สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 26 ธันวาคม 2560 | 17:08

CHO ควงพันธมิตรจีนชิงงานพัฒนาขอนแก่น 1.5 หมื่นลบ.

CHO ควงพันธมิตรจีนชิงงานพัฒนาขอนแก่น 1.5 หมื่นลบ.

       CHO ควงพันธมิตรจีนประกาศพร้อมลงชิงงานโครงการพัฒนาเมืองขอนแก่น มูลค่า 1.5 หมื่นลบ. ทั้งงานโยธา และระบบขนส่งผู้โดยสารรางเบา ชูจุดเด่นทำงานในขอนแก่นเป็นเวลานาน ทำให้คุยกับแบงก์ได้ง่าย ชี้หากได้งานจะทยอยรับรู้รายได้ตั้งแต่ปี 62 เป็นต้นไป  ประกาศตั้งเป้ารายได้ปีหน้าโต 15-20% อวด Backlog อีก 2,600 ลบ. - รับรู้ปีหน้า 1,000 ลบ. พร้อมเตรียมบันทึก  Backlog อีก 4,000 ลบ. หลังเซ็นสัญญารถเมล์ NGV ในวันนี้ ฟากโบรกฯ มั่นใจปีหน้าพลิกกำไร ให้เป้าหลังเพิ่มทุน 1.56 บ.        

*** ยื่นเสนอโครงการ พัฒนาเมืองขอนแก่น 2 โครงการ มูลค่า 1.5 หมื่นลบ.     
    นายสุรเดช ทวีแสงสกุลไทย กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) หรือ CHO เปิดเผยว่า บริษัทฯ ได้ดำเนินการยื่นเสนอราคาโครงการพัฒนาเมืองขอนแก่น จำนวน 2 โครงการ ได้แก่ 1.โครงการพัฒนาเมืองขอนแก่น โดย บริษัท ขอนแก่น ทรานซิท ซิทเต็ม จำกัด วิสาหกิจของ 5 เทศบาลจังหวัดขอนแก่น ในส่วนงานจ้างเหมา ออกแบบและก่อสร้าง งานโยธาและโครงสร้าง พร้อมทั้งการผลิต และติดตั้งระบบขนส่งผู้โดยสารรางเบาประเภท TRAM และการพัฒนาเมือง โครงการขอนแก่น Smart City (ระยะ 1) ระยะเวลาสัญญา 3 ปี หรือตามแผนงาน ซึ่งคาดการว่าจะกำหนดมูลค่าโครงการขั้นต่ำประมาณ 15,000,000,000 บาท ในนาม กิจการร่วมค้า ซีเคเคเอ็ม (Joint Venture Agreement CKKM) ซึ่ง CHO ถือหุ้นสัดส่วนในเบื้องต้น ร้อยละ 49
    และ 2.โครงการงานจ้างเหมาปฏิบัติการเดินทางรถ โครงการการบำรุงรักษา และการบริหารจัดการพื้นที่สถานีและส่วนเกี่ยวเนื่อง (Operation, Maintenance, Service) ระบบขนส่งผู้โดยสารรางเบา (Light Rail Transit) ประเภท TRAM และการพัฒนาเมือง (Transit Oriented Development )โครงการขอนแก่น Smart City (ระยะที่ 1) ระยะเวลาสัญญา 30 ปี ในนาม นิติบุคคลร่วมทำงาน KLRTT (KLRTT Consortium) ซึ่งถือหุ้นโดยบริษัท เทพนคร ขอนแก่นเดินรถ จำกัด ร้อยละ 40 และบริษัท เคแอลอาร์ที จำกัด ร้อยละ 60 ของมูลค่าโครงการ (โดย CHO ร่วมลงทุนในบริษัท เคแอลอาร์ที จำกัด ร้อยละ 49) ทั้งนี้ เป็นการลงทุนเพื่อเสริมสร้างศักยภาพของธุรกิจ และขยายธุรกิจไปสู่ระบบรางตามแผนนโยบายที่บริษัทได้ตั้งไว้
    
*** มั่นใจแบงก์ให้กู้ฉลุย - ชี้หากได้งานจะทยอยรับรู้ปี 62 
    นายสุรเดช เปิดเผยว่า ทาง CHO  - บริษัท เคเทค บิลดิ้งฯ และ MCC Overseas ได้ร่วมประมูลโครงการระบบขนส่งมวลชนรางเบา จ.ขอนแก่น งาน KK1 วงเงิน 15,000 ล้านบาท ในนาม KCRT เนื่องจากเป็นงานภายใน จ.ขอนแก่น ซึ่ง CHO อยู่กับโครงการดังกล่าวเป็นเวลานานและทราบรายละเอียดพอสมควร จึงมีธนาคารสนใจให้แหล่งเงินกู้ในการลงทุน นอกจากนี้ ช ทวี ได้ซื้อทีโออาร์งาน KK2 ด้วย แต่ไม่ได้ยื่นข้อเสนอ เนื่องจากไม่ถนัดงานบริหารเดินรถและบำรุงรักษา
     สำหรับการประมูลดังกล่าวเป็นการประมูลสัญญาว่าจ้าง คล้ายกับสัญญาของบริษัท กรุงเทพธนาคม จำกัดในโครงการรถไฟฟ้าบีทีเอส คือท้องถิ่นเป็นผู้ว่าจ้างเอกชน แต่เอกชนต้องหาแหล่งเงินทุนในโครงการด้วย
    “บริษัทฯ เล็งเห็นโอกาสในการเติบโตไปพร้อมๆ กับการพัฒนาเมืองขอนแก่นให้เจริญเติบโตเป็น “ฮับ” ที่สำคัญของภูมิภาค ซึ่งหากได้รับงานดังกล่าวจะสามารถทยอยรับรู้เป็นรายได้ในช่วงปี 2562” นายสุรเดช กล่าว

*** เตรียมเซ็นสัญญารถเมล์ NGV ในวันนี้ 
     นายณัฐชาติ จารุจินดา ประธานกรรมการ องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ(ขสมก.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการ ขสมก. วันนี้ มีมติรับรองมติที่ประชุมคณะกรรมการ ขสมก . นัดพิเศษ เมื่อวันที่ 18 ธ.ค.60 ที่เห็นชอบให้ กลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO นำโดยบริษัท ช ทวี จำกัด (มหาชน) และบริษัท สแกนอินเตอร์ จำกัด(มหาชน) เป็นผู้ได้รับการคัดเลือกโครงการจัดซื้อรถโดยสารประจำทางที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง (รถเมล์เอ็นจีวี)จำนวน 489 คัน โดยสามารถต่อรองราคาลงมาอยู่ที่ 4,221 ล้านบาท ซึ่งก็ยังสูงกว่าราคากลาง 5% โดยขสมก.จะลงนามในสัญญากับกลุ่มร่วมทำงาน SCN-CHO ในวันนี้ (28 ธ.ค.60)
    เบื้องต้นได้กำหนดระยะเวลาส่งมอบออกเป็น 4 ล็อต ล็อตแรก จำนวน100 คัน ภายใน 90 วัน หลังลงนามในสัญญา ล็อตที่ 2 ส่งมอบอีก 100 คัน ภายใน 120 วัน ล็อตที่ 3 ส่งมอบอีก 100 คัน ภายใน 150 วัน และล็อตที่ 4 ส่งมอบอีก 189 คัน ภายใน180 วัน หลังลงนามในสัญญา
     
*** ตั้งเป้ารายได้ปีหน้าโต 15-20% 
    นายสุรเดช ได้เปิดเผย "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ว่าในปี 2561 บริษัทตั้งเป้าหมายรายได้เติบโต 15-20% จากปีนี้คาดว่าจะจบรายได้ที่ 1,500 ล้านบาท โดยบริษัทมียอดรอรับรู้รายได้(Backlog) ปัจจุบันอยู่ที่ 2,600 ล้านบาท ซึ่งจะรับรู้ปีหน้าประมาณ 1,000 ล้านบาท   ส่วนสัญญางานโครงการจัดซื้อรถโดยสารประจำทางที่ใช้ก๊าซธรรมชาติเป็นเชื้อเพลิง (รถเมล์ NGV) จำนวน 489 คัน ซึ่งจะบันทึกเป็น Backlog ทันที 4,000 ล้านบาท ซึ่งคาดว่าจะรับรู้รายได้ในปี 61 ประมาณ 1,700-1,800 ล้านบาท
    โดยบริษัทตั้งเป้าจะล้างขาดทุนสะสมให้หมดภายในปี 61 ซึ่งข้อมูล ณ สิ้นไตรมาส 3 บริษัทยังมีขาดทุนสะสมอยู่ที่ 40 ล้านบาท
    ทั้งนี้มีงานที่อยู่ระหว่างจะเข้าประมูลเพิ่มเติมเป็นงานของภาครัฐ มูลค่าประมาณ 400 ล้านบาท ในช่วงที่ผ่านมาบริษัทเข้าประมูลงานภาครัฐค่อนข้างมาก ซึ่งในระยะยาวตั้งเป้าจะพยายามรักษาอัตรากำไรขั้นต้นรวมให้อยู่ในระดับ 16-19% ใกล้เคียงปัจจุบัน
    ส่วนกรณีที่องค์การขนส่งมวลชนกรุงเทพ (ขสมก.) ได้สั่งปรับบริษัท เนื่องจากติดตั้งเครื่องอ่านบัตร (E-Ticket) และเครื่องเก็บค่าโดยสาร (Cash box) ล่าช้า ซึ่งบริษัทจะต้องเสียค่าปรับคาดว่าไม่เกิน 4 ล้านบาท ซึ่งขณะนี้ได้ถอดเครื่องออกเพื่อนำมาติดตั้งซอฟแวร์ใหม่ และจะเริ่มทยอยติดตั้งอีกครั้งในปี 61 และมั่นใจจะติดตั้งได้ครบ 2,600 คัน ภายในกลางปี 61 ตามแผนที่วางไว้

*** โบรกฯ เชื่อ ปี 61 จะเริ่มเห็นกำไร ให้เป้า 1.56 บ. หลังเพิ่มทุน  
     บล.ฟิลลิป  เปิดเผยว่า  แนวโน้ม Q4/60 คาดจะไม่มีการบันทึกต้นทุน R&D ใหม่เข้ามา หากแต่รายได้งานตามสัญญาจะถูกรับรู้เข้ามาน้อย เพียง 17% ของ Backlog ปัจจุบัน ( สิ้น 3Q60 มีอยู่ 2.4 พันลบ.) จาก บ.เลื่อนส่งมอบงานบางส่วน (หากเป็นส่วนงานผลิตที่มีมาร์จิ้นสูง) ออกไปเป็นปี 61 ในขณะที่งานที่คาดจะส่งมอบในไตรมาสนี้มีมาร์จิ้นต่ำจากส่วนใหญ่เป็นลักษณะซื้อมาขายไป (Trading) ทำให้การดำเนินงานใน 4Q60 อ่อนแอกว่าคาด ทางฝ่ายปรับสมมติฐานรายได้รวมปี 60 ลงเป็น 1,619 ลบ.+53.0% y-y ทำให้ทั้งปีจะยังขาดทุนอยู่อีก 25 ลบ. (จากเดิมคาดจะพลิกมีกำไร 6 ลบ.)
    ส่วนปี 61 เชื่อการดำเนินงานจะพลิกกลับมาเป็นบวก มีกำไรอีกครั้งที่ 46 ลบ. +284.8% y-y จากจะรับรู้งานในมือ (บางส่วน) ณ สิ้นปี 60 หากคาดจะเหลือ 2.0 พันลบ. เข้ามา ประกอบกับงานใหม่ที่อยู่ระหว่างรอประมูล เช่น งานรถรางเบาขอนแก่น (KKTT) มูลค่า 4 พันลบ. (คาดจะประมูลกลางธ.ค. 60 และน่าจะรู้ผลเป็นทางการในช่วงต้นปี 61) อีกทั้งคาด บ. จะมีค่าใช้จ่ายการเงินลดลงจากได้เงินเพิ่มทุนเข้ามาหมุนเวียนในธุรกิจ
    การดำเนินงานในปีนี้อาจจะยังไม่สดใสนักจากเลื่อนส่งมอบบางส่วนไปในปี 61 หากเพื่อสะท้อนการดำเนินงานที่ขยายตัวต่ำ ทางฝ่ายปรับราคาพื้นฐานปี 61 ลงเป็น 2.28 บ. แต่ประเด็นเรื่องงบที่จะต่ำกว่าคาดมาก และการเพิ่มทุน ทำให้ทางฝ่ายประเมินราคาพื้นฐานหุ้นหลังถูก Diluted อยู่ที่ 1.56 บ. หากแต่ยังแนะนำ “ซื้อ” จากงานรถเมล์ NGV มูลค่า 4.0 พันลบ.  และศูนย์ซ่อมรถบรรทุก “สิบล้อ 24 ชม.” ที่จะเปิดเพิ่มในปี 61 อีก 2 แห่ง เพื่อให้ครบเป้าหมาย 8 แห่งภายในปี 63 (จากปัจจุบันเปิดไปแล้ว 1 แห่ง ที่แหลงฉบัง จ. ชลบุรี)

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด