ข่าวนี้ที่ 1

BAM ลุยเจรจาซื้อหนี้พันธมิตร 4 ราย ดันยอดเข้าเป้า 9 พันลบ.

BAM ลุยเจรจาซื้อหนี้พันธมิตร 4 ราย ดันยอดเข้าเป้า 9 พันลบ.

    "บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์(BAM)" เผยอยู่ระหว่างเจรจาพันธมิตร 3-4 ราย เพื่อขอซื้อ NPL-NPA เพิ่ม หวังดันยอดซื้อสินทรัพย์ปีนี้เข้าเป้าที่ 9 พันลบ. มั่นใจยอดเรียกเก็บหนี้ทั้งปีเข้าเป้าที่ 17,452 ลบ. โดยช่วง Q4/64 ตั้งเป้าเรียกเก็บหนี้กว่า 6 พันลบ. ส่วนการตั้งบริษัทร่วมทุนยังอยู่ระหว่างศึกษารายละเอียด 

*** เจรจาพันธมิตร 3-4 ราย ลุยซื้อ NPL-NPA เพิ่ม

    นายรฐนนท์ ฟูเกียรติ ผู้จัดการกลุ่มนักลงทุนสัมพันธ์ บริษัท บริหารสินทรัพย์ กรุงเทพพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ BAM เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทคงเป้าหมายในการซื้อหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) และสินทรัพย์รอการขาย (NPA) ที่ 9,000 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับพันธมิตร 3-4 ราย ซึ่งคาดว่าจะเห็นความชัดเจนในครึ่งปีหลังนี้ โดยปัจจุบันบริษัทมีพอร์ต NPL อยู่ที่ 190,000 ล้านบาท และ NPA 60,000 กว่าล้านบาท

*** เผย Q4/64 ตั้งเป้าเรียกเก็บหนี้กว่า 6 พันลบ.

    นายรฐนนท์  กล่าวว่า ในไตรมาส 4/64 บริษัทตั้งเป้าผลเรียกเก็บอยู่ที่ 6,043 ล้านบาท แบ่งเป็น NPL 3,498 ล้านบาท และ NPA 2,545 ล้านบาท ทั้งนี้ ยอมรับว่า ไตรมาส 4/64 จะเป็นเป้าหมายที่ท้าทายในการเรียกเก็บหนี้ เนื่องจากตั้งเป้าไว้ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับ 3 ไตรมาสที่ผ่านมา โดยบริษัทหวังว่า กลยุทธ์ที่บริษัทได้วางไว้ตั้งแต่ปลายปีก่อน จะส่งผลให้ไตรมาส 4/64 สามารถมีผลเรียกเก็บได้ตามเป้าหมาย

    "กลยุทธ์ต่างๆ ทั้งจาก NPL NPA ต้องใช้เวลาในการออกดอกออกผล ซึ่งจังหวะและเวลาก็ขึ้นอยู่กับแล้วแต่กลยุทธ์ อะไรที่เราออกมาเป็นกลยุทธ์ตั้งแต่ปลายปีที่แล้ว จะเริ่มออกดอกผลในครึ่งปีหลังปีนี้ และถือเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ไปถึงเป้าหมายได้ ขณะที่การเจรจาซื้อทรัพย์ NPA-NPL ซึ่งอยู่ระหว่างการเจรจา 3-4 รายการ ก็เป็นอีกปัจจัยผลักดันให้รายได้ตามเป้าหมายใน Q4/64 ด้วย โดยการเลือกซื้อทรัพย์นั้น บริษัทไม่รีบร้อน และไม่ได้เร่งซื้อทีเดียว แม้ว่าหากพิจารณาจาก D/E ซึ่งปัจจุบันอยู่ที่ 2 เท่า บริษัทจะซื้อได้ถึง 20,000 ล้านบาท แต่สิ่งสำคัญคือ เวลาจะซื้อจะต้องดูแล้วว่าบริหารจัดการได้ และการเร่งซื้อทรัพย์มากเกินไปไม่ได้เป็นผลดีเสมอ เพราะมีเรื่องภาระดอกเบี้ยที่ต้องคำนึงถึงด้วย"นายรฐนนท์ กล่าว

    ในครึ่งปีหลัง มองว่า ปริมาณ NPL ที่สถาบันการเงินจะนำออกมาขายนั้นยังไม่มีความชัดเจนมากนัก เนื่องจากที่ผ่านมาแม้จะมีอยู่แต่เริ่มชะลอลง โดยคาดว่าสถานการณ์ NPL จะกลับมาใกล้เคียงก่อนโควิด-19 อีกครั้งในช่วงปีหน้า แต่อย่างไรก็ตาม ทุกอย่างคงขึ้นอยู่กับผลกระทบหลังสิ้นสุดมาตรการของภาครัฐ

    ด้าน NPA ในช่วงครึ่งปีหลัง บริษัทจะเน้นเสนอขายทรัพย์เฉพาะกลุ่ม เน้นนักลงทุนรายย่อย และนักลงทุนรายใหญ่ รวมถึงพัฒนารูปแบบการจัดงานประมูลทรัพย์ เพื่อเพิ่มช่องทางการขายทรัพย์ให้ตอบโจทย์ลูกค้าและนักลงทุนมากขึ้น ซึ่งบริษัทจะพิจารณาคัดเลือกทรัพย์ออกประมูลเพิ่มเติมในช่วงไตรมาส 4/64 นี้ ขณะเดียวกันในปี 65 บริษัทจะนำแพลตฟอร์มประมูลออนไลน์ของบริษัทมาใช้เอง เพื่อให้นักลงทุนสามารถเข้าไปสำรวจทรัพย์ได้มากและง่ายขึ้น

    บริษัทยังอยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างองค์กร เพื่อเพิ่มศักยภาพพนักงานและเพิ่ม Capacity ในการบริหารจัดการงานประนอมหนี้และจำหน่ายทรัพย์ รวมถึงการบริหารจัดการสภาพคล่องในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ด้วย โดยคาดว่าการปรับกระบวนทัพภายในองค์กรจะทำให้บริษัทสามารถเรียกผลเรียกเก็บได้ดีขึ้น และสร้างผลกำไรที่ดีให้กับนักลงทุนได้ในอนาคต

*** มั่นใจปีนี้ผลเรียกเก็บหนี้เข้าเป้าที่ 17,452 ลบ.

    นายรฐนนท์ กล่าวว่า ในปีนี้บริษัทยังคงเป้าหมายเรียกเก็บหนี้จากการดำเนินงานที่ 17,452 ล้านบาท สำหรับแนวโน้มผลเรียกเก็บในไตรมาส 3/64 บริษัทคาดว่าจะมีผลเรียกเก็บอยู่ที่ 4,240 ล้านบาท โดยจะเป็น NPL 2,342 ล้านบาท และ NPA 1,897 ล้านบาท ซึ่งมั่นใจว่าจะได้เป้าหมายที่วางไว้แน่นอน

*** อยู่ระหว่างศึกษารายละเอียดการตั้งบริษัทร่วมทุน

    นายรฐนนท์ กล่าวด้วยว่า สำหรับความคืบหน้าของบริษัทร่วมทุน (Joint Venture หรือ JV) ขณะนี้ได้ทำการศึกษาสมมติฐาน ทั้งข้อจำกัด และปัจจัยเสี่ยงที่เกี่ยวข้องเรียบร้อยแล้ว และอยู่ระหว่างการทำหลักเกณฑ์ข้อบังคับ (Regulatory) ให้ถูกต้อง รวมถึงรอจังหวะและเวลาที่เหมาะสมในการเริ่มทำ ซึ่งคาดว่าจะได้ความชัดเจนภายในไตรมาส 4/64 ขณะที่การตั้ง Holding Company เช่นเดียวกัน ที่จะต้องพิจารณาให้รอบคอบ โดยเมื่อจัดตั้งแล้ว จะได้ประโยชน์กับทุกฝ่าย และเป็นตัวสำคัญในการปลดล็อกในหลายธุรกิจด้วย

*** ASPS แนะ"ซื้อ"กำหนด FV ที่ 23 บาท

    ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์เอเซียพลัส (ASPS) แนะ"ซื้อ" BAM กำหนด FV ที่ 23 บาท คาดทิศทางกำไรสุทธิ BAM จะฟื้นตัวต่อเนื่องในงวดครึ่งหลังปีนี้
    คงประมาณการ คาดกำไรสุทธิปี 64-65 จะฟื้นตัวถึง 44.3% yoy และ 18.9% yoy จากการเน้นขาย NPAs มากขึ้น เนื่องจากเป็นสินค้าที่ BAM มีพร้อมขายอยู่แล้ว ซึ่ง BAM จะเน้นขายผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น ขณะที่การขาย NPLs แม้จะได้รับผลกระทบบ้างจากการระบาดของโควิด ทำให้กรมบังคับคดีปิดประมูลขายทรัพย์ชั่วคราวในบางสาขาในช่วงเดือนตั้งแต่เม.ย. 64 แต่กรมบังคับคดีส่วนใหญ่ยังดำเนินงานด้านเอกสารได้ โดย BAM มีสัดส่วนรายได้จากการขาย NPLs ผ่านกรมบังคับคดีราว 18% ของรายได้รวม ทำให้ BAM จะเน้นใช้กลยุทธ์ด้านราคาและอัตราดอกเบี้ยมาจูงใจการขายและการปรับโครงสร้างกับลูกหนี้มากขึ้น ทำให้โดยรวมแล้ว BAM ยังบริหารจัดการได้

    ทั้งนี้ คาดกำไรสุทธิงวด 3Q64 จะลดลงจากงวด 2Q64 (แต่ยังอยู่ในระดับที่ดีต่อเนื่องและเติบโตได้จากงวด 3Q63) แม้คาดแนวโน้มการจัดเก็บเงินสด (Cash collection) งวด 3Q64 จะเพิ่มขึ้น 1.0% qoq และ 29.8% yoy มาที่ 4.3 พันล้านบาท แต่คาดประสิทธิภาพการทำกำไรของ BAM จะลดลง เพราะคาดว่า BAM จะไม่ได้บันทึกการขาย NPAs และ NPLs ก้อนใหญ่ในงวด 3Q64 เหมือนงวด 2Q64 แล้ว

    ราคาหุ้นสะท้อนความกังวลไปมากแล้ว ยังแนะนำซื้อ กำหนด FV ปี 64 เท่ากับ 23 บาท อิง NAV ที่ 7.3 หมื่นล้านบาท กำหนดอัตราคิดลด 40% จากราคาประเมิน ราคาหุ้นปรับฐานไปกว่า 15% ในรอบ 2 เดือน จนมีค่า PBV เพียง 1.3 เท่า มีส่วนลดจาก PBV ย้อนหลังตั้งแต่เข้า SET ถึง 2SD สะท้อนความกังวลเกี่ยวกับธุรกิจชะลอตัวไปมากแล้ว







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด