ข่าวนี้ที่ 1

WHA ลั่นรายได้ปีนี้โต 30%-AMATA เซ็ง!การเมืองเมียนมาฉุดธุรกิจ

WHA ลั่นรายได้ปีนี้โต 30%-AMATA เซ็ง!การเมืองเมียนมาฉุดธุรกิจ

 

    “ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น(WHA)” เปิดแผนธุรกิจปีนี้ คาดรายได้- ส่วนแบ่งกำไรโต 30% วางเป้ายอดขายที่ดิน 1,000 ไร่ พร้อมลุยลงทุนธุรกิจพลังงาน-ศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ วางงบลงทุน 5 ปี 5.6 หมื่นล้านบาท คุมหนี้สินต่อทุนไม่เกิน 1.5 เท่า  ด้าน AMATA จ่อลดเป้ารายได้ปีนี้ หลังรัฐประหารเมียนมา กระทบแผนเปิดนิคมฯในย่างกุ้ง ฉุดยอดขายที่ดินลดลง
 
*** WHA ตั้งเป้ารายได้ - กำไรปีนี้โต 30% 
 
    นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานคณะกรรมการบริษัท และ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA เปิดเผยถึงแผนธุรกิจปี 64 ว่า คาดรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรจากการดำเนินงานปกติของบริษัทฯ จะเพิ่มขึ้นอย่างน้อย 30% จากปีก่อน 
    นอกจากนี้ตั้งเป้ารายได้จากการดำเนินงาน อัตรากำไรก่อนดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคา และ ค่าตัดจำหน่าย (EBITDA Margin) ที่แข็งแกร่งอยู่ที่กว่า 35% และจะมีการใช้งบประมาณในการลงทุนช่วงปี 64 – 68 อยู่ที่ 5.6 หมื่นล้านบาท โดยตั้งเป้าอัตราส่วนหนี้สินที่มีภาระดอกเบี้ยต่อทุนไม่เกิน 1.5 เท่า  

*** เปิดศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ 5 โครงการ 
    นางสาวจรีพร กล่าวว่า กลุ่มธุรกิจ โลจิสติกส์  จะเปิดโครงการศูนย์กระจายสินค้าขนาดใหญ่ 5 โครงการ รวมพื้นที่ 400,000 ตารางเมตร พร้อมนำเทคโนโลยีใหม่ๆ มาใช้ อาทิ 5G และโรโบติกส์ ซึ่งจะส่งผลให้ดับบลิวเอชเอ โลจิสติกส์ พัฒนาไปสู่การเป็น “คลังสินค้าอัจฉริยะ” โดยตั้งเป้าโครงการใหม่ และอาคารอุตสาหกรรมให้เช่าในปี 64 ไว้ที่ 175,000 ตารางเมตร และสัญญาให้เช่าระยะสั้นที่สร้างผลตอบแทนสูงอีกกว่า 50,000 ตารางเมตร

*** ตั้งเป้ายอดขายที่ดิน 1,000 ไร่
    นางสาวจรีพร กล่าวว่า สำหรับธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ (WHAID) ตั้งเป้ายอดขายที่ดินในปี 64 ที่จำนวน 1,000 ไร่  โดยนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ ระยอง 36 ซึ่งตั้งอยู่ในเขตอีอีซี พร้อมเปิดดำเนินการและต้อนรับกลุ่มนักลงทุนแล้ว 
    นอกจากนี้ บริษัทฯ มีแผนที่จะพัฒนาพื้นที่เพิ่มเติมภายในนิคมอุตสาหกรรมอีก 3 แห่ง ประกอบด้วย นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อีสเทิร์นซีบอร์ด 4 (จำนวน 641 ไร่) นิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล เอสเตท ระยอง (จำนวน 2,152 ไร่) และเขตประกอบการอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ สระบุรี 2 (จำนวน 1,907 ไร่)
    ในประเทศเวียดนาม ดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล ดีเวลลอปเมนท์ จะเร่งสานต่องานก่อสร้างพื้นที่ส่วนที่เหลือในเขตอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ อินดัสเตรียล โซน เหงะอาน เฟส 1 พร้อมขยายการก่อสร้างในเฟส 2 และเฟส 3 คิดเป็นพื้นที่แล้วเสร็จโดยรวม 7,800 ไร่ และจะเริ่มดำเนินการพัฒนาเขตอุตสาหกรรมใหม่อีก 2 แห่งในจังหวัดทัญฮว้า รวมพื้นที่ 7,500 ไร่ ได้แก่ โครงการ WHA Smart Technology Industrial Zone - Thanh Hoa และโครงการ WHA Northern Industrial Zone - Thanh Hoa ในช่วงปี 65 - 66 

*** WHAUP ลุยลงทุนน้ำประปา-ไฟฟ้า

    นางสาวจรีพร กล่าวว่า ธุรกิจระบบสาธารณูปโภค และพลังงาน ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ (WHAUP) จะให้บริการโซลูชันน้ำหลากหลายรูปแบบ  เปิดตัวโซลูชันนวัตกรรมและแพลตฟอร์มการให้บริการระบบสาธารณูปโภคสำหรับลูกค้าภายในนิคมอุตสาหกรรม ส่วนในประเทศเวียดนาม ซึ่งบริษัทฯ มีหุ้นในบริษัทน้ำ 2 แห่ง จะยังมองหาโอกาสการลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคเพิ่มเติม โดยในปี 64 บริษัทฯ ตั้งเป้ายอดจัดจำหน่ายและบริหารจัดการน้ำรวมไว้ที่ 153 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้น 34% จากปีก่อน
    นอกจากนี้จะขยายธุรกิจด้วยการพัฒนาโซลูชันพลังงานหมุนเวียน โดยเฉพาะโครงการพลังงานแสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Rooftop) สำหรับลูกค้าในนิคมอุตสาหกรรม ตั้งเป้าการเซ็นสัญญาเพื่อลงทุนผลิตและจำหน่ายไฟฟ้ารวม 30 เมกะวัตต์ WHAUP เร่งเดินหน้าโครงการที่มุ่งเน้นนวัตกรรมใหม่ๆ อาทิ การทดสอบระบบ Peer-to-Peer Energy Trading และจะนำมาใช้จริงเมื่อผลการทดสอบเป็นที่น่าพอใจ ในปี 64 บริษัทฯ คาดว่าจะมีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นทั้งสิ้น 650 เมกะวัตต์ หรือคิดเป็นการเพิ่มขึ้น 10% จากปีก่อน

*** AMATA เลื่อนเปิดนิคมฯย่างกุ้ง หลังเกิดรัฐประหารเมียนมา

    นายวิบูลย์ กรมดิษฐ์ กรรมการบริหารและประธานเจ้าหน้าที่การตลาด บริษัท อมตะ คอร์ปอเรชัน จำกัด (มหาชน) หรือ AMATA เปิดเผยว่า การรัฐประหารในเมียนมา ส่งผลกระทบต่อแผนการพัฒนาและลงทุนนิคมอุตสาหกรรมย่างกุ้ง (Yangon Amata Smart & Eco City :YASEC) ในเมืองย่างกุ้ง ซึ่งบริษัทได้สิทธิจากรัฐบาลเมียนมาในการลงทุนพื้นที่นิคมอุตสาหกรรมรวม 5,000 ไร่ ทำให้การเปิดให้บริการนิคมอุตสาหกรรมในเฟสแรกอาจจะต้องเลื่อนการเปิดให้บริการออกไป จากแผนเดิมที่จะเปิดให้บริการและเริ่มรับรู้รายได้เข้ามาในปี 64
          บริษัทได้เริ่มพัฒนานิคมอุตสาหกรรม YASEC เฟสแรกไปเมื่อเดือนธ.ค. 63 โดยได้ใส่เงินลงทุนไปแล้ว 140 ล้านบาท จากสถานการณ์โควิด-19 ในประเทศเมียนมาที่จำนวนผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมาก ทำให้การปรับปรุงพื้นที่และการก่อสร้างสิ่งปลูกสร้างต่างๆเกิดความล่าช้าออกไปบ้าง และเมื่อมีปัจจัยทางการเมืองเกิดขึ้นมาล่าสุด ส่งผลให้งานก่อสร้างที่ดำเนินการอยู่ต้องหยุดชะงักไป และส่งผลต่อความไม่แน่นอนกับบริษัทและลูกค้าที่จะเข้ามาลงทุนในนิคมดังกล่าวเกิดขึ้น

*** หั่นเป้ารายได้ปีนี้ หลังเลื่อนรับรู้ยอดขายที่ดินในเมียนมา

    นายวิบูลย์ กล่าวว่า บริษัทต้องปรับลดเป้ารายได้ปีนี้ จากเดิมที่คาดจะขายที่ดินในนิคมฯย่างกุ้งได้ราว 200-300 ไร่ และ รับรู้รายได้ปีนี้ แต่ถ้าเหตุการณ์การเมืองไม่สงบโดยเร็ว ไม่คลี่คลายไปในทางที่ดี คงยากที่จะรับรู้รายได้ในปีนี้
    สำหรับแผนการพัฒนาโครงการดังกล่าวในระยะต่อไป อมตะ เตรียมแผนเพื่อรับมือกับสถานการณ์ที่เกิดขึ้น หากเกิดกรณีที่นักลงทุนยังไม่ตัดสินใจเข้ามาลงทุน ก็อาจต้องเลื่อนการพัฒนาลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานทั้งระบบไฟฟ้าและระบบน้ำ แต่เมื่อสถานการณ์กลับเข้าสู่สภาวะปกติก็คงเดินหน้าพัฒนาโครงการดังกล่าวต่อไป







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด