ข่าวนี้ที่ 1

กูรูแนะชะลอลงทุนหุ้นไทย ตั้งหลักรอรับแถว 1,150 จุด

กูรูแนะชะลอลงทุนหุ้นไทย ตั้งหลักรอรับแถว 1,150 จุด

     หุ้นไทยดิ่ง 5% หลังเริ่มชุมนุม ตั้งแต่ 14 ต.ค.63 มาร์เก็ตแคปวูบ 4.3 ล้านบาท นักวิเคราะห์มองหากยืดเยื้อ-รุนแรง อาจลงต่ำสุดถึง 1,140 จุด มองฟันด์โฟลวไหลออก 1.7 หมื่นล้านบาท แนะชะลอลงทุน เลี่ยงหุ้นรถไฟฟ้า เน้นหุ้นปลอดภัย ล่าสุดวานนี้ (19 ต.ค.) ดัชนีดิ่ง 24.93 จุด


*** หุ้นไทยร่วง 5% รับชุมนุม


     ข้อมูลดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET Index) ปรับตัวลดลง 64.68 จุด หรือ 5% หลังมีการชุมนุมของกลุ่มราษฎร ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.ที่ผ่านมา ซึ่งเป็นการชุมนุมใหญ่ครั้งแรก โดยนับจาก 12 ต.ค.63 ดัชนีปิดที่ 1,273.43 จุด ล่าสุดวานนี้(19 ต.ค.)ปิดตลาดที่ 1,208.75 จุด รวม 4 วันทำการ (14-16, 19 ต.ค.63) ปรับตัวลดลง 64.68 จุด หรือ 5% ซึ่งวานนี้(19 ต.ค.)ดัชนีปิดตลาดที่ 1,208.75 จุด ลดลง 24.93 จุด หรือ 2.02% หลังการชุมนุมมีจำนวนผู้เข้าร่วมเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง

     ทั้งนี้พบว่า มูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (Market Capitalization) ของตลาดหุ้นไทย ปรับตัวลดลง 4.3 แสนล้านบาท ช่วง 14-16 ต.ค.63 เหลือ 13.42 ล้านล้านบาท
 

*** ดัชนีฯ ลงได้ต่ำสุดถึง 1,140 จุด หากชุมนุมยืดเยื้อ-รุนแรง 


     นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินกรอบดัชนี SET Index สัปดาห์นี้ที่ 1,200 - 1,300 จุด โดยปัจจัยการเมืองในประเทศมีน้ำหนักสูงสุด เนื่องจากปัจจุบันเริ่มมีความร้อนแรงมากขึ้น เพราะรัฐบาลเดินหน้าใช้กฎหมายเพื่อเอาผิดกับกลุ่มผู้ชุมนุม ขณะที่กลุ่มผู้ชุมนุมที่ออกมาต่อต้านจำนวนก็ไม่ได้น้อยลงไป ทำให้ความเสี่ยงการเมืองอาจสูงขึ้น

     ส่วนเรื่องการประกาศผลประกอบการกลุ่มแบงก์ อาจช่วยหนุนดัชนีได้บ้าง แต่ไม่ได้คาดหวังสูง เพราะหากเกิดความรุนแรงขึ้น ดัชนีหุ้นไทยจะถูกกดดันหักล้างปัจจัยบวกอื่นๆ ส่วนมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจนั้น เชื่อว่าจะไม่มีการออกมาตการใหม่เพิ่มในช่วงนี้ คงต้องรอให้ปัจจัยการเมืองนิ่งมากกว่านี้ เพราะหากออกมาก็จะไม่ได้ช่วยหนุนบรรยากาศการลงทุน

     ทั้งนี้ หากเกิดความรุนแรงเกิดขึ้น ดัชนีฯ มีโอกาสปรับตัวลดลงไปทดสอบ 1,150-1,180 จุด แต่หากลงไประดับดังกล่าว จะมีแรงซื้อเข้ามา เพราะหากเกิดความรุนแรงขึ้น แสดงว่าการชุมนุมใกล้จบแล้ว ก็จะเป็นโอกาสในการเข้าซื้อ แต่หากมีการสลายการชุมนุมและไม่เกิดความรุนแรงมากนัก แกนนำชุมนุมโดนจับ จำนวนผู้ชุมนุมลดลง ดัชนีมีโอกาสขึ้นไปทดสอบระดับ 1,280-1,300 จุดได้

    "การชุมนุมรอบนี้มีโอกาสยืดเยื้อ โดยหุ้นไทยจะแกว่งตัวอยู่ที่ 1,200 - 1,300 จุด ซึ่งการชุมนุมแต่ละรอบใช้เวลาราว 6 เดือน และหากนับการชุมนุมที่เริ่มมาตั้งแต่กลาง ก.ค.-ต.ค. มา 3 เดือนแล้ว คาดว่ามีโอกาสการชุมนุมจะยืดเยื้อต่อไป 1-2 เดือนข้างหน้า หลังจากนั้นจะคลายตัวลง" ณัฐพล กล่าว

    ด้าน นายสรพล วีระเมธีกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) กสิกรไทย ประเมินว่า หากยังมีการชุมนุมต่อ แต่ไม่มีเหตุการณ์รุนแรง ดัชนีฯ จะไม่หลุดแนวรับสำคัญที่ 1,200 จุด แต่ถ้าเกิดเหตุการณ์รุนแรงขึ้น มีการยกระดับการชุมนุมจะกดดันหุ้นไทยหลุด 1,200 จุดทันที โดยประเมินแนวรับอยู่ที่ 1,140 จุด

     ในทางตรงกันข้ามหากมีการประกาศยุติการชุมนุม หรือ รัฐสภาเร่งแก้รัฐธรรมนูญตามที่กลุ่มผู้ชุมนุมเรียกร้อง ถือเป็นปัจจัยบวกหนุนดัชนีฯ รีบาวด์ขึ้นไปทดสอบแนวต้านที่ 1,240 จุด

     ขณะที่ นายชาญชัย พันทาธนากิจ ผู้ช่วยผู้อำนวยการฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน บล.เอเซีย พลัส จำกัด ประเมินว่า หากการชุมนุมยืดเยื้อและมีความรุนแรง มีโอกาสที่ดัชนีจะไหลหลุด 1,200 จุด และ อาจลงไปลึกถึง 1,155 จุด

     “ถ้าภาพการเมืองยังคงร้อนแรง และ ไม่มีภาพที่ชัดจน จึงต้องเลือกลงทุนหุ้นที่อิงกับรายได้ต่างประเทศ หรือ มองหุ้นที่จ่ายปันผลสูง ซึ่งทั้ง 2 อย่าง คือ เป็นการลงทุนในระยะยาว โดยหากดัชนีไหลหลุด 1,200 จุด เป็นจังหวะที่ทยอยเก็บหุ้นได้” ชาญชัย กล่าว
 

*** ฟันด์โฟลว์ไหลออก 1.7 หมื่นล้านบาท


     นายสรพล วีระเมธีกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย คาดนักลงทุนต่างชาติจะขายสุทธิต่อ เทียบเคียงกับค่าเฉลี่ยในอดีตที่ขายสุทธิ 1.7 หมื่นล้านบาท ช่วง 30 วันที่มีการชุมนุมทางการเมือง 
    ด้าน นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) ประเมินว่าต่างชาติจะขายหุ้นไทยต่อเนื่อง แต่คงไม่เพิ่มขึ้นมากนักจากก่อนหน้านี้ เพราะต่างชาติไม่ได้ถือหุ้นไทยสัดส่วนที่สูงเหมือนในอดีต ในทางตรงกันข้ามนักลงทุนต่างชาติอาจใช้จังหวะนี้ในสลับตัวหุ้นในการลงทุนโดยขายหุ้นที่มีกำไรแล้วเข้าซื้อหุ้นตัวอื่นแทน


*** เลี่ยง หุ้นรถไฟฟ้า เน้น หุ้นปลอดภัย


     นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) มองว่า จังหวะที่เหมาะสมในการทยอยเข้าซื้อหุ้น คือช่วงที่เริ่มเห็นความคลี่คลายในการชุมนุมมากขึ้น ดังนั้น นักลงทุนจะต้องติดตามสถานการณ์ชุมนุมอย่างใกล้ชิด ซึ่งในช่วงนี้แนะนำให้นักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ต่ำ หลีกเลี่ยงการลงทุนในหุ้นไปก่อน โดยเฉพาะหุ้นในกลุ่มรถไฟฟ้า, ห้างสรรพสินค้า และท่องเที่ยว ที่คาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการชุมนุมดังกล่าวมากที่สุด

     แต่สำหรับนักลงทุนที่รับควาทมเสี่ยงได้สูง แนะนำ "เก็งกำไรระยะสั้น" ในกลุ่มหุ้นโรงไฟฟ้า และส่งออก เนื่องจากคาดว่าจะได้รับผลกระทบจากการชุมนุมดังกล่าวน้อยที่สุด เลือก BGRIM, DELTA และ KCE เป็น TOP Picks  

     ทั้งนี้ บทวิเคราะห์ บล.เคทีบี (ประเทศไทย) ประเมินว่า หากมีการประกาศปิดรถไฟฟ้าทุกสถานีชั่วคราวทุก ๆ 1 วัน (ปิดทั้งวัน) จะกระทบประมาณการกำไรสุทธิ ของ บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์ จำกัด (มหาชน) หรือ BTS    และบริษัท ทางด่วนและรถไฟฟ้ากรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BEM  ราว -0.5% ถึง -0.6% แต่เบื้องต้นผลกระทบยังไม่มากเนื่องจากการประกาศปิดในช่วงที่ผ่านมา เป็นการปิดแค่ช่วงเวลาและในบางวันปิดแค่บางสถานีในช่วงวันหยุดซึ่งมีการใช้รถไฟฟ้าไม่มาก อย่างไรก็ตาม หากการชุมนุมประท้วงมีแนวโน้มที่จะยืดเยื้อและกระจายไปเป็นวงกว้าง ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อประมาณการกำไรสุทธิของ BTS และ BEM มากขึ้น

     ด้าน นายสรพล วีระเมธีกุล ผู้อำนวยการอาวุโสฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.กสิกรไทย แนะนำ ชะลอลงทุนลดความเสี่ยงเพื่อรอดูสถานการณ์การเมืองในประเทศก่อน ส่วนนักลงทุนที่รับความเสี่ยงได้ แนะนำ กลุ่มอาหาร และยานยนต์ เนื่องจากสถิติในรอบ 30 ปีที่ผ่านมา ที่เกิดเหตุการณ์วุ่นวายทางการเมืองในประเทศไทย ทั้ง 2 กลุ่มปรับตัวขึ้นได้ดีกว่าดัชนี

     ส่วน นายณัฐพล คำถาเครือ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บล.หยวนต้า (ประเทศไทย) แนะนำ หุ้นปลอดภัย (Defensive Stock)  เช่น กลุ่มสื่อสาร ที่ได้ประโยชน์จากช่วงที่มีการชุมนุม, กลุ่มยานยนต์ ที่ได้รับผลดีจากการฟื้นตัวของตลาดยุโรปและจีน และหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะตัว







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด