ข่าวนี้ที่ 1

ศบศ.เคาะ"คนละครึ่ง เฟส 2" ลงทะเบียน 16 ธ.ค.นี้

ศบศ.เคาะ

 
ศบศ. ไฟเขียวโครงการ "คน
ละครึ่ง เฟส 2" เพิ่มวงเงินเป็นคนละ 3,500 บาท พร้อมเปิดลงทะเบียน 16 ธ.ค. นี้ เริ่มใช้ 1 ม.ค.-มี.ค.64 โบรกฯ คาด กลุ่มค้าปลีกได้ประโยชน์ พร้อมปรับเพิ่มน้ำหนักเป็น "มากกว่าตลาด" ระบุ BJC , CRC , CPALL น่าลงทุนสุด 

 

*** ศบศ. ไฟเขียว"คนละครึ่ง เฟส 2" ลงทะเบียน 16 ธ.ค.นี้

    นายพรชัย ฐีระเวช ที่ปรึกษาด้านเศรษฐกิจการเงิน สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม  ศูนย์บริหารสถานการณ์เศรษฐกิจ (ศบศ.)  เห็นชอบโครงการ"คนละครึ่งระยะที่ 2 (เฟส 2)" ที่เสนอโดยกระทรวงการคลัง โดยมาตรการมีรูปแบบการดำเนินการเช่นเดียวกับระยะแรกที่ภาครัฐจะร่วมจ่าย 50% แต่ไม่เกิน 150 บาทต่อคนต่อวัน แต่มาตรการในระยะที่ 2 มีรายละเอียดเพิ่มเติม โดยเปิดให้มีการลงทะเบียนรับสิทธิเพิ่มเติมอีก 5,000,000 คน โดยจะได้รับวงเงินคนละ 3,500 บาท

    สำหรับผู้ที่ถูกตัดสิทธิจากโครงการคนละครึ่งระยะที่ 1 เนื่องจากไม่ได้ใช้จ่ายภายใต้โครงการภายในวันที่กำหนดไว้หลังจากที่ลงทะเบียนรับสิทธิไปแล้ว จะยังสามารถลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการระยะที่ 2 ได้ มีกำหนดการดำเนินการตั้งแต่วันที่ 1 ม.ค. -31 มี.ค.64  นอกจากนี้ ยังเพิ่มวงเงินผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่งระยะที่ 1 อีกคนละ 500 บาท โดยจะขยายระยะเวลาการใช้สิทธิมาตรการระยะที่ 1ออกไปจนถึงวันที่ 31 มี.ค.64

    ขณะที่ น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกรัฐบาล เปิดเผยผ่าน Twitter ส่วนตัวว่า  โครงการคนละครึ่งเฟส 2  จะไม่ให้สิทธิผู้ที่ร่วมโครงการช้อปดีมีคืน และบัตรสวัสดิการรัฐ (บัตรคนจน) โดยจะเปิดลงทะเบียนวันที่ 16 ธ.ค.63 

    นอกจากนี้ ศบศ.ยังเห็นชอบมาตรการเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ โดยการเพิ่มวงเงินค่าซื้อสินค้าอุปโภคบริโภคที่จำเป็นสำหรับผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 500 บาทต่อคนต่อเดือน เป็นระยะเวลาทั้งสิ้น 3 เดือน  คือ 
ม.ค. -31 มี.ค.64
 
*** โบรกฯ เพิ่มน้ำหนักกลุ่มค้าปลีกเป็น "มากกว่าตลาด"  

    บริษัทหลักทรัพย์ หยวนต้า(ประเทศไทย) จำกัด ระบุว่า ฝ่ายวิจัยมีมุมมอง “เป็นบวก” จากโครงการคนละครึ่ง ที่ในเฟสแรกมียอดการใช้จ่ายสะสมกว่า 3.1หมื่นล้านบาท ล้านบาท เป็นเงินที่ประชาชนจ่าย 1.6 หมื่นล้านบาท และ ภาครัฐร่วมจ่ายอีก 1.5 หมื่นล้านบาท ทั้งนี้ ใน เฟส2 มีการขยายเวลาต่อเนื่องให้กับเฟสแรก เพิ่มจำนวนคนลงทะเบียนใหม่ และ พิจารณาเพิ่มวงเงิน อย่างไรก็ดี มองว่า จะเป็นการเพิ่มการจับจ่ายใช้สอยที่มากขึ้น
    ส่วนหนึ่งแม้ว่า จะมีผลกระทบต่อร้านค้าสะดวกซื้อในสินค้าบางประเภท เช่น อาหารสดพร้อมทาน เนื่องจากส่วนใหญ่การใช้สิทธิเพื่อการบริโภคเบื้องต้นเป็นหลัก อย่างไรก็ดี มองเม็ดเงินที่เข้าสู่ตลาด และ ผู้ประกอบการจะกลับมาเป็นกำลังซื้อต่อกลุ่มฯในธุรกิจไฮเปอร์มาร์เก็ตจากผู้ประกอบการเพิ่มเช่นกัน

    ในขณะที่ "เราเที่ยวด้วยกัน" ได้ขยายโอกาสให้กับผู้ประกอบการ และ ผู้ใช้สิทธิ์ หนุนแรงจับจ่ายใช้สอยเพิ่ม โดย ททท. เตรียมชงปลดล็อกเงื่อนไขให้นำแพ็กเกจทัวร์เข้าสู่โครงการเพื่อช่วยผู้ประกอบการทัวร์ และ ขยายโอกาสให้กับผู้ประกอบการร้านค้าในโครงการคนละครึ่งเพื่อใช้สิทธิ์เราเที่ยวด้วยกัน ซึ่งให้สิทธิสำหรับผู้สูงวัย อายุเกิน 55 ปีขึ้นไป พร้อมให้ส่วนลด 40% สูงสุดไม่เกิน 5 พันบาท และ เดินทางท่องเที่ยววันธรรมดา 

    ฝายวิจัยจึงได้ปรับคำแนะนำกลุ่มค้าปลีก เป็น “มากกว่าตลาด”  จากเดิม "เท่ากับตลาด" โดยคาดกำลังซื้อมีมาตรการภาครัฐเกื้อหนุนในหลายรูปแบบ โดยเฉพาะคนละครึ่ง และ เราเที่ยวด้วยกัน ค่อนข้างเห็นผล และ ได้รับการตอบรับที่ดี 

    ขณะที่ช๊อปดีมีคืนคาดจะเห็นเม็ดเงินในตลาดในช่วงเดือน ธ.ค. ซึ่งการขยายระยะเวลาของมาตรการต่างๆออกไปจะยังช่วยหนุนการใช้จ่ายในช่วงไตรมาส 1/64 ในขณะที่การค้นพบวัคซีน COVID-19 จะเป็นอีกปัจจัยบวกต่อกลุ่มฯ ในการกลับมาของนักท่องเที่ยว โดยหุ้นที่แนะนำ BJC , CRC , CPALL 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด