สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 28 ธันวาคม 2560 | 18:08

ITD-STEC-UNIQ คว้างานรถไฟทางคู่ 6.9 หมื่นลบ.

ITD-STEC-UNIQ คว้างานรถไฟทางคู่ 6.9 หมื่นลบ.

"ITD-STEC-UNIQ"  ทำสัญญาแบ่งเค้กรับงานก่อสร้างรถไฟทางคู่ การรถไฟแห่งประเทศไทย ส่งท้ายปี 60 จากทั้งหมด 5 เส้นทาง มูลค่ารวม 6.9 หมื่นล้านบาท พร้อมเดินหน้าแผนก่อสร้างรถไฟทางคู่ต่อเนื่อง  ด้าน "สมคิด จาตุศรีพิทักษ์" สั่งทบทวนแผนสร้างรถไฟทางคู่ เฟส 2 รวม 9 เส้นทาง เน้นเส้นทางจากเมืองใหญ่เข้าเมืองรอง  คาดนำร่องเส้นทางรถไฟ จ.สุโขทัย เชื่อมไปยังอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย  ครอบคลุมพื้นที่โบราณสถาน อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย  ขณะที่โบรกเกอร์ มองปี 61 หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง กลับมาร้อนแรง รับงานก่อสร้างภาครัฐที่เพิ่มขึ้น

***ITD-STEC-UNIQ"  รับงานสร้างรถไฟทางคู่ 
      การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ได้สัญญาจ้างก่อสร้างโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ระยะเร่งด่วน 5 เส้นทาง ระหว่าง การรถไฟแห่งประเทศไทย  กับ บริษัทผู้รับจ้างที่ผ่านการคัดเลือกด้านราคาทั้ง 9 สัญญา  ประกอบด้วย ช่วงลพบุรี – ปากน้ำโพ ช่วงมาบกะเบา – ชุมทางถนนจิระ ช่วงนครปฐม – หัวหิน ช่วงหัวหิน – ประจวบคีรีขันธ์ และ ช่วงประจวบคีรีขันธ์ – ชุมพร รวมระยะทาง 702 กิโลเมตร  มูลค่าการก่อสร้างทั้งสิ้น รวม 69,531 ล้านบาท ประกอบด้วย
    1. โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงมาบกะเบา – ชุมทางถนนจิระ ระยะทาง 136 กิโลเมตร แบ่งออกเป็น สัญญาที่ 1 ช่วงมาบกะเบา – คลองขนานจิตร วงเงิน 7,560 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 48 เดือน และสัญญาที่ 3 งานอุโมงค์รถไฟ วงเงิน 9,290 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 42 เดือน โดยมีบริษัทอิตาเลี่ยนไทย ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD และ กิจการร่วมค้า ไอทีดี-อาร์ที เป็นผู้รับจ้างสัญญางานก่อสร้าง 
    2. โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงประจวบคีรีขันธ์ – ชุมพร ระยะทาง 168 กิโลเมตร แบ่งออกเป็น สัญญาที่ 1 ช่วงประจวบคีรีขันธ์ – บางสะพานน้อย วงเงิน 6,465 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 33 เดือน  และสัญญาที่ 2 ช่วงบางสะพานน้อย – ชุมพร     5,992 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 36 เดือน โดยมีกิจการร่วมค้า เคเอส - ซี และ กิจการร่วมค้า เอสทีทีพี เป็นผู้รับจ้างสัญญางานก่อสร้าง  
    3. โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงนครปฐม – หัวหิน ระยะทาง 169 กิโลเมตร แบ่งออกเป็น สัญญาที่ 1  ช่วงนครปฐม – หนองปลาไหล วงเงิน 8,198 ล้านบาท  ระยะเวลาก่อสร้าง 36 เดือน และสัญญาที่ 2  ช่วงหนองปลาไหล – หัวหิน วงเงิน 7,520 ล้านบาท  ระยะเวลาก่อสร้าง 36 เดือน โดยมีบริษัท เอ เอส แอสโซซิเอส เอนยิเนียริ่ง 1964 จำกัด และ บริษัท ชิโน-ไทย เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน)  หรือ STEC เป็นผู้รับจ้างสัญญางานก่อสร้าง 
    4. โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงลพบุรี – ปากน้ำโพ ระยะทาง 145 กิโลเมตร แบ่งออกเป็น สัญญาที่ 1 ช่วงบ้านกลับ – โคกกระเทียม วงเงิน 10,050 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 48 เดือน และสัญญาที่ 2 ท่าแค – ปากน้ำโพ วงเงิน 8,649 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 36 เดือน โดยมีกิจการร่วมค้า ยูเอ็น-เอสเอช และ บริษัท ยูนิค เอ็นจิเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ UNIQ เป็นผู้รับจ้างสัญญางานก่อสร้าง 
    5. โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงหัวหิน – ประจวบคีรีขันธ์ ระยะทาง 84 กิโลเมตร วงเงิน 5,807 ล้านบาท ระยะเวลาก่อสร้าง 30 เดือน โดยมีบริษัท อิตาเลี่ยนไทย ดีเวลลอปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD เป็นผู้รับจ้างสัญญา งานก่อสร้าง

***STEC รับงานมูลค่า 1.3 หมื่นลบ.
    บริษัท ซิโน-ไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ STEC แจ้งรับงานก่อสร้างโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงนครปฐม - หัวหิน และ ช่วงประจวบคีรีขันธ์ - ชุมพร มูลค่ารวมกว่า 13,512 ล้าน ประกอบด้วย   โครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงนครปฐม - หัวหิน สัญญาที่ 2 (ช่วงหนองปลาไหล - หัวหิน) มูลค่า 7,520 ล้านบาท (รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม) เป็นงานก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ขนาด 1.0 ม. เพิ่ม 1 ทาง ระยะทางรวม 76 กิโลเมตร,อาคารสถานี, สะพานรถไฟ, สะพานรถยนต์ข้ามทางรถไฟ, ถนนกลับรถรูปตัวยู, ถนนลอดใต้สะพานทางรถไฟ
     และโครงการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ช่วงประจวบคีรีขันธ์ - ชุมพร สัญญาที่ 2 (ช่วงบางสะพานน้อย - ชุมพร) มูลค่า 5,992 ล้านบาท  เป็นงานก่อสร้างทางรถไฟทางคู่ขนาด 1.0 ม. เพิ่ม 1 ทาง ระยะทางรวม 80 กิโลเมตร,ย่านกองเก็บ และขนถ่ายตู้สินค้า, อาคารสถานี, สะพานรถไฟ, สะพานรถยนต์ข้ามทางรถไฟ, ถนนกลับรถ,รูปตัวยู, ถนนลอดใต้สะพานทางรถไฟ 

*** ITD สนใจประมูลรถไฟทางคู่เฟส 2-ไฮสปีดเทรน 
    นายเปรมชัย กรรณสูต ประธานบริหาร บริษัท อิตาเลียนไทย ดีเวล๊อปเมนต์ จำกัด (มหาชน) หรือ ITD กล่าวว่า บริษัทมีความสนใจที่จเข้าร่วมประมูลโครงการรถไฟทางคู่เฟสที่ 2 ที่การรถไฟแห่งประเทศไทย จะดำเนินการในปี 2561  รวมทั้งยังสนใจเข้าร่วมประมูลงานโยธา โครงการรถไฟความเร็วสูงไทย-จีน  เส้นทาง กทม-โคราช วงเงินก่อสร้างงานโยธ 1.2 แสนล้านบาทด้วย 
    ส่วนโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพฯ-พัทยา-ระยอง เชื่อม 3 ท่าอากาศยาน วงเงิน 2 แสนล้านบาท ที่รัฐบาลจะเปิดประมูลแบบรัฐเอกชนร่วมลงทุน (PPP) นั้น  บริษัทมีความสนใจและจะเข้าร่วมประมูลแน่นอน โดยขณะนี้ อยู่ระหว่างประสานความร่วมมือกับพันธมิตรต่างชาติที่มีประสบการณ์ด้านรถไฟความเร็วสูง

*** รฟท.เดินหน้าพัฒนารถไฟทางคู่ต่อเนื่อง
    นายอานนท์ เหลืองบริบูรณ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงคมนาคม รักษาการ ผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) กล่าวว่า หากการดำเนินการก่อสร้างรถไฟทางคู่ ระยะเร่งด่วน 7 เส้นทางแล้วเสร็จ การรถไฟฯ จะมีระยะทางเพิ่มขึ้นอีก 995 กิโลเมตร หรือเพิ่มขึ้นร้อยละ 24.6 ของเส้นทางรถไฟทั้งประเทศ ซึ่งสามารถพลิกโฉมการขนส่งทางรถไฟได้อย่างชัดเจน เพราะจะทำให้มีความจุของทางรถไฟเพิ่ม สามารถรองรับขบวนรถเพิ่มขึ้นได้ไม่น้อยกว่า 2 เท่าตัว มีความปลอดภัยในการขนส่งผู้โดยสาร และสินค้าเพิ่มขึ้น สามารถเพิ่มความรวดเร็วและความตรงต่อเวลา ในการเดินขบวนรถไฟได้อีกด้วย 
    รฟท. มีโครงการที่จะพัฒนาทางคู่อย่างต่อเนื่อง เพื่อเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมพื้นฐานอื่น ๆ เน้นการบริหารจัดการขนส่งมวลชน สินค้าและบริการ ทั้งในพื้นที่ชนบท เมือง และระหว่างประเทศเข้าด้วยกันได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้งเป็นการแก้ไขปัญหาจุดตัดทางรถไฟโดยใช้แนวทางการก่อสร้างสะพานรถยนต์ข้ามทางรถไฟ (Overpass) หรือทางลอดใต้ทางรถไฟ (Underpass) ช่วยเพิ่มความเร็วและความปลอดภัยในการเดินทางด้วยรถไฟ สามารถแก้ไขปัญหาจราจรที่จะเกิดขึ้นในอนาคต และที่สำคัญจะเป็นการลดอุบัติเหตุบริเวณจุดตัดทางรถไฟได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งภายหลังจากการลงนามแล้ว การรถไฟฯ จะให้ผู้รับจ้างเริ่มดำเนินการก่อสร้างในช่วงไตรมาส 1 ปี 2561 ให้แล้วเสร็จตามแผนภายในปลายปี 2565

*** "สมคิด" สั่งทบทวนรถไฟทางคู่เฟส 2 เน้นเส้นทางย่อย
    นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ได้สั่งการให้กระทรวงคมนาคม กลับไปทบทวนแผนการดำเนินการโครงการรถไฟทางคู่เฟส 2 จำนวน 9 เส้นทาง โดยให้เพิ่มเส้นทางรถไฟสายย่อยจากเมืองใหญ่เข้าไปยังเมืองรองหรือเข้าไปยังตำบลหรือหมู่บ้านด้วย เพื่อกระจายความเจริญไปยังจังหวัดในภูมิภาคต่างๆ เพื่อทำให้เศษฐกิจในพื้นที่เติบโตและสามารถลดความเหลื่อมล้ำและแก้ไขปัญหาความยากจนในแต่ละจังหวัดได้ 
     “ กระทรวงคมนาคม ต้องกลับไปจัดลำดับความสำคัญในการก่อสร้างรถไฟทางคู่ 9 เส้นทางใหม่โดยจะต้องนำเรื่องการท่องเที่ยวเป็นตัวตั้ง ต้องรถไฟจะต้องเชื่อมโยงไปสู่ภูมิภาคในระดับตำบลหมู่บ้านให้ได้ และจะต้องเชื่อมโยงไปยังระบบอื่นเช่น ถนน อากาศ ด้วยเพื่อสนับสนุนให้เกิดการขนส่งสินค้าและการท่องเที่ยวได้ " นายสมคิดกล่าว
    นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ  รมว.คมนาคม เปิดเผยว่า ในปี  61 จะสามารถทบทวนการจัดทำแผนก่อสร้างทางคู่เฟส 2 จำนวน 9 เส้นทางแล้วเสร็จตามนโยบายรองนายกรัฐมนตรีที่ต้องการให้เน้นทำทางสายย่อยเข้าไปยังเมืองรอง ตำบลและหมู่บ้าน รวมทั้งให้เน้นสร้างเส้นทางที่ผ่านไปแหล่งท่องเที่ยวสำคัญเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวในท้องถิ่น เบื้องต้นที่มีก่อสร้างค่อนข้างแน่นอนและจะสร้างนำร่องคือ ทางรถไฟที่จะเชื่อมไปยังอุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ซึ่งครอบคลุมพื้นที่โบราณสถานกรุงสุโขทัย  ,อุทยานประวัติศาสตร์ศรีสัชนาลัย เป็นต้น
    สำหรับเส้นทางจะสร้างเป็นทางย่อยลักษณะคล้ายกับเส้นเลือดฝอยต่อจากเส้นหลักในลักษณะของรถไฟท้องถิ่นซึ่งจะพยามทำให้ได้มากที่สุด อาจจะเป็นทางคู่หรือทางเดี่ยว ในส่วนของภาคเหนือ ก็อาจจะสร้างทางย่อยเชื่อมอุดรธานี-ร้อยเอ็ด หรือร้อยเอ็ด-สุรินทร์-ศรีษะเกษ ซึ่งเป็นทางเชื่อมระหว่างจังหวัดรอง  ส่วนภาคเหนือก็อาจจะสร้างเพิ่มเชื่อม เชียงใหม่-ลำปาง เป็นต้น 
     “คาดว่าประมาณเดือนมี.ค. 61 การรถไฟฯ จะนำเสนอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาอนุมัติโครงการรถไฟทางคู่เฟส 2 ได้จำนวนประมาณ 2  เส้นทาง  เพื่อให้สามารถนำมาทยอยเปิดประมูลได้ในปี 61"
 
*** โบรกฯมองปี 61 หุ้นรับเหมาฯร้อนแรง
    บล.เคทีบี (ประเทศไทย) มีมุมมองเชิงบวกต่อกลุ่มรับเหมาก่อสร้าง เนื่องจากกลุ่มรับเหมาจะมีรายได้จากงานก่อสร้างของภาครัฐเพิ่มขึ้นในอนาคต โดยเราชอบ UNIQ ที่ราคาเป้าหมาย 27.50 บาท เนื่องจากบริษัทมีงานก่อสร้างรถไฟสายปากน้ำโพ-ลพบุรี ที่คาดว่าจะสามารถเชื่อมไปยังภาคเหนือได้
    บล.ฟินันเซีย ไซรัส ระบุ  กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง คาดว่าการลงทุนภาครัฐฯจะเร่งตัวมากขึ้นในปี 2018 จากที่ชะลอในปี 2017 โดยเฉพาะปลายปีที่เริ่มบังคับใช้ พรบ. จัดซื้อจัดจ้างฉบับใหม่ โดย Action Plan ของ กระทรวงคมนาคมมีทั้งสิ้น 51 โครงการ 2.4 ล้านล้านบาท เป็นโครงการต่อเนื่อง 43 โครงการ และโครงการใหม่ 8 โครงการ โดยมีโครงการใหญ่ เช่น รถไฟฟ้าสายสีม่วงใต้และสายสีส้มตะวันตก, รถไฟทางคู่เฟส 2, ทางด่วนพระรม 3 – ดาวคะนอง, รวมถึง EEC ส่วนปัญหาวัตถุดิบและแรงงานคาดว่าจะกดดันต้นทุนน้อยลง ทำให้ผลประกอบการของกลุ่มจะกลับมาโดดเด่น เราให้น้ำหนักเป็น Overweight แนะนำซื้อ STEC (ราคาเป้าหมาย 31.80 บาท) จากงานในมือที่สูงและฐานะการเงินแข็งแกร่งสุดในกลุ่ม และ SEAFCO (ราคาเป้าหมาย 10.10 บาท) ในฐานะผู้นำตลาดฐานราก 
    บล.ทิสโก้ มองหุ้นกลุ่มที่น่าสนใจในปี 2561 เป็น หุ้นกลุ่มรับเหมาก่อสร้างและวัสดุก่อสร้างจะปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงในช่วงครึ่งปีหลัง ได้รับปัจจัยหนุนจากการลงทุนที่เพิ่มขึ้นของภาครัฐ โดยมีหุ้นเด่นคือ SCC, SEAFCO, PYLON, STEC, UNIQ,CK 
    บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง คาดกำไร UNIQ  ช่วง 4Q60 จะทรงตัว 220 ล้านบาท (+1%QoQ, -19%YoY) รวมปี 2560 จะเป็นปีที่มีกำไรน่าผิดหวังติดลบ 2% เหลือ 865 ล้านบาท  แนวโน้มปี 2561 คาดจะฟื้นตัวดีขึ้นจากการรับรู้โครงการใหม่ๆ เช่น รถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออก และ รถไฟทางคู่  แต่เราปรับประมาณการลดลงจากต้นทุนวัสดุเช่นเหล็กที่สูงขึ้น เราประเมินกำไรปี 2561 เท่ากับ 992 ล้านบาทโต 15%  คงแนะนำ TRADING BUY เป้าหมาย 20 บาท           
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด