ข่าวนี้ที่ 1

HMPROโค้ง 3 กำไรหด 5.5% - ลุ้น "ช้อปดีมีคืน" ดัน Q4กระฉูด

HMPROโค้ง 3 กำไรหด 5.5% - ลุ้น

       HMPRO เผยโค้ง 3 กำไรวูบ 5.5%  เหลือ 1,400 ลบ. เหตุศก.-กำลังซื้อชะลอ แต่โบรกฯ ชี้กำไรดีกว่าที่คาด แต่ยังมั่นใจโค้งสุดท้ายของปีจะดีสุด รับโครงการช้อปดีมีคืน เป็นแรงกระตุ้น พร้อมลุ้นกำไรปีหน้ากลับมาใกล้เคียงปี 62 ก่อนเกิดโควิด ให้ราคาเป้าหมาย 16-17.7 บ.    

     บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO เปิดเผยผล ประกอบการไตรมาส 3/63 (Q3/63) ออกมาลดลงกว่า 5.5% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน แต่ราคาหุ้นกลับพุ่งสวนทาง เนื่องจากนักวิเคราะห์หลายสำนักยังมีมุมองในเชิงบวก ต่อแนวโน้มผลประกอบการใน Q4/63 และปี 64 โดยเฉพาะปลายปีนี้ที่มีนโยบากระตุ้นจากภาครัฐมากระตุ้นกำลังซื้อ  

    ขณะที่ราคาปิดหุ้น HMPRO วันที่ 27 ต.ค.  ปิดการซื้อขายที่ระดับ 14.10 บาท เพิ่มขึ้น  0.60 บาท หรือ 1.44% มูลค่าการซื้อขาย 479.02  ล้านบาท  
    
* เผยงบโค้ง 3 วูบ 5.51% ตามกำลังซื้อ - ศก.ชะลอ     

    นางสาว วรรณี จันทามงคลผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ กลุ่มบัญชีและการเงิน บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO แจ้งตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย(ตลท.)ว่า ผลดำเนินงานไตรมาส 3/63 มีกำไรสุทธิ 1,400.52 ล้านบาท ลดลง 5.51% จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 1,482.25 ล้านบาท ส่วนงบ 9 เดือนปีนี้ มีกำไรสุทธิ 3,609.72 ล้านบาท ลดลง 18.49 % จากช่วงเดียวกันปีก่อนที่มีกำไรสุทธิ 4,428.71 ล้านบาท

    โดยไตรมาส 3 นี้มีรายได้รวม 16,019.49 ล้านบาท ลดลง 2.17% จากช่วงเดียวกันปีก่อน โดยมีรายได้หลักจากการขายสินค้า และรายได้จากการให้บริการลูกค้า (Home Service) จำนวน 15,064.31 ล้านบาท ลดลง 1.75% จากยอดขายสาขาเดิมที่ลดลงจากกำลังซื้อของผู้บริโภคที่ลดลง ส่วนธุรกิจเมกา โฮม ยอดขายสาขาเดิมลดลงเล็กน้อย ส่วนสาขาที่มาเลเซียยอดขายเติบโต

    ขณะที่ต้นทุนค่าเช่าและค่าบริการลดลง 15.24% เป็นผลจากการลดลงของค่าสาธารณูปโภค ค่าเสื่อมราคา ค่าซ่อมแซม ค่าใช้จ่ายการจัดจ้างงานจากภายนอก (Outsource) ของธุรกิจบริหารพื้นที่ให้เช่า  และค่าใช้จ่ายในการขาย จัดจำหน่าย และบริหาร ลดลง 0.77% จากผลกระทบของดอกเบี้ยจ่ายที่เพิ่มขึ้นจากการปรับปรุงรายการตามมาตรฐานการรายงานทางการเงินฉบับที่ 16 เรื่องสัญญาเช่า

    บริษัทฯ ยังไม่ได้มีการขยายสาขาใหม่ในไตรมาส 3/63 โดยมีสาขาโฮมโปร 84 สาขา โฮมโปรเอส 9 สาขา เมกา โฮม 14 สาขา และโฮมโปรที่ประเทศมาเลเซีย 6 สาขา

* โบรกฯ ชี้กำไรดีกว่าคาด 
 
    บริษัทหลักทรัพย์ เคทีบี (ประเทศไทย) จำกัด ?เปิดเผย กำไรสุทธิ Q3/63 ของ HMPRO  ดีกว่าตลาดคาดเพราะความต้องการที่ฟื้นตัวขึ้น  แต่ทั้งนี้ คงกำไรสุทธิปี 63 ที่  5 พันลบ.  (-19% YoY) โดยกำไร 9 เดือนปี 63  คิดเป็น 72% ของทั้งปี 

    โดยคาด ยอดขายสาขาเดิม (SSSG )จะอยู่ที่ -12% YoY ทั้งนี้หากไม่มีเหตุการณ์ที่แย่ลงจากโควิด-19  จากความจำเป็นในการใช้อุปกรณ์ซ่อมแซมบ้าน รวมถึงงานบริการซ่อมและติดตั้งอุปกรณ์ต่างๆ ที่ต้องกลับมาดำเนินต่อไปเนื่องจากในช่วงของการระบาดลูกค้ายังไม่สะดวกให้ช่างมาทำการซ่อม และเราคาดว่ากำลังซื้อมีโอกาสฟื้นตัวดีขึ้นในช่วงที่เหลือของปีจากการคลายล็อกดาวน์และจากมาตรการกระตุ้นจากภาครัฐและแนวโน้มดีขึ้นในปีหน้า 

    ทั้งนี้ HMPRO มีแผนขยายสาขา 2 สาขาในช่วงครึ่งหลังของปี ซึ่งอาจจะมีการปรับประมาณการและคำแนะนำขึ้นหลังการประชุมนักวิเคราะห์ โดยให้ราคาเป้าหมายที่ 16.50 บาท อิง PER ปี 64 ที่ 34 เท่า (+1SD above 5-yr. average PER) โดยมี key catalyst คือ การที่กลุ่มห้างฯกลับมาเปิดให้บริการ สถานการณ์โควิด-19 ผ่านพ้นจุดพีค และมีแนวโน้มดีขึ้น ขณะที่ความเสี่ยงคือ โอกาสในการกลับมาระบาดอีกครั้งของโควิด-19 หากการเปิดห้างฯไม่มีการควบคุมความปลอดภัยที่ดีพอ
    
* ช้อปดีมีคืน ช่วยหนุนกำไร Q4 สูงสุดของปี 

    บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)   ดีกว่าที่เราคาดเล็กน้อย 5.2% เราคาดว่ายอดขายจะเร่งตัวดีขึ้นใน Q4/63 โดยได้อานิสงส์จากมาตรการ ช้อปดีมีคืน เช่นเดียวกับมาตรการ ช้อปช่วยชาติ  ที่เคยจัดในช่วง Q4/60 ซึ่งทำให้ SSSG +3.1% ประกอบกับไตรมาส 4 เป็นไฮซีซั่น และมีการจัดงาน Home Pro Expo อีกทั้งจำนวนสาขาโฮมโปรเพิ่มขึ้น 2 สาขา YoY เรายังประเมินว่าอัตรากำไรขั้นต้นจะเพิ่มขึ้นจากการเพิ่มสัดส่วนสินค้า House brand ทำให้ผลประกอบการ Q4/63 มีกำไรสูงสุดของปี

    ผลประกอบการมีแนวโน้มฟื้นตัวดียิ่งขึ้นในปีหน้าเมื่อเทียบกับฐานต่ำในปีนี้ รวมทั้งคาดว่า HMPRO จะกลับมาขยายสาขามากขึ้น และยังคงกลยุทธ์ในการเพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินงาน การเพิ่มสัดส่วนสินค้าที่มีอัตรากำไรสูง หุ้นซื้อขายที่ PE 28 เท่า เทียบกับ PER เฉลี่ยย้อนหลัง 5 ปี ที่ 34 เท่า แนะนำ Trading Buy ราคาเป้าหมาย (DCF) 16 บาท

    เช่นเดียวกับ  บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ภาพเศรษฐกิจที่ชะลอตัวยังคงเป็นปัจจัยกดดันผลการดำเนินงานของ HMPRO แต่อย่างไรก็ตามยังคงมีโอกาสจากการ trading ในระยะสั้นจากผลการดำเนินงานในไตรมาสที่ 4 ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยด้านฤดูกาล และ มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ (ช้อปดี มีคืน) 

    ยังคงคำแนะนำ "ถือ" ราคาเป้าหมายสิ้นปี 64 ที่ 17.70 บาท อิงจาก PER ที่ 36.0x (+1.0 S.D เฉลี่ยระหว่าง GLOBALและ HMPRO) อย่างไรก็ตามมีปัจจัยเสี่ยงเศรษฐกิจชะลอตัวลง  disruption ที่เกิดจากเทคโนโลยีใหม่ สภาวะโลกร้อน และขยายสาขาได้ช้ากว่าที่คาดไว้

*  บล.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ มองปีนี้ยังซบ แต่ปี 64 ผงาด
    
    บริษัทหลักทรัพย์ แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด กำไร 9 เดือน 63 คิดเป็นเพียง 65% ของประมาณการทั้งปี 63  อีกทั้งยอดขายสาขาเดิมในเดือนต.ค.จนถึงขณะนี้ ยังอ่อนตัวลงราว 4% YoY แต่ผลบวกจาก ช็อปดีมีคืน  คาดจะส่งผลให้กำไรสุทธิของ HMPRO ในปี 63 ต่ำกว่าประมาณการของเรา ที่ 5,500 ล้านบาท เพียงเล็กน้อย และลดลงจากปีก่อนหน้าไม่ถึง 15% ก่อนจะกลับมาเติบโตราว 12% ในปี 2564 โดยมีกำไรกลับมาสู่ระดับใกล้เคียงกับปี 2562

     แนะนำ ซื้อโดยคงมูลค่าพื้นฐานเดิมที่ 17 บาท อัพไซด์ 25.9% โดยมี Sentiment เชิงบวก จาก มาตรการ ช็อปดีมีคืน คาดจะช่วยหนุนกำไรงวด Q4/63 ใกล้เคียงกับช่วงเดียวกันของปีก่อนได้          

 
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด