ข่าวนี้ที่ 1

"แอสเซทไวส์ (ASW)" เคาะราคาไอพีโอ 9.82 บ. พร้อมเข้าเทรด 28 เม.ย.นี้

    "บมจ.แอสเซทไวส์ (ASW)" หนึ่งผู้ประกอบการอสังหาฯ ชั้นนำของไทย เคาะขายไอพีโอหุ้นละ 9.82 บ. มี discount ถึง 23% เตรียมเปิดจอง 19 – 21 เม.ย.นี้ พร้อมเดินหน้าเข้าเทรดใน SET  28 เม.ย.64 ระดมทุนชำระหนี้-ซื้อที่ดินเพื่อรองรับโครงการใหม่ มั่นใจกำไรปีนี้โตต่อเนื่องไม่หวั่นโควิด 

 

***ASW เคาะขายไอพีโอหุ้นละ 9.82 บาท

    นางยอดฤดี สันตติกุล รองกรรมการผู้อำนวยการ หัวหน้าสายงานตลาดทุน บริษัทหลักทรัพย์ เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายหุ้นสามัญของบริษัท แอสเซทไวส์ จำกัด (มหาชน) หรือ ASW เปิดเผยว่าบริษัทได้กำหนดราคาเสนอขายหุ้นสามัญให้กับประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวน 206 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้(พาร์) หุ้นละ 1.00 บาท ในราคาหุ้นละ 9.82 บาท คิดเป็นอัตราส่วนราคาต่อกำไรสุทธิต่อหุ้น (P/E ratio) เท่ากับ 8.54 เท่า (Post-IPO Dilution) ซึ่งถือเป็นระดับราคาที่เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานของบริษัทฯ

 

***ชูส่วนลดสูงถึง 23% หวังดึงดูดนลท.จองซื้อหุ้น

    ทั้งนี้ราคาที่เสนอขายมีส่วนลด (discount) สูงถึง 23% ซึ่งคิดเป็นอัตราดิสเคาท์ที่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน แม้จะมีการกำหนดราคาขายไอพีโอตั้งแต่สัปดาห์ที่แล้วก่อนการแพร่ระบาดของโควิด-19 ระลอกใหม่จะมา แต่อย่างไรก็ตามระดับดิสเคาท์ที่ให้ไว้ก็รองรับสถานการณ์ไว้แล้ว และน่าจะดึงดูดนักลงทุนให้เข้ามาจองซื้อหุ้นไอพีโอได้

    "การกำหนดราคาไอพีโอที่ 9.82 บาท/หุ้น คิดเป็น PE ที่ 8.5 เท่า คำนวณจากผลประกอบการปี 63 เทียบกับ P/E ของกลุ่มอุตสาหกรรมที่ 11 เท่า คิดเป็นส่วนลดให้กับนักลงทุนประมาณ 23% ซึ่งถือว่าเป็นราคาที่เหมาะสมและสอดคล้องกับปัจจัยพื้นฐาน ซึ่ง ASW เป็นหุ้นที่น่าลงทุนเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะหลังจากที่โรดโชว์ไปแล้ว นักลงทุนมีความเข้าใจธุรกิจและทราบถึงแนวโน้มการดำเนินงานในอนาคต ซึ่งมีศักยภาพที่จะเติบโตได้อีกมาก ทำให้ได้รับความสนใจอย่างคึกคัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งสำหรับนักลงทุนสถาบันซึ่งได้ bookbuild เกินยอดที่จัดสรรไปประมาณ 6 เท่า" นางยอดฤดี กล่าว

 

***เปิดวันจองซื้อหุ้น 19 – 21 เม.ย.นี้ พร้อมเทรด 28 เม.ย.64

    บริษัทจะเปิดให้จองซื้อหุ้นไอพีโอ ASW ระหว่างวันที่ 19 – 21 เม.ย.นี้ โดยมีผู้ร่วมจัดจำหน่ายและรับประกันการจำหน่ายอีก 4 แห่ง ประกอบด้วย บริษัทหลักทรัพย์ กรุงศรี จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด(มหาชน) และบริษัทหลักทรัพย์ ยูโอบี เคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) และคาดว่าสามารถเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET) ในหมวดพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ได้ภายในวันที่ 28 เม.ย.64

    ขณะที่สัดส่วนการเสนอขายหุ้นในครั้งนี้ แบ่งเป็นขายผู้มีอุปการคุณ 25% สถาบัน 10% ลูกค้ารายย่อย 65%

 

*** ลั่นผลตอบแทนดี - โชว์ Backlog กว่า 7.8 พันลบ.

    นางศิริพร เหล่ารัตนกุล ผู้ช่วยกรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ที่ปรึกษา เอเซีย พลัส จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินกล่าวว่า บมจ.แอสเซทไวส์ (ASW) เป็นบริษัทที่มีความสามารถในการพัฒนาโครงการที่ตรงความต้องการลูกค้า มีความโดดเด่นในด้านทำเลที่ตั้ง มีแบรนด์ที่มีลักษณะเฉพาะตัวเพื่อเข้าถึงกลุ่มลูกค้าเป้าหมาย ขณะที่ความสามารถในการทำกำไรสูงเมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมเดียวกัน โดยมีอัตรากำไรขั้นต้น (Gross Profit Margin) ปีที่ผ่านมาอยู่ในระดับสูงกว่า 40% จากการบริหารต้นทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพ ภายใต้ประสบการณ์การดำเนินธุรกิจมายาวนาน

    "เชื่อมั่นว่า ASW จะเป็นหุ้นที่สามารถสร้างความประทับใจให้กับผู้ลงทุน เนื่องจากมีการเติบโตต่อเนื่อง โดย ณ สิ้นปีที่แล้วมี Backlog รอโอนกว่า 7,800 ล้านบาท ซึ่งจะทยอยรับรู้รายได้ในปีนี้ไปจนถึงปี 66” นางศิริพร กล่าว

 

*** ระดมทุนไปชำระคืนเงินกู้-ซื้อที่ดิน

    นายกรมเชษฐ์ วิพันธ์พงษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.แอสเซทไวส์ (ASW) กล่าวว่า บริษัทฯ จะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ไปใช้ในการพัฒนาโครงการ ชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน และเป็นเงินทุนหมุนเวียนของบริษัทฯ ซึ่งจะครอบคลุมถึงการเปิดตัวโครงการใหม่ และการซื้อที่ดินเพื่อรองรับแผนการเปิดโครงการใหม่เพิ่มเติมในอนาคต โดยในปีนี้บริษัทเตรียมเปิดโครงการใหม่อีก 6 โครงการ มูลค่า 10,850 ล้านบาท

    “หลังการเข้าระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ฯจะทำให้สถานะทางการเงินของบริษัทมีความแข็งแกร่งมากขึ้น ต้นทุนทางการเงินลดลง ยกระดับชื่อเสียงให้เป็นที่รู้จักและยอมรับในระดับประเทศ เพิ่มโอกาสการเติบโตในอนาคต และมั่นใจว่าจะสามารถสร้างผลตอบแทนที่ดีให้กับนักลงทุนในระยะยาวอย่างต่อเนื่องได้” นายกรมเชษฐ์ กล่าว

 

***ไม่หวั่นโควิด เชื่อกำไรปีนี้ยังโตต่อเนื่อง

    มองว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 รอบใหม่นี้ไม่น่ากังวล เพราะบริษัทผ่านประสบการณ์มาแล้ว 2 รอบ ซึ่งแม้ปีที่ผ่านมาจะมีสถานการณ์โควิด-19 แต่บริษัทก็ยังทำผลประกอบการดีเยี่ยมคือมีกำไรสุทธิกว่า 871 ล้านบาท หรือคิดเป็นอัตรากำไรสุทธิที่ระดับ 20% และปีนี้ก็คิดว่าจะทำได้ดีต่อเนื่อง เพราะเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้จะนำใช้ชำระหนี้ธนาคารประมาณ 40% เพื่อลดดอกเบี้ย และอีกส่วนประมาณ 50%ใช้สำหรับดำเนินธุรกิจ

    บริษัทค่อยๆโตอย่างมั่นคง ปีนี้จะพยายามรักษาอัตราการทำกำไรระดับสูงไว้ เพื่อทำผลประกอบการให้เติบโตต่อเนื่อง โดยปัจจุบัน ASW มีโครงการในมือทั้งหมด 33 โครงการ มูลค่า 30,420 ล้านบาท แบ่งเป็น โครงการแล้วเสร็จ 25 โครงการมูลค่า 19,043 ล้านบาท , โครงการอยู่ระหว่างการก่อสร้างและเปิดขาย 8 โครงการ มูลค่า 11,377 ล้านบาท และมีอีก 11 โครงการ มูลค่ารวม 21,202 ล้านบาท ซึ่งเป็นโครงการในอนาคตที่จะเปิดขายและพัฒนาในช่วง 4-5 ปีข้างหน้า
    







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด