ข่าวนี้ที่ 1

กูรูคาด Q4/63 แบงก์โชว์กำไร 2.7 หมื่นลบ. BBL ฟื้นชัดสุด

กูรูคาด Q4/63 แบงก์โชว์กำไร 2.7 หมื่นลบ. BBL ฟื้นชัดสุด

    โบรกฯคาดงบกลุ่มแบงก์ Q4/63 มีกำไร 2.5-2.74 หมื่นลบ. ฟื้นตัวเมื่อเทียบไตรมาสก่อนหน้า ระบุ BBL- KBANK และ KTB ผลงานฟื้นตัวดีสุด หลังตั้งสำรองลดลง รายได้ค่าธรรมเนียมฟื้น เชื่อทั้งกลุ่มผ่านจุดต่ำสุดไปแล้ว แนวโน้มปี 64 ดีขึ้นต่อเนื่อง แต่โควิด-19 ระบาดรอบ 2 อาจทำให้ฟื้นตัวล่าช้าไป 3 เดือน 

*** ซีจีเอสฯ คาดกำไรกลุ่มแบงก์ Q4/63 ประมาณ 2.5 หมื่นลบ. 
  
    บริษัทหลักทรัพย์(บล.) ซีจีเอส-ซีไอเอ็มบี (ประเทศไทย) จำกัด หรือ CGS-CIMB เปิดเผยว่า ผลประกอบการกลุ่มธนาคารในไตรมาส 4/63 คาดว่าจะมีกำไรสุทธิรวม 2.5 หมื่นล้านบาท ลดลง 28% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน แต่เพิ่มขึ้น 9% เมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า โดยเชื่อว่าสถานการณ์เลวร้ายสุดได้ผ่านไปแล้ว เนื่องจากธนาคารส่วนใหญ่ได้ตั้งสำรองในลักษณะเชิงป้องกัน (pre-emptive provisioning) ไว้ตั้งแต่งวด 9 เดือนแรกปี 63 

    ทั้งนี้ หุ้นในกลุ่มที่ทำการศึกษาจะมีเพียง BBL, SCB, และ TISCO เท่านั้นที่มีกำไรก่อนตั้งสำรอง (PPOP) ฟื้นตัวในไตรมาส 4/63 เทียบไตรมาสก่อนหน้า เพราะผลประกอบการไตรมาส 3/63 ของ BBL ถูกกดดันจากการควบรวมกิจการสาขาในอินโดนีเซีย ส่วน SCB และ TISCO น่าจะได้ประโยชน์จากรายได้ค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น นำโดยค่าธรรมการบริหารจัดการกองทุน 

    ขณะเดียวกัน BBL, KBANK และ KTB น่าจะมีกำไรสุทธิเติบโตสูงที่สุดในไตรมาส 4/63 ตามลำดับ ซึ่งเป็นผลมาจากการตั้งสำรองที่ลดลง เพราะธนาคารเหล่านี้ตั้งสำรองเชิงรุกสูงในงวด 9 เดือนแรกปี 63 

    ยังแนะนำ Overweight กลุ่มธนาคาร โดยมองว่าปัจจัยลบระยะสั้นจากการพบการระบาดของโควิด -19 ในไทยจะถูกหักล้างด้วยปัจจัยพื้นฐานที่ดีขึ้นในครึ่งแรกปี 64 เมื่อส่วนต่างอัตราดอกเบี้ย (NIM) ที่หดตัว และอัตราการสำรองหนี้สูญสูงเริ่มเปลี่ยนไปในทิศทางตรงข้ามในปี 64 

    โดยให้ KBANK เป็น top pick มีราคาเป้าหมาย 122 บาท และยังแนะนำซื้อเก็งกำไร หุ้นกลุ่มธนาคารอย่าง BBL, KBANK, KKP, SCB, TISCO ,TMB 

CGS-CIMB คาดกำไรหุ้นกลุ่มแบงก์
วันที่
ประกาศ
หุ้น คาดกำไร
Q4/63 (ลบ.)
เปลี่ยนแปลง
%
คาดกำไร
ปี63 (ลบ.)
เปลี่ยนแปลง
%
QoQ YoY
14 ม.ค.  TISCO 1,653 2.6 -11.4 6,080 -16.36
20 ม.ค.  KKP 991 -26.4 -41 5,006 -16.39
20 ม.ค.  SCB 4,823 3.9 -12.4 27,075 -33.04
20 ม.ค.  TMB 1,623 0.2 0.5 10,500 45.38
21 ม.ค.  BBL 4,755 18.4 -40.6 19,537 -45.45
21 ม.ค.  KBANK 7,251 8.6 -17.6 23,479 -39.37
21 ม.ค.  KTB 3,285 7.5 -56 16,564 -43.43
  รวม 24,381     108,241  

*** หยวนต้า มอง Q4/63 กลุ่มแบงก์มีกำไร 2.74 หมื่นลบ.  

    ด้านบล.หยวนต้า (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า กลุ่มแบงก์จะรายงานกำไรงวด Q4/63 จำนวน 2.74 หมื่นลบ. แม้ภาพรวมผลดำเนินงานจะปรับตัวลง 21.4% เทียบช่วงเดียวกันปีก่อน จากผลกระทบของรายได้ดอกเบี้ยรับที่ต่ำลงตามทิศทางของดอกเบี้ยนโยบายที่ปรับลดลงกว่า 5 ครั้ง นับตั้งแต่ไตรมาส3/62 กดดัน Asset Yield ให้ต่ำลง บวกกับระดับการตั้งสำรองที่เร่งตัวขึ้นเพื่อรองรับความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ จากการแพร่ระบาดของ COVID-19 แต่ยังเห็นพัฒนาการที่ดีขึ้นจาก 3Q63 

    โดยกำไรไตรมาส 4/63 ที่ 2.74 หมื่นลบ. โตขึ้น 19.6% เทียบไตรมาสก่อนหน้า มีปัจจัยหนุนด้วย 1. รายได้ที่ไม่ใช่ดอกเบี้ยคาดขยับขึ้นจากไตรมาสก่อนหน้า ทั้งในส่วนของรายได้ค่าธรรมเนียมบัตรเครดิต ค่าธรรมเนียมนายหน้าประกันภัย และค่าธรรมเนียมขายหน่วยลงทุน ที่เข้าสู่ช่วง High Season บวกกับกิจกรรมผ่านสาขาเริ่มฟื้นตัวขึ้น นอกจากนี้คาดแบงก์ต่างๆ จะมีการบันทึกกำไรจากการตีมูลค่าเงินลงทุนผ่านงบกำไรขาดทุนในส่วนของตราสารทุนและตราสารหนี้ที่ได้แรงหนุนจากกระแสเงินต่างๆ ชาติที่ไหลเข้าในช่วงที่ผ่านมาทำให้มูลค่าเงินลงทุนปรับเพิ่มขึ้น 

    2. พอร์ตสินเชื่อขยายตัวแม้ลูกหนี้ภายใต้โครงการพักชำระหนี้เริ่มครบกำหนดมาตรการและเริ่มกลับมาทยอยชำระคืนเงินตามปกติ สะท้อนถึงกิจกรรมการให้สินเชื่อใหม่ที่ปรับตัวดีขึ้น โดยเฉพาะในหมวดสินเชื่อบ้าน, สินเชื่อเช่าซื้อยานยนต์ และสินเชื่อเสริมสภาพคล่อง และ 3. คาดค่าใช้จ่ายการตั้งสำรองในภาพรวมเริ่มปรับตัวลง เนื่องจากทั้ง 7 แบงก์ผ่านการตั้งสำรองก้อนใหญ่ไปแล้ว ขณะที่ทิศทางของ NPL ในไตรมาส4/63 คาดเพิ่มขึ้นแบบค่อยเป็นค่อยไป ทำให้คาดจะเห็นการชะลอตัวของ Credit Cost ลงเมื่อเทียบกับ 2 ไตรมาสที่ผ่านมา  

หยวนต้าคาดกำไรหุ้นกลุ่มแบงก์ 
หุ้น คาดกำไร
Q4/63 (ลบ.)
เปลี่ยนแปลง % คาดกำไร
ปี63 (ลบ.)
เปลี่ยนแปลง
%
YoY QoQ
SCB 5,918 7.5 27.5 28,170 -43.54
KBANK 6,826 -22.4 2.2 23,055 -67.97
KTB 4,106 -44.9 34.3 17,074 -41.69
BBL 5,531 -30.9 37.7 20,314 -43.28
TMB 2,003 24 23.7 10,881 50.66
TISCO 1,673 -10.3 3.8 6,102 -16.06
KKP 1,414 -15.8 5 5,429 -9.33
รวม 27,471     111,025  

*** เคจีไอ มองโควิด-19 ระบาดรอบ 2 ทำแบงก์ฟื้นช้าไป 3 เดือน 

    บล. เคจีไอ (ประเทศไทย) เปิดเผยว่า แม้ว่าการติดเชื้อ COVID-19 รอบที่สองทำให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจ คาดว่าจะไม่ล็อกดาวน์ทั่วประเทศ แต่จะเกิดขึ้นเพียงบางส่วนในพื้นที่ที่มีการระบาดรุนแรง ทำให้สถานการณ์โดยรวมสามารถจัดการได้ภายในไตรมาส 1/64 ดังนั้นการฟื้นตัวในการดำเนินงานของธนาคารอาจล่าช้าประมาณสามเดือน โดยธนาคารกสิกรไทย และธนาคารกรุงไทย มีความเสี่ยงจากโครงการปลดหนี้ ดังนั้นจึงคาดว่าจะมีความผันผวนและมีความเสี่ยงด้านคุณภาพสินทรัพย์มากกว่าตัวอื่น

    ซึ่งจากผลกระทบจากการระบาดที่ยังดำเนินต่อไปอีก 3 เดือน น่าจะกดดัน ROE ในไตรมาส 1/64 เหมือนในครึ่งปีแรกปี 63 ที่ประมาณ 5% และเพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 5-6% อย่างไรก็ตาม การชั่งน้ำหนักปัจจัยลบจากการระบาดโควิด และปัจจัยบวกที่อาจเกิดขึ้นจากวัคซีนที่เร็วกว่าคาด การลงทุนใหม่ในภาวะปกติหลังจาก COVID-19 และการกระตุ้นจากภาครัฐเราเห็นข้อเสียที่ จำกัด สำหรับธนาคารขนาดใหญ่มี PBV ที่ 0.5 เท่า

    โดยแนวโน้มของธนาคารในปัจจุบันมีความท้าทายในระยะสั้น ซึ่งในด้านบวกเป็นผลมาจากการที่ธนาคารได้รับผลประโยชน์จากตลาดทุนและตลาดตราสารหนี้ซึ่งช่วยสร้างแรงกดดันในด้านค่าใช้จ่าย นอกจากนี้เรายังให้ความสำคัญกับความเสี่ยงระยะสั้นโดยเฉพาะในการเลือกหุ้นโดยเฉพาะหุ้น 3 ตัวสำคัญอย่าง BBL , TMB และ KKP 

    ซึ่งหุ้น BBL มีความเสี่ยงน้อยกว่าสำหรับผู้กู้ที่ปัญหาเนื่องจากมีเงินสำรองจำนวนมากที่ใช้จัดการกับความเสี่ยงในระยะสั้น ขณะที่การลงทุนในหุ้นของ TMB  จะได้รับผลประโยชน์จากการประหยัดต้นทุนในการดำเนินงาน และการลงทุนในหุ้น KKP จะได้รับผลประโยชน์ที่เพิ่มขึ้นในด้านการลงทุน และการจัดการสินทรัพย์

KGI คาดกำไรหุ้นกลุ่มแบงก์
หุ้น คาดกำไรปี63 คาดกำไร
ปี 64 (ลบ.) 
ราคา
เป้าหมาย (บ.)
(ลบ.) YOY(%)
BBL 20,362 -43 28,197 160
KBANK 17,007 -56 19,997 130
KKP 5,170 -14 6,227 68
KTB 15,202 -48 15,374 13.2
SCB 28,401 -30 31,103 100
TISCO 6,314 -13 6,416 94
TMB 10,204 41 13,991 1.53
รวม 102,660   121,305  






ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด