ข่าวนี้ที่ 1

หุ้นท่องเที่ยว-การบิน-ค้าปลีก เฮ! ดีเดย์ปูพรมฉีดวัคซีน 7 มิ.ย.นี้

หุ้นท่องเที่ยว-การบิน-ค้าปลีก เฮ! ดีเดย์ปูพรมฉีดวัคซีน 7 มิ.ย.นี้

            ศบค.ประกาศปูพรมฉีดวัคซีนโควิด 7 มิ.ย.นี้ ระบุกระจาย 3 ช่องทาง ผ่านระบบ "หมอพร้อม"- ลงทะเบียน ณ จุดบริการ และจัดสรรให้กับกลุ่มเสี่ยงเฉพาะ ด้านโบรกฯมองแผนกระจายวัคซีนมีความชัดเจนมากขึ้น เป็นปัจจัยบวกต่อ SET ช่วยประคองดัชนีไม่ให้หลุดระดับ 1,552 จุด มองหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล-โรงแรม-การบิน-ค้าปลีก ได้รับอานิสงส์มากสุด

            ***ศบค. ดีเดย์แผนกระจายวัคซีนเริ่ม 7 มิ.ย. นี้ 

            นายแพทย์ทวีศิลป์ วิษณุโยธิน โฆษกศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เปิดเผยว่า ที่ประชุม ศบค.ชุดใหญ่ ซึ่งมีพลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ในฐานะ ผู้อำนวยการ ศบค.เป็นประธานการประชุม เน้นย้ำให้ประชาชนเข้าใจเรื่องการฉีดวัคซีนที่รัฐบาลได้ประกาศให้เป็นวาระแห่งชาติ โดยรัฐบาลมีแผนการกระจายวัคซีน 3 ช่องทาง โดยจะดีเดย์ 7 มิ.ย. นี้ 

            1.ระบบหมอพร้อม ซึ่งที่ผ่านมาเปิดให้ผู้สูงอายุและผู้ป่วยเรื้อรัง 7 กลุ่มโรคลงทะเบียน ขณะนี้มียอดลงทะเบียนแล้ว 7.4 ล้านคน โดยเป็นการลงทะเบียนในกรุงเทพมหานครแล้วกว่า 8 แสนคน และจะเปิดให้ประชาชนทั่วไปอายุต่ำกว่า 60 ปี ลงทะเบียนได้ตั้งแต่ 31 พ.ค.นี้ ซึ่งข้อดีคือประชาชนสามารถเลือกวันเวลาและสถานที่ได้เอง 

            2.การลงทะเบียน ณ จุดบริการ หรือ On-site Registration ช่องทางนี้ปรับจากการเรียกว่า วอร์คอิน (Walk in) ซึ่งหากมีวัคซีนจะสามารถฉีดได้ทันที แต่หากไม่มีจะต้องลงทะเบียนไว้เพื่อนัดหมายครั้งต่อไป โดยช่องทางนี้เป็นการบริการเสริม และสำหรับในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ซึ่งทางกรุงเทพฯ ได้จัดให้มีการกระจายจุดบริการวัคซีนทั่วพื้นที่ในโรงพยาบาล สถานพยาบาล และหน่วยงาน จำนวน 231 แห่ง นอกจากนี้ยังได้เตรียมสถานที่ฉีดวัคซีนนอกโรงพยาบาลอีก 25 แห่ง ซึ่งขณะนี้ได้เปิดทดลองระบบแล้ว 4 แห่ง ได้แก่ 1.เซ็นทรัล ลาดพร้าว 2.สามย่านมิตรทาวน์ 3.เดอะมอลล์ บางกะปิ และ 4.บิ๊กซี บางบอน 

            3.การจัดสรรฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มเฉพาะ หรือการกระจายวัคซีนเชิงยุทธศาสตร์ เน้นจัดสรรวัคซีนไปยังประชาชนกลุ่มเสี่ยง หรือกลุ่มที่มีความจำเป็นพิเศษ เช่น บุคลากรทางการแพทย์ เจ้าหน้าที่ด่านหน้า อสม. ทหาร ตำรวจ ข้าราชการ พนักงานด้านการบิน ครู อาจารย์ ผู้ขับขี่รถยนต์และจักรยานยนต์สาธารณะ รวมถึงพนักงานรถไฟและรถไฟฟ้า พนักงานในโรงแรม คณะผู้แทนการทูตและองค์กรระหว่างประเทศ เป็นต้น

            โดยประชาชนกลุ่มนี้สามารถติดต่อนัดหมายผ่านสถานพยาบาล หรือ อสม. ได้โดยตรง หรือหากเป็นกลุ่มบุคคลหรือสมาคมที่มีเหตุผลความจำเป็นเร่งด่วน ก็สามารถยื่นเรื่องต่อกระทรวงสาธารณสุขเพื่อพิจารณาจัดสรรวัคซีนและจัดเตรียมสถานที่ฉีดต่อไป รวมถึงยังมีนโยบายให้เตรียมการฉีดวัคซีนให้กับกลุ่มผู้ประกันตนในระบบประกันสังคม ตั้งแต่ต้นเดือน มิ.ย.นี้ 
    
            *** ระดมฉีด 50 ล้านคนในปี 64 

            อย่างไรก็ตาม รัฐบาลมีเป้าหมายระดมฉีดวัคซีนแบบปูพรมในกทม. ซึ่งเป็นพื้นที่เสี่ยงสูงและเป็นศูนย์กลางเศรษฐกิจของประเทศ ให้ได้อย่างน้อย 5 ล้านคน หรือ 70% ของประชากร เพื่อสร้างภูมิคุ้มกันหมู่ให้ได้ภายใน 2 เดือนนี้ (มิ.ย.-ก.ค.64) และฉีดวัคซีนให้กับประชาชนทั้งประเทศให้ครบ 50 ล้านคนภายในปี 64

            *** เอเซียพลัส ชี้แผนกระจายวัคซีน หนุน SET ยืนเหนือ 1,552 จุด

            บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เอเซียพลัส มองว่า แผนการฉีดวัคซีนที่มีความชัดเจนมากขึ้น จะส่งผลต่อการฟื้นตัวของกิจกรรมเศรษฐกิจ และน่าจะหนุนให้ SET Index สามารถยืนเหนือบริเวณ 1,552 จุดได้ โดยวัคซีนของ Astra Zeneca ที่ผลิตในไทยจะเริ่มส่งมอบในเดือนมิ.ย. นี้ ซึ่งจะช่วยให้การกระจายวัคซีนรวดเร็วมากขึ้น และเชื่อว่าแผนการกระจายวัคซีนที่มีความชัดเจน จะช่วยหนุนความคาดหวังว่าการเปิดเมืองจะเกิดได้เร็วขึ้นด้วย 

            นอกจากนี้ แผนการกระจายวัคซีนลงไปในแต่ละพื้นที่ครบ 70% ของประชากร มีความชัดเจน โดยจะนำร่องในจังหวัดที่พบการระบาดสูง และจังหวัดที่มีแผนเปิดการท่องเที่ยว เช่น ภูเก็ต กทม. กระบี่ พังงา นนทบุรี ปทุมธานี นครปฐม สมุทรปราการ 

            ***วัคซีนหนุนกลุ่มรพ.-โรงแรม-การบิน-ค้าปลีก

            บล.เอเซียพลัส ระบุว่า แผนการกระจายวัคซีนที่มีความชัดเจนอย่างต่อเนื่องนั้น เป็น Sentiment เชิงบวกต่อหุ้น เช่น หุ้นในกลุ่มโรงพยาบาล เช่น BDMS- PR9 -BCH รวมถึงหุ้นกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากการเปิดเมือง เช่น กลุ่มท่องเที่ยว MINT- CENTEL- ERW กลุ่มสายการบิน เช่น AAV- AOT กลุ่มบันเทิง เช่น MAJOR กลุ่มพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ และค้าปลีก เช่น CPN -CRC- CPALL -BJC และ SPVI ด้านกลุ่มร้านอาหาร เช่น M AU 

            *** บล.เคทีบีเอสที ชี้หยุดการระบาด หนุนตลาดกว่าแผนกระจายวัคซีน

            นายมงคล พ่วงเภตรา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ ฝ่ายกลยุทธ์ลงทุนสัมพันธ์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) เคทีบีเอสที ประเมินว่า หลังจากภาครัฐมีแผนการกระจายและการฉีดวัคซีนออกมาล่าสุด น่าจะส่งผลดีกับกับหุ้นกลุ่มโรงพยาบาล และกลุ่มโรงแรม ที่ลงมาค่อนข้างมาก 

            อย่างไรก็ตาม ให้น้ำหนักกับการควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไวรัสโควิด-19 มากกว่า เนื่องจากปัจจุบันไทยยังไม่สามารถควบคุมการระบาดได้ หากเห็นตัวเลขผู้ติดเชื้อลดลง จะมีผลบวกต่อภาพรวมของตลาด เพราะอิงต่อเศรษฐกิจโดยตรง 
    
            *** มองหุ้นยังเคลื่อนไหวกรอบ 1,530-1,570 จุด 

            นายมงคล กล่าวว่า สำหรับแนวโน้มตลาดหุ้นไทยในรอบสัปดาห์นี้ (24-28 พ.ค.) ประเมินว่า ตลาดยังคงเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ จนกว่าตัวเลขผู้ติดเชื้อจะต่ำกว่า 2,000 คนต่อวันอย่างถาวร ซึ่งถือว่าเป็นตัวแปรสำคัญ ขณะที่นักลงทุนยังกังวลกับปัจจัยต่างประเทศ ทั้งในเรื่องของอัตราเงินเฟ้อ ราคาสินค้าโภคภัณฑ์ และเรื่องของดอกเบี้ย ส่งผลให้ตลาดหุ้นในต่างประเทศยังไม่ค่อยดีนัก เห็นได้จากแรงซื้อยังไม่กลับเข้ามาในตลาดหุ้นทั่วโลก ขณะที่ตลาดเอเชียยังเป็นไหลออก 

            “สิ่งที่ต้องติดตามคือ ตัวเลขของผู้ติดเชื้อ ถ้ายิ่งลดลงมากจะเป็นบวกต่อตลาด และเรื่องการส่งสัญญาณจากเฟด ในการลด QE แม้การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ จะเกิดขึ้นในวันที่ 15-16 มิ.ย. นี้ แต่คิดว่าเจ้าหน้าที่ระดับสูงจะทยอยออกมาพูดเป็นระยะ ซึ่งจะมีผลต่อตลาดในแต่ละวันด้วย และทิศทางราคาน้ำมัน รวมถึงหลังจากช่วงงบของบริษัทออก จะเป็นช่วงการพบปะนักลงทุน (Opportunity Day) มีผลกับหุ้นรายตัวด้วย”นายมงคล กล่าว

            สำหรับกรอบดัชนีหุ้นไทยในรอบสัปดาห์หน้า แนวรับที่ 1,530 จุด และแนวต้าน 1,570 จุด 
 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด