ข่าวนี้ที่ 1

ลุ้น SET เดือนพ.ค.ทะลุ 1,600 จุด-คาดไม่เกิด Sell In May

ลุ้น SET เดือนพ.ค.ทะลุ 1,600 จุด-คาดไม่เกิด Sell In May

          โบรกฯ คาด SET เดือนพ.ค.มีลุ้นแกว่งตัวขึ้นทะลุแนวต้าน 1,600 จุด เหตุกำไรบจ.ไตรมาสแรกออกมาดีกว่าคาด สภาพคล่องล้นทะลัก ขณะที่ตลาดหุ้นไทยปรับฐานไปแล้วในเดือนเม.ย. ช่วยลดแรงกดดันจากภาวะ Sell In May กูรูให้กรอบดัชนี 1,550-1,620 จุด แนะลงทุนหุ้น Outperform ตลาด-มีโอกาสเข้า SET100 ตามเกณฑ์ใหม่  

          *** ลุ้น SET พ.ค. ทะลุ 1,600 จุด

          นายวิจิตร อารยะพิศิษฐ ผู้อำนวยการฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า ภาพรวมหุ้นไทยในเดือน พ.ค.64 เชื่อว่าจะแตกต่างจากปีก่อนๆ ซึ่งส่วนใหญ่สถิติจะเป็น Sell In May แต่ในปีนี้ มองว่า จะเป็น Sideway to Sideway Up หรือ แกว่งตัวขึ้น เนื่องจากในช่วงเดือนเม.ย.64 มีการปรับฐานใหญ่ 1 ครั้ง หรือ 1,530 จุด จาก 1,600 จุด โดยมีการปรับหน้าหุ้น รวมถึงการเปลี่ยนแปลงของนักลงทุน ซึ่งจะเห็นการปรับฐานแรงตั้งแต่เดือนเม.ย. ที่ผ่านมา 

          นอกจากนี้ ยังมีปัจจัยที่น่าจะเป็นแรงหนุนตลาด จากภาพของผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น โดยตัวเลขผู้ติดเชื้อรายวันมีแนวโน้มลดลง รวมถึงจากมาตรการของภาครัฐได้ยกระดับความเข้มงวดขึ้น และหากตัวเลขในต้นสัปดาห์แรกของเดือนพ.ค.ดีขึ้น อาจเป็นปัจจัยช่วยหนุนตลาด 

          ขณะที่ตลาดต่างประเทศ โดยภาพเศรษฐกิจเร่งตัวขึ้น ซึ่งมองว่ากลุ่ม Global Play จะหนุนตลาดเพิ่มเติม และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งในและต่างประเทศ ที่มองว่ายังต้องใช้มาตรการทางการคลังอัดฉีดเข้าสู่ระบบเพิ่มเติม 

          "โดยรวมด้วยปัจจัยขาบวกค่อนข้างเยอะ จะทำให้ตลาดยังคงเลี้ยงตัวและดึงขึ้นต่อ รวมถึงผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนที่ดีกว่าคาดในหลายกลุ่ม โดยเฉพาะในกลุ่มแบงก์ ที่ออกมาดี จะเป็นจุดที่เข้ามาช่วยกลบ Down Side ของโควิด-19 ระลอก 3 ที่เพิ่งเกิดขึ้นในเดือนเม.ย. ภาพของการปรับประมาณการลดลงคงไม่เห็นแน่นอน และทำให้ตลาดมีลุ้นที่จะขึ้นไปที่ 1,600 จุดได้เช่นกัน"นายวิจิตร กล่าว 

          สำหรับกรอบดัชนีหุ้นไทยในเดือน พ.ค. ประเมินแนวรับที่ 1,550 จุด และแนวต้าน 1,600-1,620 จุด ส่วนกลุ่มที่ยังน่าสนใจในการลงทุน เช่น กลุ่มปิโตรเคมี เนื่องจากกำไรไตรมาส 1 ออกมาดีและคาดว่าจะดีต่อเนื่องในไตรมาส 2 รวมถึงหุ้นที่เป็นผลประกอบการดี เช่น JMART NER CHAYI 

          นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกหุ้นที่มีธีมการลงทุนที่น่าสนใจ โดยในเดือนพ.ค. นี้ นักวิเคราะห์จะเริ่มพิจารณาถึงหุ้นที่จะเข้า SET50 รอบใหม่ ที่จะประกาศกลางเดือน มิ.ย. ซึ่งมองว่าหุ้นที่จะได้โมเมนตัมการเข้า SET50 SET100 จะน่าสนใจ โดยมองหุ้นที่เข้า SET50 และมีกำไรที่น่าสนใจคือ IRPC และ SET100 คือ SINGER 

          *** หุ้นไทยไม่หวั่น Sell In May 

          บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซียพลัส มองว่า ในเดือน พ.ค. นี้ คาดว่าแรงขายต่างชาติมีโอกาสลดน้อยลง ซึ่งจะแตกต่างจากจากปกติ สะท้อนจากข้อมูลสถิติย้อนหลัง 10 ปี พบว่า ต่างชาติขายสุทธิหุ้นไทยในเดือน พ.ค. เฉลี่ยสูงถึง 1.38 หมื่นล้านบาท และเป็นเดือนที่ถูกขายสุทธิมากที่สุดเป็นอันดับที่ 2 จากทั้งหมด 12 เดือน รวมถึงยังกดดันตลาดหุ้นผันผวน หรือ ที่เรียกว่าเหตุการณ์ Sell in May

          อย่างไรก็ตาม ในปีนี้ มองว่าอาจเห็นแรงซื้อจากสภาพคล่องส่วนเกิน รวมถึงต่างชาติสลับเข้ามาพยุงดัชนีในบางจังหวะจาก 3 ปัจจัย คือ 1.สภาพคล่องส่วเกินที่ล้นระบบ และยังเห็นโมเมนตัม ของการ Search for Yield ของนักลงทุนเข้ามาในตลาดหุ้นมากขึ้น 2.ค่าเงินดอลลาร์ที่มีแนวโน้มอ่อนค่าลง นักลงทุนมีโอกาสได้ FX Gain จากการลงทุนในตลาดหุ้นเอเชียรวมถึงไทยมากขึ้น 3.กระแสการขึ้นภาษีนิติบุคคลสหรัฐ ตามนโยบายของนายโจ ไบเดน ประธานาธิบดีสหรัฐ น่าจะหนุนให้เงินทุนไหลเข้าตลาดหุ้นเอเชีย รวมถึงไทยมากขึ้น 

          "แม้ระยะสั้นนักลงทุนจะลดความเสี่ยงพักอยู่ในสินทรัพย์ปลอดภัย แต่ถ้าตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลง บวกกับยังมีสภาพคล่องส่วนเกินที่ล้นระบบ และมีปัจจัยสนับสนุนให้ Fund Flow มีโอกาสไหนเข้าตลาดหุ้นไทยในระยะต่อไป ดังนั้นการที่ Set Index ย่อตัวลงมาน่าจะเป็นโอกาสในการสะสม"

          นอกจากนี้ ยังมองว่า ภาพรวมกำไรของบริษัทจดทะเบียนในไตรมาสแรกที่เติบโตโดดเด่น ทำให้แรงกดดัน Sell In May ลดลงหรือน้อยกว่าทุกปี เนื่องจากผลประกอบการที่ดีหรือไม่น่าผิดหวังเหมือนกับในอดีต ทำให้เกิดการลงทุนเพิ่มมากกว่าขายทำกำไร เพื่อลดความเสี่ยง รวมถึงปีนี้การเก็งกำไรเพื่อคาดหวังรับเนปันผลงวดผผลประกอบการปี 64 น้อยกว่าปีอื่นๆด้วย 

          ***แนะ 6 หุ้น Outperform

          บล. เอเซียพลัส มองว่า กยุทธ์ลงทุนเดือนพ.ค. แนะนำ 6 หุ้น ที่มีโอกาส Outperform ตลาดสูง คือ หุ้นฟื้นตัวเด่นทั้งในปีนี้ และไตรมาสแรก เช่น SCC,PTTGC,MTC,ASK รวมถึงหุ้นที่มีเกราะป้องกันโควิด-19 หุ้นด้วยปัจจัยบวกเฉพาะตัว เช่น ADVANC,AS ส่วนที่ต้องระวังหุ้นที่มี Upside จำกัด และปัจจัยพื้นฐานยังไม่แน่นอน เช่น ITD,WORK 

          นอกจากนี้ ยังมี 15 หุ้นที่จะได้ประโยชน์มากที่สุด ในการปรับเกณฑ์การคำนวณดัชนีที่เปลี่ยนมาใช้วิธี Free Float Adjusted Market Cap เพื่อให้สะท้อนความจริง โดยเบื้องต้น บริษัททำการค้นหาหุ้นที่ได้ประโยชน์ นั่นคือ หุ้นที่มีโอกาสอยู่ใน SET100 และมี Free Float สูงกว่าค่าเฉลียที่ 47.1% คือ BBL,SCC,SCB,KBANK,BDMS,CPALL,CPN,INTUCH,PTT,TISCO,BANPU,MINT,PTTGC,LH และ KKP

          *** ทิสโก้ มองต่าง SET เดือนพ.ค.ยังเสี่ยงปรับฐาน 

          นายอภิชาติ ผู้บรรเจิดกุล ผู้อำนวยการอาวุโส สายงานวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ทิสโก้ จำกัด มองว่า แนวโน้มภาวะตลาดหุ้นไทยในช่วงเดือนพ.ค.นี้ ประเมินว่าดัชนี SET index มีความเสี่ยงที่จะปรับฐานสูง เนื่องจากในช่วงที่ผ่านมาราคาหุ้นไทยปรับตัวเป็นบวกในช่วง 6 เดือนติดต่อกันกว่า 30% ประกอบกับยังมีแรงกดดันจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ภายในประเทศที่มียอดผู้ติดเชื้อและเสียชีวิตเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 

          ทั้งนี้ ปัจจัยที่ต้องติดตามในช่วงเดือนดังกล่าวคือการปรับลดตัวเลขจีดีพีของไทยปีนี้ลง เนื่องจากในช่วงวันที่ 17 พ.ค.64 คาดว่าจะมีการประกาศตัวเลขจีดีพีในช่วงไตรมาส 1/64 ออกมา ซึ่งคาดว่าหลังการประกาศจะมีการหั่นตัวเลขจีดีพีปีนี้ลง จากเดิมที่อยู่ปลายๆระดับ 2% ถึงระดับ 3% เพราะผลกระทบจากสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ภายในประเทศระลอกใหม่ที่รุนแรงมากขึ้น ขณะที่ปัจจัยในต่างประเทศยังต้องระวังทิศทางบอนด์ยิลด์ของสหรัฐที่มีโอกาสเร่งตัวขึ้น หลังภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯฟื้นตัวเร็ว และอาจส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกมีโอกาสปรับฐาน

          "เดือนหน้าอยากให้นักลงทุนจับตาบอนด์ยิลด์ของสหรัฐเป็นหลัก เพราะอาจทำให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปรับฐานได้ ซึ่งช่วงนี้ที่ตลาดหุ้นไทยยังปรับตัวยืนอยู่ได้ เพราะภาวะตลาดหุ้นโลกที่ยังดีอยู่" นายอภิชาติ กล่าว

          สำหรับ ดัชนีฯในเดือนพ.ค.น่าจะอยู่ในกรอบ 1,550-1,630 จุด โดยแนวต้านแรกอยู่ที่ระดับ 1,600 จุด และแนวต้านถัดไปอยู่ที่ระดับ 1,620-1,630 จุด ส่วนแนวรับอยู่ที่ระดับ 1,570-1,580 จุด และหากดัชนีฯปรับตัวลดลงหรือหลุดต่ำกว่าระดับดังกล่าวมีแนวรับถัดไปที่ระดับ 1,550 จุด 

          นอกจากนี้ด้านกลยุทธ์แนะนำให้นักลงทุนเลือกลงทุนในหุ้นที่คาดว่ากำไรในงวดไตรมาส 1/64 จะออกมาดี หรือหุ้นที่มีปัจจัยหนุนเฉพาะตัว พร้อมหลีกเลี่ยงกลุ่มหุ้นที่อิงภาวะเศรษฐกิจในประเทศ หรือได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโควิด-19







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด