ข่าวนี้ที่ 1

BGRIM-GUNKUL-TPIPP ทุ่ม 6 หมื่นลบ. สยายปีกลงทุนโรงไฟฟ้า

BGRIM-GUNKUL-TPIPP ทุ่ม 6 หมื่นลบ. สยายปีกลงทุนโรงไฟฟ้า

          กลุ่มโรงไฟฟ้าสยายปีกลงทุน ล่าสุดพบ BGRIM-GUNKUL-TPIPP วางงบลงทุนรวมเกือบ 60,000 ล้านบาท เดินหน้าเพิ่มกำลังผลิตไฟฟ้าทั้งในและต่างประเทศ ผ่านการซื้อกิจการ-ประมูลโรงไฟฟ้าใหม่  หวังดันรายได้เติบโตยั่งยืน

          ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในปีนี้ธุรกิจโรงไฟฟ้า ยังคงเดินหน้าขยายการลงทุนอย่างต่อเนื่อง ทั้งการเข้าซื้อกิจการโรงไฟฟ้า และประมูลโรงไฟฟ้าใหม่ ทั้งในและต่างประเทศ โดยล่าสุด 3 บริษัท ประกอบด้วย  บริษัท บี.กริม เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ BGRIM  , บริษัท กันกุลเอ็นจิเนียริ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ GUNKUL และ บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP ประกาศใช้เงินลงทุนรวมเกือบ 60,000 ล้านบาท 

          ***BGRIM วางงบลงทุน 4.5-5 หมื่นลบ. 

          นายฮาราลด์ ลิงค์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร BGRIM ระบุว่า บริษัทวางงบลงทุนที่ประมาณ 45,000-50,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็น 50% ใช้ลงทุนโครงการโรงไฟฟ้าในประเทศ 7 โครงการ ได้แก่ โครงการในแหลมฉบัง 1 โครงการ , นิคมอมตะนคร 2 โครงการ , มาบตาพุด 2 โครงการ และอ่างทองอีก 2 โครงการ รวมกำลังการผลิตทั้งหมด 980 เมกะวัตต์ ส่วนเงินลงทุนอีก 50% จะใช้ซื้อกิจการ

          สำหรับปีนี้บริษัทมีแผนที่จะเข้าประมูลใบอนุญาตซื้อขายไฟฟ้าจากโรงไฟฟ้าใหม่ (PPA) อีกมากกว่า 1,000 เมกะวัตต์(MW) ซึ่งแบ่งเป็นการประมูลสัญญาซื้อขายไฟฟ้าใหม่ และรูปแบบการซื้อกิจการทั้งในและต่างประเทศ

          ขณะที่แผนซื้อกิจการ (M&A)โรงไฟฟ้าปีนี้ แบ่งเป็นในประเทศประมาณ 300-360 เมกะวัตต์ และในต่างประเทศอีกจำนวน 200-250 เมกะวัตต์ คาดว่าจะมีความชัดเจนในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้โดยปัจจุบันกำลังเจรจากับผู้ประกอบการโรงไฟฟ้าในประเทศมาเลเซียในขั้นตอนสุดท้าย รวมถึงยังมีโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศเกาหลีใต้และประเทศเวียดนามอีกด้วย

          ส่วนความคืบหน้าการลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซธรรมชาติ (Gas to Power) ที่ประเทศเวียดนาม ขนาดกำลังการผลิตโรงละ 2,000-3,000 เมกะวัตต์ (MW) ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างศึกษาความเป็นไปได้และเจรจากับพันธมิตรท้องถิ่นประมาณ 2-3 โครงการ ซึ่งตอนนี้อยู่ระหว่างเตรียมเข้าบรรจุในแผนการพัฒนา พร้อมคาดว่าในช่วงครึ่งปีหลังของปีนี้จะมีความชัดเจนของโครงการดังกล่าว ทั้งเรื่องของการเจรจาและสิทธิที่จะได้ หลังจากได้มีการบรรจุในแผนเรียบร้อยแล้ว

          ***GUNKUL จ่อลงทุนธุรกิจไฟฟ้าเพิ่ม-สร้างโรงสกัดกัญชง

          ด้านนายพงษ์สกร ดำเนิน ประธานเจ้าหน้าที่ปฎิบัติการ สายงานธุรกิจพลังงาน  GUNKUL ระบุว่า บริษัทตั้งงบลงทุนในช่วง 3 ปี (64-66) ประมาณ 20,000 ล้านบาท หรือ เฉลี่ยปีละ 7,000 ล้านบาท โดยแบ่งเป็นการใช้ลงทุนเพิ่มกำลังการผลิตของธุรกิจโรงไฟฟ้าอีกประมาณ 400-500 เมกะวัตต์ (MW) มูลค่ารวม 17,000 ล้านบาท และใช้ลงทุนก่อสร้างคลังสินค้าประมาณ 3,000 ล้านบาท

          โดยแผนการดำเนินธุรกิจปีนี้บริษัทยังคงมองหาโอกาสการลงทุนในธุรกิจอุปกรณ์ระบบไฟฟ้า,รับเหมาก่อสร้าง โครงการโรงไฟฟ้าพลังงานทดแทนทั้งโซลาร์และพลังงานลมทั้งในและต่างประเทศ โดยเฉพาะที่เวียดนามที่ปัจจุบันได้ลงทุนไปแล้ว 4 โครงการ กำลังการผลิตรวม 160 เมกะวัตต์ และส่งผลให้บริษัทมีโครงการที่จำหน่ายไฟฟ้าเชิงพาณิชย์ (COD) แล้วมากกว่า 600 เมกะวัตต์ ซึ่งยังไม่รวมโครงการโรงไฟฟ้าที่จะลงทุนเพิ่มในปี 64 

          ขณะที่ธุรกิจงานรับเหมาและวางระบบทางด้านวิศวกรรม (EPC) ยังมีงานประมูลใหม่ๆ เข้ามาอย่างต่อเนื่อง จากปัจจุบันมีงานในมือ (Backlog) ประมาณ 8,500 ล้านบาท โดยตั้งเป้ารับงาน EPC เพิ่ม 3,000-3,500 ล้านบาทต่อปี ซึ่งปีนี้ตั้งเป้างาน EPC ในมือไว้ที่ประมาณ 10,000 ล้านบาท

          ขณะเดียวกัน บริษัทยังสนใจเข้าไปดำเนินธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับการปลูกและโรงสกัดกัญชง เนื่องจากบริษัทมีจุดแข็งในเรื่องของพื้นที่ของโครงการโรงไฟฟ้าพลังงานลมในประเทศที่มีอยู่จำนวน 2-3 โครงการ ขนาดรวมกว่า 5,000 ไร่ ที่มองว่ามีความเหมาะสมในการปลูกและมีแหล่งน้ำที่เพียงพอสำหรับรองรับพื้นที่การเกษตร

          ปัจจุบันบริษัทอยู่ระหว่างการขอใบอนุญาตในการเพาะปลูกกัญชงบนพื้นที่เฟสแรก 150 ไร่ จากทั้งหมด 2,111 ไร่ หลังจากบริษัทมีการจ้างบริษัทที่ปรึกษาในการคัดเลือกและนำเข้าเมล็ดพันธุ์เข้ามาปลูก พร้อมเตรียมลงทุนสร้างโรงสกัด CBD จากกัญชง เพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์จากสารสกัดกัญชงในการนำไปจัดจำหน่ายทั้งในประเทศและตลาดต่างประเทศ 

          โดยเบื้องต้นคาดว่าจะใช้เงินลงทุนหลักร้อยล้านบาท เพื่อใช้ในการปลูกและการลงทุนสร้างโรงสกัด ซึ่งบริษัทมีแผนจะขยายการลงทุนต่อเนื่องจนไปถึงหลักพันล้านบาท นอกจากนี้คาดว่าบริษัทจะเริ่มรับรู้รายได้จากธุรกิจกัญชงเข้ามาในช่วงปลายปีนี้ พร้อมคาดหวังว่าธุรกิจนี้จะสร้างรายได้กลับเข้ามาเป็นหลักพันล้านบาทได้ในอนาคต

          ***TPIPP ตั้งงบ 2-2.8 พันลบ.หางานเพิ่ม-ลุยโรงไฟฟ้าขยะ

          นายภัคพล เลี่ยวไพรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ TPIPP ระบุว่า ในปีนี้บริษัทตั้งงบลงทุน 2,000-2,800 ล้านบาท สำหรับใช้ในการลงทุนในโรงไฟฟ้าที่ชนะการประมูล และที่อยู่ระหว่างการประมูล รวมถึงการใช้ซื้อที่ดินด้วย เพื่อผลักดันรายได้ปีนี้เข้าเป้าที่ 12,000 ล้านบาท 

          โดยโครงการที่อยู่ระหว่างการลงทุนและรอประมูล ปัจจุบันมีโครงการที่ประมูลชนะเมื่อต้นปี คือโรงไฟฟ้าขยะขององค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) สงขลา สัญญาซื้อขายไฟฟ้า 7.92 MW ระยะเวลา 20 ปี ปัจจุบันอยู่ระหว่างการทำสัญญากับอบจ.สงขลา , รอประกาศผู้ชนะประมูลโรงไฟฟ้าขยะนครราชสีมา 12 MW และโรงไฟฟ้าขยะ TG7 จะเปลี่ยนมาขายไฟให้กับ EGAT จากเดิมที่เคยขายให้กับโรงงานปูน และยังมีโครงการอื่นๆ ที่บริษัทสนใจเข้าประมูลในอนาคต

          ทั้งนี้ บริษัทคาดว่า ปริมาณการผลิตไฟฟ้า จะผลิตได้รวม 2,531 กิโลวัตต์ชั่วโมง(Kwh) หรือคิดเป็นรายได้ประมาณ 11,800 ล้านบาท อิงจากฐานอัตราค่าไฟฟ้าเดิมในปี 63 ซึ่งมีค่าไฟฟ้าผันแปร (Ft) ลดลง จากผลกระทบจากสถานการณ์เศรษฐกิจชะลอตัวจากการแพร่ระบาดโควิด-19 ซึ่งปีนี้มองว่าผลกระทบดังกล่าวจะลดน้อยลง

          ด้านแผนการผลิตไฟฟ้าระยะยาวบริษัทวางเป้าหมายปี 68 จะเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าติดตั้งเป็น 582 MW จากสิ้นปี 63 อยู่ที่ 440 MW ซึ่งการเติบโตหลักมาจากการขายไฟฟ้าให้กับการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (EGAT) โดยในปี 64 กำลังการติดตั้งอยู่ที่ 180 MW เพิ่มเป็น 392 MW ในปี 65 ซึ่งจะมีโครงการทยอยออกประมูลต่อเนื่องตั้งแต่ปี 65-68







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด