ข่าวนี้ที่ 1

SCM ลั่นเทรดวันแรกเหนือจอง กูรูชี้เป้า 2.60-2.92 บาท

SCM ลั่นเทรดวันแรกเหนือจอง กูรูชี้เป้า 2.60-2.92 บาท

"ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ (SCM)"มั่นใจเทรดวันแรก 8 ก.ย. นี้ หุ้นยืนเหนือจอง ชูจุดแข็งนักธุรกิจเครือข่ายกว่า 1.8 แสนคน และตัวแทนขายใน 6 ประเทศอาเซียน หนุนรายได้-กำไรเติบโตต่อเนื่อง 3- 5ปีข้างหน้า ด้าน "โบรกเกอร์" ให้ราคาเหมาะสม 2.60-2.92 บาท/หุ้น คาดกำไรเติบโตเฉลี่ยปีละ 24% ต่อเนื่อง 3 ปี 

*** ตลท.รับเข้าเทรดด้วยมูลค่าไอพีโอ 1.1 พันลบ.

    นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลท.รับหลักทรัพย์  "ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ "ธุรกิจจำหน่ายสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์อุปโภคบริโภคทั้งภายในประเทศและต่างประเทศในลักษณะเครือข่ายขายตรง (Multi-level Marketing หรือ “MLM”) เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในกลุ่มอุตสาหกรรมบริการ หมวดพาณิชย์ โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “SCM” ในวันที่ 8 ก.ย.นี้ 

       SCM มีทุนจดทะเบียน 300 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ประกอบด้วยหุ้นสามัญเดิม 450 ล้านหุ้น และหุ้นสามัญเพิ่มทุน 150 ล้านหุ้น เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ในราคาหุ้นละ 1.90 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 285 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO 1,140 ล้านบาท 

*** มั่นใจเทรดวันแรกเหนือจอง

     นายแพทย์สิทธวีร์ เกียรติชวนันต์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ซัคเซสมอร์ บีอิ้งค์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCM  เชื่อมั่นว่า หุ้น SCM ที่จะเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฯ ในวันที่ 8 ก.ย.นี้ ในกลุ่มพาณิชย์ จะสามารถยืนเหนือราคาเสนอขายหุ้นให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ที่ 1.90 บาท/หุ้น เนื่องจากมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง ผลประกอบการเติบโตอย่างต่อเนื่อง  
    โดยเห็นได้จากยอดขายและรายได้ในช่วงที่ผ่านมา แม้จะเกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่รายได้ในงวด 6 เดือนแรกของ 63 ยังอยู่ในระดับสูงถึง 417.77 ล้านบาท ขณะที่มีกำไรสุทธิ 19.46 ล้านบาท เพิ่มขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อน หรือเพิ่มขึ้นกว่า 15.73% จากที่มีรายได้ 16.82 ล้านบาท

    “กำไรที่เติบโตอย่างมีนัยสำคัญในช่วงครึ่งปีแรก สะท้อนให้เห็นถึงการบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และสินค้าของ SCM สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคในยุค New Normal ได้อย่างลงตัว เพราะผู้บริโภคใส่ใจดูแลสุขภาพ อีกทั้งเรายังมีการปรับกลยุทธ์ขายผ่านช่องทางออนไลน์ ซึ่งช่วยกระตุ้นยอดขายเติบโตอย่างมีนัยสำคัญ”

    ทั้งนี้ หลัง IPO SCM จะมีผู้ถือหุ้นใหญ่ 2 ลำดับแรก ได้แก่ กลุ่มครอบครัวนายสิทธวีร์ เกียรติชวนันต์ ซึ่งถือหุ้นรวม 40.96% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว กลุ่มครอบครัวนายนพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร ถือหุ้น 31.05%

*** ชี้เป็น  Growth Stock 

     ด้านนายประเสริฐ ตันตยาวิทย์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่าย กล่าวว่า SCM เป็นหุ้นที่น่าจับตามองเป็นอย่างยิ่งในปีนี้ เนื่องจากเป็นหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง กำหนดราคา IPO ที่เหมาะสม ซึ่งราคาดังกล่าวคิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E) ก่อนการเพิ่มทุนเพียง 13.86 เท่า และมีดิสเค้าท์ในระดับที่จูงใจมากเมื่อเปรียบเทียบกับราคาเป้าหมายที่โบรกเกอร์หลายแห่งได้ประเมินเอาไว้

    นอกจากนี้คาดหวังงว่า หุ้น SCM จะเป็นหนึ่งใน Growth Stock ที่สร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุน เนื่องจากธุรกิจมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก จากปัจจัยเรื่องเทรนด์ของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไปที่สอดรับกับแนวทางการดำเนินงานของบริษัทฯ และเตรียมลุยตลาด AEC เต็มตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งในประเทศเมียนมา อีกทั้ง การลงทุนในโรงงานผลิตสินค้าแห่งใหม่ในช่วงต้นปีที่ผ่านมา จะช่วยดันมาร์จิ้นจากการผลิตให้สูงยิ่งขึ้น

*** เชื่อเข้าตลาดหุ้นสร้างปรากฎการณ์ใหม่ธุรกิจขายตรง

    นายนพกฤษฏิ์ นิธิเลิศวิจิตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  SCM กล่าวว่า การเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ฯ ถือเป็นการสร้างปรากฎการณ์ใหม่ให้กับธุรกิจขายตรง ตอกย้ำถึงการมีทีมผู้บริหารมีความเป็นมืออาชีพ มีความโปร่งใส และธรรมาภิบาล พร้อมเติบโตเคียงข้างกับนักธุรกิจเครือข่ายที่มีกว่า 1.8 แสนคนทั่วประเทศ อีกทั้งยังมีตัวแทนจำหน่ายในต่างประเทศในภูมิภาคอาเซียนทั้ง 6 ประเทศ ประกอบด้วย เมียนมา ลาว กัมพูชา เวียดนาม มาเลเซีย และสิงคโปร์

     อีกทั้งโรงงานผลิตสินค้าแห่งใหม่ที่ลงทุนไปในช่วงต้นปีที่ผ่านมา จะช่วยผลักดันมาร์จิ้นให้สูงขึ้น และเป็นแรงส่งที่สำคัญในการผลักดันรายได้และกำไรของบริษัทฯ ในช่วง 3 - 5 ปีข้างหน้าให้เติบโต

*** โบรกฯให้เป้า 2.60-2.92 บาท/หุ้น

    บล. กรุงไทย ซีมิโก้ จํากัด  ประเมินมูลค่าพื้นฐานของ SCM ที่ 2.92 บาท/หุ้น อิง PER 16 เท่า ของประมาณการกำไรต่อหุ้นในปี 64 เทียบค่า PER เฉลี่ยของบริษัทดำเนินธุรกิจจำหน่ายสินค้าในกลุ่มผลิตภัณฑ์อุปโภคและบริโภคทั้งภายในและต่างประเทศในลักษณะเครือข่ายขายตรงในภูมิภาคที่ 17 เท่า และมีส่วนลดจาก PER ของกลุ่มพาณิชย์ที่ 26 เท่า

    ทั้งนี้ คาดว่า SCM จะมีกำไรปกติ 3 ปีข้างหน้าโตเฉลี่ย 24% ต่อปี จาก 70 ล้านบาท ในปี 2563 เป็น 128 ล้านบาท ในปี 2564 ตามการขยายตัวทางเศรษฐกิจและการฟื้นตัวของธุรกิจเครือข่ายในเมียนมา และการเพิ่มประสิทธิภาพการทำกำไรด้วยการลงทุนโรงงานผลิตสินค้าแห่งใหม่

    บล.กรุงศรี จำกัด (มหาชน) มองว่า SCM กำลังเข้าสู่ช่วงของการขยายฐานนักธุรกิจและผลประกอบการให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยเน้นขยายเครือข่ายทั้งในและต่างประเทศควบคู่กับการเข้าสู่ธุรกิจต้นน้ำเพื่อปรับลดต้นทุนและเพิ่มอัตรากำไรขั้นต้น ซึ่งมีการประเมินมูลค่าหุ้น SCM โดยการเปรียบเทียบมูลค่ากับ PER เฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ของผู้ประกอบธุรกิจใกล้เคียงในต่างประเทศที่ 19.00 เท่า โดยคิดเป็นมูลค่าเหมาะสมอยู่ที่ 2.70 บาท/หุ้น อิงจาก PER สำหรับปี 64

     บล.คิงส์ฟอร์ด จำกัด (มหาชน) ประมาณการกำไรสุทธิปี 63-64 ที่ระดับ 81.62 ล้านบาท และ 95.70 ล้านบาท ขยายตัวต่อเนื่อง 38.24% และ 17.25% ตามลำดับ  ประเมินมูลค่าพื้นฐานของหุ้นอิงจาก P/E ที่เหมาะสมจากค่าเฉลี่ย PER ย้อนหลัง 3 ปี ของกลุ่มอุตสาหกรรมที่ประมาณ 19.00 เท่า คิดเป็นมูลค่าเหมาะสมของหุ้น SCM อยู่ที่ 2.64 บาท/หุ้น

    ขณะที่ บล.โกลเบล็ก จำกัด ประเมินมูลค่าพื้นฐานด้วยวิธี PER โดยประเมิน PER ที่ระดับ 20.00 เท่า หุ้น ซึ่งต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของกลุ่มอุตสาหกรรมที่อยู่ระดับ 24.00 เท่า บนคาดการณ์กำไรต่อหุ้นปี 63 แบบ Fully diluted อยู่ที่ประมาณ 0.13 บาท/หุ้น คิดเป็นมูลค่าที่เหมาะสมออกมาได้เท่ากับ 2.60 บาท/หุ้น 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด