมการหลายด้าน


"เราอยากได้ช่วงที่ไม่มีวันหยุด เพราะเดือนต.ค.มีวันหยุดมากไป ส่วนเดือนพ.ย. ยังไม่มีวันหยุด จึงคิดว่าน่าจะเกิดขึ้นได้ในเดือนนี้น่าจะดี เพราะหยุดทั้งทีก็ต้องหยุดหลายวัน รวมเสาร์-อาทิตย์ด้วย" นายวิษณุ กล่าว


อย่างไรก็ตาม ขณะนี้ให้ทางฝ่ายการท่องเที่ยวเช็กดูว่าช่วงใดจึงจะเหมาะสม เพราะต้องให้ตำรวจท่องเที่ยว และตำรวจ ดูเรื่องของการจราจรด้วย


*** AOT-AAV-MINT-CENTEL กอดคอบวกทันที


ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากการครม.ประกาศมาตรการกระตุ้นท่องเที่ยว ความเคลื่อนไหวราคาหุ้นกลุ่มท่องเที่ยว-การบิน กอดคอบวกทันที นำโดย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) หรือ AOT ปิดตลาดวันที่ 15ก.ย.ไปที่ 59.50 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.50 บาท หรือ +2.59% มูลค่าการซื้อขาย 2,937.43 ล้านบาท ด้านบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV ปิดตลาดวันที่15ก.ย.ไปที่ 1.94 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.11 บาท หรือ +6.01% มูลค่าการซื้อขาย 132.15 ล้านบาท


บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT ปิดตลาดวันที่ 15 ก.ย.ไปที่ 23 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.20 บาท หรือ +5.5% มูลค่าการซื้อขาย 2,148.95 ล้านบาท บริษัท โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา จำกัด (มหาชน) หรือ CENTEL ปิดตลาดวันที่ 15 ก.ย.ไปที่ 25.25 บาท ปรับตัวเพิ่มขึ้น 1.95 บาท หรือ +8.37% มูลค่าการซื้อขาย 197.34 ล้านบาท


*** โบรกฯ มองช่วยหนุนหุ้นท่องเที่ยวเล็กน้อย


นายกรภัทร วรเชษฐ์ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยและบริการการลงทุน กลยุทธ์การลงทุน บริษัทหลักทรัพย์(บล.) โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า จากกรณีรัฐบาลจะเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติแบบพิเศษเริ่มต.ค.นี้ คาดว่าจะช่วยหนุนบรรยากาศภาพรวมตลาดหุ้นไทย(Sentiment) ในกลุ่มท่องเที่ยวทั้งหมดดีขึ้น อย่างไรก็ตามจำนวนนักท่องเที่ยวยังถูกจำกัด ซึ่งจะเปิดรับเพียงสัปดาห์ละ 100-300 คน จึงคาดว่าหุ้นที่ได้รับผลบวกโดยตรงได้แก่  CENTEL และ BDMS


นายเจริญ เอี่ยมพัฒนธรรม ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กรุงไทย ซีมิโก้ จำกัด เปิดเผยว่า ประเด็นรัฐบาลจะเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ อาจเป็นปัจจัยบวกกระแสช่วงสั้น เนื่องจากนักท่องเที่ยวที่เปิดรับเพียงสัปดาห์ละ 100-300 คน จะเข้ามาได้ตามเป้าหมายที่รัฐบาลคาดการณ์หรือไม่ ซึ่งต้องดูผลตอบรับหลังจากเริ่มใช้มาตรการดังกล่าวด้วย ว่าจะมีปัญหาเรื่องสถานการณ์ผู้ติดเชื้อหรือไม่ หรือสามารถมารถคุมเงื่อนไขได้ดีตามเกณฑ์หรือไม่ ซึ่งจะช่วยหนุนภาพรวมหุ้นในกลุ่มธุรกิจท่องเที่ยวกลับมาได้อีกครั้ง


"สุดท้ายต้องดูว่าเป้านักท่องเที่ยวจะได้ตามเป้าหรือเปล่า เพราะเพิ่งเริ่มทำเป็นครั้งแรก แล้วคนเข้ามาจะควบคุมโรคได้มั้ย " นายเจริญกล่าว


หุ้นที่ได้รับผลกระทบโดยตรงตัวแรกคือ AOT เนื่องจากต้องใช้สนามบินในการเดินทาง ,กลุ่มโรงแรมได้แก่ MINT,ERW,CENTEL และกลุ่มโรงพยาบาลที่รับชาวต่างชาติได้แก่ BDMS, BH 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด