ข่าวนี้ที่ 1

กูรูมองหุ้นไทยเริ่มแพง หวั่นดัชนีใกล้ปรับฐาน

กูรูมองหุ้นไทยเริ่มแพง หวั่นดัชนีใกล้ปรับฐาน

      โบรกเกอร์ มองดัชนีหุ้นไทยสัปดาห์หน้า(11-15 ม.ค.) บวกได้ในกรอบจำกัด แต่มีโอกาสปรับฐาน จากแรงเทขายทำกำไร หลัง SET ขึ้นมาแรง ประเมินแนวรับ 1,500 จุด และ 1,470 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,550 จุด แนะจับตาสถานการณ์โควิดทั้งในและต่างประเทศใกล้ชิด รวมถึงกลุ่มแบงก์ประกาศงบ Q4/63

    ในช่วงสัปดาห์หน้า(11-15 ม.ค.) นักวิเคราะห์ต่างมองเหมือนกันว่า ถึงแม้ดัชนีหุ้นไทยยังมีโอกาสปรับขึ้นได้ต่อ แต่น่าจะอยู่ในกรอบจำกัด เนื่องจากที่ผ่านมา SET ปรับเพิ่มขึ้นมาแรงแล้ว และในระยะสั้นมีโอกาสที่ดัชนีเสี่ยงปรับฐาน จากแรงเทขายทำกำไร โดยประเมินแนวรับไว้ที่ 1,500 จุด และ 1,470 จุด แนวต้าน 1,550 จุด

***** ฟินันเซียฯ มองระยะสั้นดัชนีเสี่ยงปรับฐาน

    นายวีระวัฒน์ วิโรจน์โภคา ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์(บล.)ฟินันเซีย ไซรัส มองว่า ภาพรวมตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์หน้า(11-15 ม.ค.) มีโอกาสแกว่งตัวขึ้นต่อจากกระแสเงินทุนไหลเข้า ทั้งเม็ดเงินนักลงทุนต่างชาติ รวมทั้งกลุ่มนักลงทุนสถาบัน แต่ในระยะสั้นอาจมีแรงขายทำกำไรออกมาบางส่วนเพื่อปรับฐาน หลังดัชนีฯ ปรับตัวเพิ่มขึ้นมาแรงมากแล้ว 

    โดยสัปดาห์หน้า(11-15 ม.ค.) ประเมินแนวต้านที่ 1,550 จุด แนวรับ 1,500 จุด และ 1,470 จุด ตามลำดับ  

    "ตลาดหุ้นไทยตอนนี้เริ่มแพง แต่ด้วยเม็ดเงินที่ไหลเข้าทำให้ตลาดหุ้นเทรดได้สูงกว่าระดับปกติ หรือ Valuation มีมากกว่าปกติ จากเดิมที่เคยเทรด P/E ปกติที่ 17-18 เท่า จากฟันด์โฟลว์ที่เข้ามามากกว่าปกติแบบนี้อาจทำให้หุ้นไทยเทรด P/E ได้ไกลถึงระดับ 20 เท่า " นายวีระวัฒน์กล่าว

    สำหรับกลยุทธ์การลงทุนยังคงแนะนำหุ้นกลุ่มใหญ่อย่างธนาคารพาณิชย์ ซึ่งคาดว่าราคารับข่าวผลการดำเนินงานในไตรมาส 4/63 ไปก่อนแล้ว ได้แก่  KBANK ,TISCO นอกจากนี้ตลาดหุ้นที่ปรับตัวเพิ่มขึ้นเร็วอาจเห็นเม็ดเงินไหลเข้าหุ้นกลุ่ม Laggard จึงแนะนำกลุ่มสื่อสาร ได้แก่  INTUCH , ADVANC และหุ้นโรงพยาบาล ได้แก่ CHG , BCH , BDMS

*** โนมูระฯ คาด SET แกว่งตัวในกรอบจำกัด

    นายคณฆัส จิรเสวีนุประพันธ์ ผู้อำนวยการ ฝ่ายวิจัย และบริการการลงทุน บริษัทหลักทรัพย์(บล.) โนมูระ พัฒนสิน มองว่า แนวโน้มตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์หน้า(11-15 ม.ค.) มีโอกาสปรับขึ้นได้ต่อจากสัปดาห์นี้ แต่อาจอยู่ในกรอบแคบๆ เนื่องจากในช่วงสัปดาห์แรกที่ผ่านมา ดัชนีหุ้นไทยได้ปรับขึ้นแรงถึง 100 จุดแล้ว 

    ดังนั้นโอกาสที่จะขึ้นไปอีก 100 จุด หรือ ขึ้นไปทดสอบที่ระดับ 1,600 จุดนั้นอาจจะเร็วเกินไป โดยประเมินกรอบดัชนีสัปดาห์หน้า(11-15 ม.ค.)มีแนวรับที่ 1,495-1,512 จุด ขณะที่แนวต้านประเมินไว้ที่ 1,546-1566 จุด 

    ทั้งนี้ แม้ดัชนีหุ้นไทยยังไปได้ต่อ แต่ยังมีปัจจัยเสี่ยงที่ต้องติดตาม โดยในต่างประเทศ ยังคงต้องติดตาม การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ในหลายประเทศยังมีตัวเลขพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะใน สหรัฐ และญี่ปุ่น นอกจากนี้ ยังต้องติดตามผลของวัคซีน ที่มีข่าวออกมาระบุว่า มีผลข้างเคียงหลังจากฉีดไปก่อนหน้า 

    ขณะที่ปัจจัยภายในประเทศ ต้องติดตามตัวเลขของผู้ติดเชื้อที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น รวมถึงแนวทางในการแก้ไขปัญหาของรัฐบาล มาตรการที่จะออกมากระตุ้น การเยียวยาผู้ที่ได้รับผลกระทบ นอกจากนี้ จะเริ่มเข้าสู่ช่วงประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ซึ่งกลุ่มธนาคารจะออกมาเป็นกลุ่มแรกๆ 

    สำหรับกลยุทธ์ลงทุนระยะสั้น แนะนำหุ้นเด่นคือ KBANK และ BBL โดยแนะนำซื้อเมื่อราคาอ่อนตัว เนื่องจากที่ผ่านมาราคามีการปรับตัวขึ้นไปมากแล้ว นอกจากนี้กลุ่มที่น่าสนใจคือ โรงพยาบาล เช่น BCH และ กลุ่มอสังหาฯ เช่น SPALI 

***** บล.เคทีบี มองดัชนี 1,600 จุด ยังห่างไกล

    นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ กลยุทธ์การลงทุน บล.เคทีบี (ประเทศไทย) กล่าวว่า ตลาดหุ้นไทยในสัปดาห์หน้า(11-15 ม.ค.)น่าจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ และ มีโอกาสที่จะเป็นทิศทางขายมากกว่าซื้อ เนื่องจากตลาดหุ้นปรับตัวค่อนมากแล้ว ทำให้ช่วงในการปรับขึ้นอาจมีไม่ได้มาก และมองว่า โอกาสที่จะไปถึง 1,600 จุด ค่อนข้างยาก 

    ทั้งนี้ ประเมินแนวรับดัชนีหุ้นไทยในรอบสัปดาห์หน้า(11-15 ม.ค.)ไว้ที่ 1,500 จุด แนวต้านที่ 1,550 จุด โดยมองว่าโอกาสที่จะดัชนีจะไปถึง 1,600 จุดนั้น เป็นไปได้ยาก โดยหากเข้าไปพิจารณาจะพบว่า หุ้นที่ปรับสูงในขณะนี้มาจากปัจจัยคือ DELTA ที่มีต่อดัชนีถึง 60 จุด ซึ่งหากจะดึงให้ SET ไปถึงระดับ 1,600 จุดได้ ราคาหุ้น DELTA จะต้องขึ้นมากกว่านี้ เพราะหุ้นตัวอื่นๆ คงมีแรงต่อตลาดไม่มาก เพราะที่ผ่านมาปรับขึ้นไปแล้วพอสมควรแล้ว 

    นายมงคล ระบุว่า ปัจจัยที่ยังต้องจับตาในต่างประเทศ คือ หลังจากนายโจ ไบเดน ชนะการเลือกตั้งอย่างเป็นทางการ คงต้องติดตามการประกาศนโยบายต่างๆ โดยเฉพาะด้านเศรษฐฏิจว่าจะมีทิศทางเป็นอย่างไร นอกจากนี้ ยังต้องติดตามการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 และวัคซีน 

    เช่นเดียวกับในประเทศ ที่ยังต้องติดตามตัวเลขของผู้ติดเชื้อ ที่มองว่า ขยายตัวเป็นวงกวางมาก ซึ่งเป็นสิ่งที่วางใจไม่ได้ ดังนั้นจะต้องติดตามมาตรการของภาครัฐ ที่อาจจะยกระดับความเข้มข้นขึ้นหรือไม่ ซึ่งในเรื่องนี้อาจส่งผลกระทบต่อกลุ่มท่องเที่ยวได้ 

    สำหรับหุ้นที่น่าสนใจ เช่น  COM7 และ BBL รวมถึงต้องติดตาม กลุ่ม ท่องเที่ยว ที่อาจจะได้รับผลกระทบหากภาครัฐยกระดับความเข้มข้นในการดูแลการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด