ข่าวนี้ที่ 1

DELTA หันรุกธุรกิจจัดการพลังงาน หวังดันมาร์จิ้นพุ่ง

DELTA หันรุกธุรกิจจัดการพลังงาน หวังดันมาร์จิ้นพุ่ง

    "เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย)" หันหัวเรือรุกธุรกิจบริหารจัดการพลังงานเต็มสูบ หวังดันสัดส่วนแตะ 30% ของรายได้รวมในปี 64 กู้สถานการณ์อัตรากำไรขั้นต้นต่ำ และหนุนรายได้โตเฉลี่ย 5 - 10% ต่อปีภายในปี 61 - 64 ด้านโบรกฯย้ำชัดวิกฤติอัตรากำไรต่ำเริ่มฟื้นตั้งแต่ครึ่งหลังปีนี้

*** ยอดขายชิ้นส่วนพลังงานพุ่ง หนุนรายได้โต 5 - 10% ต่อปี

    นางสาวกุลวดี กวยาวงศ์ นักลงทุนสัมพันธ์ บริษัทเดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA เปิดเผยว่า บริษัทได้วางเป้าหมายรายได้เติบโตเฉลี่ยอยู่ที่ 5 - 10% ต่อปีภายในปี 61 - 64 จากปี 60 ที่มีรายได้ 1,440 ล้านบาท ซึ่งการเติบโตจะมาธุรกิจชิ้นส่วนยานยนต์ ทั้ง ซอฟแวร์ ฮาร์ดแวร์ โดยเฉพาะธุรกิจชิ้นส่วนธุรกิจพลังงานที่มีอัตราเติบโตต่อเนื่องเฉลี่ย 5 - 10% ต่อปี ทั้งพลังงานทั่วไปและพลังงานทางเลือก รวมถึงอุปกรณ์ชาร์จไฟเพื่อใช้กับยานยนต์ไฟฟ้า(EV-Charger)

*** หันรุกธุรกิจจัดการพลังงานเต็มสูบ หวังอัพมาร์จิ้น

    บริษัทตั้งเป้าเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจบริหารจัดการพลังงานเป็น 30% ภายในปี 64 จากปัจจุบันที่มีสัดส่วนรายได้จากธุรกิจดังกล่าวเพียง 13% ของรายได้รวม เนื่องจากบริษัทพบว่าธุรกิจบริหารจัดการพลังงานสามารถสร้างอัตรากำไรขั้นต้น(มาร์จิ้น)ที่ค่อนข้างสูงถึง 30% 
    ซึ่งหากเป็นไปตามเป้าหมายเชื่อว่าจะส่งผลให้ในปี 64 บริษัทจะมีอัตรากำไรขั้นต้น(Gross Profit Margin)ปรับตัวดีขึ้นจากปัจจุบันที่ระดับ 25 - 27%

*** เตรียมฮุบบริษัทซอฟแวร์ ต่อยอดธุรกิจจัดการพลังงาน

    ปัจจุบันมีแผนที่จะเข้าซื้อกิจการซอฟแวร์และผู้รับเหมาวางระบบในประเทศอินเดีย ซึ่งมีมูลค่าไม่สูงนัก เพื่อนำมาต่อยอดธุรกิจบริหารจัดการพลังงานในอนาคต รวมถึงนำมาใช้เพื่อรองรับการขยายโรงงานผลิตชิ้นส่วนครบวงจรในอินเดีย และศูนย์วิจัยพัฒนา ซึ่งมีกำหนดจะเริ่มเปิดโรงงานผลิตในไตรมาส 4/62 เนื่องจากบริษัทประเมินว่าธุรกิจในอินเดียจะสร้างยอดขายในอนาคตได้อย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งที่ผ่านมามียอดขายเติบโตอยู่ที่เฉลี่ย 10 - 20% ต่อปี
    นอกจากนี้เตรียมงบลงทุนทั่วไปปีนี้ 40-50 ล้านเหรียญสหรัฐฯ เพื่อใช้ลงทุนปรับปรุงสิทธิภาพและลงทุนเครื่องจักรทั่วไป โดยปัจจุบันโรงงานผลิตของบริษัทยังสามารถเพิ่มกำลังการผลิตได้เฉลี่ยประมาณ 20-30%

*** เล็งเพิ่มกระแสเงินสดแตะ 600 ล้านเหรียญฯใน 2 ปี

    นางสาวกุลวดี กล่าวเพิ่มเติมว่า บริษัทจะพยายามเพิ่มกระแสเงินสดให้อยู่ในระดับ 600 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายใน 2 ปีข้างหน้า จากปัจจุบันอยู่ที่ 400 ล้านเหรียญสหรัฐฯ จากรายได้ที่เพิ่มขึ้นเข้ามาช่วยหนุน เพื่อให้ใช้รองรับการขยายธุรกิจในอนาคตและใช้ป้องกันความเสี่ยงตามนโยบายของบริษัท

*** แย้มกำไร Q2/61 ไม่ต่ำกว่า 1 พันลบ. หลังมีแผนรับมือชิ้นส่วนขาดตลาด

    นายอนุสรณ์ มุทราอิศ กรรมการบริหาร DELTA เปิดเผยว่า สำหรับผลประกอบการในไตรมาส 2/61 คาดว่าจะดีกว่าไตรมาส 1/61 หลังมีแผนรับมือวัตถุดิบที่ขาดตลาด และค่าเงินที่ผันผวน ซึ่งเป็นปัจจัยที่ควบคุมไม่ได้ เพราะบริษัทซื้อขายเป็นสกุลดอลลาร์ โดยบริษัทมีกระแสเงินสด 1.7 หมื่นล้านบาท และ มากกว่า 60% เป็นดอลลาร์
    ซึ่งมั่นใจว่าปีนี้จะรักษากำไร และ อัตรากำไรสุทธิ (Net Profit Margin) ไม่ต่ำกว่า 10% หลังเน้นควบคุมค่าใช้จ่าย หลังจากที่ไตรมาส 1/61 บริษัทได้รับผลกระทบจากเงินบาทที่แข็งมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ช่วงปลายปีก่อนที่ 32.00 บาท/ดอลลาร์ ประกอบกับต้นทุนวัตถุดิบที่ปรับตัวสูงขึ้น โดยได้ประชุมกับ 8 โรงงาน เพื่อหาวิธีรับมือกับปัญหาที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะค่าเงินที่มีความผันผวน และ วัตถุดิบที่ขาดตลาด

*** โบรกฯเผยอัตรากำไรขั้นต้นเริ่มฟื้นตั้งแต่ครึ่งหลังปีนี้

    บล.ทิสโก้เปิดเผยว่า อัตรากำไรขั้นต้นที่ลดลงจะเป็นประเด็นกดดันผลประกอบการในไตรมาส 1/61 อย่างมาก เนื่องจากเงินบาทที่แข็งค่าจากปี 60 และผลิตภัณฑ์ที่มีอัตรากำไรขั้นต้นต่ำมียอดขายที่ดีขึ้น โดยเฉพาะจากยอดขายในอินเดีย 
    อย่างไรก็ดีคาดว่าอัตรากำไรขั้นต้นในปี 61 จะปรับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 25.8% จากไตรมาส 1/61 ที่ 21.8% จากการปรับลดต้นทุนได้ดีขึ้น
    แนะนำ "ถือ" ที่ราคาเหมาะสม 69 บาท ที่ PER 15 เท่า 

    บล.เคจีไอ เผยอัตรากำไรขั้นต้นจะยังถูกกดดันต่อเนื่องในไตรมาส 2/61 นี้ จากปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วน แต่อย่างไรก็ดี เชื่อว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะเริ่มพลิกฟื้นกลับมาได้ในครึ่งหลังปีนี้ จากปัญหาขาดแคลนชิ้นส่วนที่คลี่คลายลงหลังจากอุปสงค์ในตลาดโลกชะลอตัวลง ประกอบกับอัตราแลกเปลี่ยนที่ผันผวนน้อยลง
    อย่างไรก็ดีเพื่อสะท้อนแนวโน้มยอดขายที่แข็งแกร่ง และอัตรากำไรขั้นต้นแผ่วลง จึงปรับเพิ่มประมาณการอัตราการเติบโตของยอดขายอีก 4% ในปี 61 และอีก 6% ในปี 62-63 แต่ปรับลดสมมติฐานอัตรากำไรขั้นต้นปีนี้ลง 2.3% และปี 62-63 ลง 0.2%
    ซึ่งจะส่งผลให้ประมาณการกำไรสุทธิปี 61 ลดลง 14% แต่ประมาณการกำไรปี 2562 เพิ่มขึ้น 7%  และประมาณการกำไรปี 2563 เพิ่มขึ้น 9% 
    แนะนำ "ซื้อ"จากเดิม"ถือ" โดยขยับไปใช้ราคาเป้าหมายปี 62 ที่ 74 บาท อิง PER 16.5x
    







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด