ข่าวนี้ที่ 1

SVT ลั่นเทรดวันแรกคึกคัก โบรกฯให้เป้าสูงสุด 3.50 บ./หุ้น

SVT ลั่นเทรดวันแรกคึกคัก โบรกฯให้เป้าสูงสุด 3.50 บ./หุ้น

   "ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี(SVT)" พร้อมเข้าเทรดใน SET วันแรก(5 ต.ค.) ที่ปรึกษาฯมั่นใจนักลงทุนให้การตอบรับดี เหตุเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ เตรียมนำเงินระดมทุนขยายตู้อัตโนมัติแตะ 2 หมื่นเครื่อง ภายในปี 66 ด้านโบรกฯให้ราคาเหมาะสมสูงสุด 3.50 บาท/หุ้น

 

*** ตลท.รับ SVT เข้าเทรดวันแรกใน SET 

    นายแมนพงศ์ เสนาณรงค์ รองผู้จัดการ หัวหน้าสายงานผู้ออกหลักทรัพย์ ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า ตลท.ได้รับหลักทรัพย์ บมจ. ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี เข้าจดทะเบียนและเริ่มซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ ในกลุ่มบริการ หมวดพาณิชย์ โดยใช้ชื่อย่อในการซื้อขายหลักทรัพย์ว่า “SVT” ในวันที่ 5 ต.ค.นี้ 

    ทั้งนี้ SVT เป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ภายใต้เครื่องหมายการค้า “SUNVENDING” โดยจำหน่ายสินค้าต่างๆ ทั้งเครื่องดื่ม ขนมขบเคี้ยวและขนมปังเบเกอรี่ บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป และสินค้าอุปโภคบริโภคอื่นๆผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ โดยสัดส่วนของทำเลที่ตั้งประมาณ 70% อยู่ในพื้นที่โรงงาน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในจังหวัดระยอง ชลบุรี และอยุธยา

    โดยบริษัทได้เสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน 200 ล้านหุ้น ให้กับประชาชนทั่วไปครั้งแรก (IPO) ในระหว่างวันที่ 22-23 และ 27 ก.ย.64 ในราคาหุ้นละ 2.54 บาท คิดเป็นมูลค่าระดมทุน 508 ล้านบาท และมีมูลค่าหลักทรัพย์ ณ ราคา IPO ที่ระดับ 1,778 ล้านบาท 

    โดย SVT มีผู้ถือหุ้นใหญ่ 2 ลำดับแรกหลัง IPO ได้แก่ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ ถือหุ้นรวม 44.02% และกลุ่มโชควัฒนา ถือหุ้นรวม 23.08% ของทุนจดทะเบียนชำระแล้ว

 

*** เล็งนำเงินไอพีโอขยายตู้จำหน่ายสินค้าอัตโนมัติฯ

    นางอาภัสรา ภาณุพัฒนา กรรมการผู้อำนวยการ บริษัท ซันเวนดิ้ง เทคโนโลยี จำกัด (มหาชน) หรือ SVT เปิดเผยว่าบริษัทเป็นผู้นำธุรกิจค้าปลีกผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (VM) ที่นำเทคโนโลยีเข้ามาเสริมความแข็งแกร่งให้ธุรกิจและถือเป็นบริษัทที่ประกอบธุรกิจหลักจำหน่ายสินค้าผ่าน (VM) รายแรกที่เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (SET)

    โดยจุดเด่นของบริษัทคือมีประสบการณ์ความเชี่ยวชาญมายาวนานกว่า 20 ปี โดยมีโรงงานผลิตประกอบเป็นของตนเอง และมีเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ ติดตั้งให้บริการมากกว่า 13,884 เครื่อง ครอบคลุมพื้นที่ให้บริการ 26 จังหวัด ผ่านศูนย์กระจายสินค้าและดูแลรักษาเครื่อง VM รวม 11 สาขา ทำให้บริษัทมีสินค้าให้บริการถึงประมาณ 700 รายการและมีแผนการที่จะขยายสาขาเพิ่มเติมอีก 3 สาขาในภาคเหนือ,ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคใต้ตามลำดับ รวมถึงบริษัทมีเป้าหมายที่จะติดตั้งให้บริการเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติให้ครบ 20,000 เครื่องภายในปี 66

 

*** FA มั่นใจจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน

    นายวิชา โตมานะ กรรมการผู้จัดการ สายงานวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินและผู้จัดการการจัดจำหน่ายและรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน เปิดเผยว่าธุรกิจของ SVT มีความโดดเด่นในด้านธุรกิจค้าปลีกผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ โดยมีความเป็นผู้นำด้านธุรกิจค้าปลีกผ่านเครื่องจำหน่ายสินค้าอัตโนมัติ (VM) ซึ่งเป็นการค้าปลีกในรูปแบบใหม่ที่นำเทคโนโลยีมาต่อยอดในการบริหารจัดการสินค้าและการรับชำระเงินในรูปแบบไร้เงินสด (Cashless payment) ผ่านช่องทาง Application ต่างๆ ทำให้คาดว่าหุ้น SVT จะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน

 

***  5 โบรกฯ ให้เป้า 3.1-3.50 บ./หุ้น 

    บทวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ฟิลลิป (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) คาดว่า ผลประกอบการปี 64 ของ SVT  เจอแรงกดดันจากการระบาดของโควิด-19 ในวงกว้าง แต่ความพยายามปรับธุรกิจทำให้รายได้รวมและกำไรสุทธิแตะที่ 1,950 ล้านบาท และ 70 ล้านบาท +10.3% และ +26.3% จากปีก่อน ขณะรายได้รวมในปี 65 และ 66 คาดฟื้นตัวดีขึ้นที่ราว 25.0% ต่อปี และมีกำไรอยู่ที่ 114 ล้านบาท และ 161 ล้านบาท +63.2% และ +41.0% จากปีก่อน พร้อมให้ราคาเป้าหมายปี 65 อยู่ที่ 3.33 บาท อิงระดับ P/E ที่ 20.4 เท่า

    ขณะที่บล.กรุงศรี จำกัด (มหาชน) ระบุประเมินมูลค่าเหมาะสมสิ้นปี 64 ไว้ที่ระดับ 3.10 บาท โดยมีมุมมองว่า P/E fwd ดูน่าสนใจ อิง 22 เท่าในปี 65 ซึ่งถูกกว่าค่าเฉลี่ยธุรกิจค้าปลีกที่ที่ขายสินค้าประเภทใกล้เคียงกันเฉลี่ยยอดหลัง 5 ปีที่ระดับ 25-30 เท่า (ช่วงปี 58-62) โดยคาดว่ากำไรสุทธิของบริษัทจะเติบโตเฉลี่ย (CAGR) ที่ระดับ 39% ใน 3 ปีข้างหน้า ซึ่งมีแรงหนุนโดยการขยายจำนวนตู้ที่วางเป้าไว้กว่า 20,000  ตู้ หรือเพิ่มขึ้นกว่า 50%ภายในปี 66

    ส่วนบล.อาร์เอชบี (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ให้มูลค่าหุ้นที่ 3.39 บาท โดยคาดว่าในปี 65 กําไรสุทธิและกําไรต่อหุ้นจะเติบโตได้ 58% เทียบกับปีนี้ บนสาระสําคัญคือการทยอยเปิดประเทศและกําลังซื้อกลับมาฟื้นตัวได้เกือบเต็มที

    ด้านบล.ยูโอบีเคย์เฮียน (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน ) ประเมินมูลค่าพื้นฐานที่ 3.20 บาท อิงวิธี PE ที่ 22 เท่า โดยคาดกำไรสุทธิปี 65-66 เติบโต 78% และ 25% ตามลำดับ จากการสถานการณ์โควิด-19 ที่คาดคลี่คลายลงและแรงสนับสนุนจากเครื่องจำหน่ายสินค้าแบบ smart ที่จะช่วยตอบสนองวิถี new normal ในอนาคต

    ฟากบล.โนมูระ พัฒนสิน จำกัด (มหาชน) ประเมินมูลค่าพื้นฐานของ SVT ที่ 3.50 บาท/หุ้น ด้วยวิธี DCF (ใช้อัตราคิดลด 10%) โดยมองว่าความน่าสนใจของ SVT อยู่ที่การเป็นผู้นำในธุรกิจขายสินค้าผ่านตู้อัตโนมัติครบวงจร มีโรงงานปรับปรุงเป็นของบริษัทเอง และมีประสบการณ์ในธุรกิจมากกว่า 20 ปี ซึ่งทิศทางธุรกิจยังมีโอกาสเติบโตสูง จึงคาดกำไรสุทธิปี 64-66 จะโตสูงราว 43% เด่นกว่าภาพรวมกลุ่มค้าปลีกโตเพียง 20%







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด