สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 22 มกราคม 2561 | 17:23

SCB กำไรทรุดถึงปี 63 หั่นคนและสาขาลง 44-65%

SCB กำไรทรุดถึงปี 63 หั่นคนและสาขาลง 44-65%

   "ธนาคารไทยพาณิชย์" ยอมรับลงทุนไอทีสูงกว่า 4 หมื่นลบ. กระทบผลการดำเนินงานต่อเนื่องไปถึงปี 63 จากปีก่อนกระทบ 4 พันลบ. พร้อมกางแผนงานเร่งปรับขนาดองค์กรให้เล็กลง ลดสาขาเหลือ 400 แห่ง จากปัจจุบัน 1,153 สาขา พร้อมลดจำนวนพนักงานเหลือ 15,000 คน จากปัจจุบัน 27,000 คน หันรุกสินเชื่อไร้หลักประกัน ทั้งสินเชื่อส่วนบุคคล เครดิตการ์ด เอสเอ็มอีขนาดเล็ก เหตุมีมาร์จิ้นที่สูงกว่า ตั้งเป้าปล่อยกู้โต 6-8% คุม NPL ไม่เกิน 3%

*** ลงทุนไอทีฉุดผลการดำเนินงานถึงปี 63
    นายอาทิตย์ นันทวิทยา กรรมการผู้จัดการใหญ่และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ธนาคารไทยพาณิชย์ จำกัด (มหาชน) หรือ SCB เปิดเผยว่า การปรับตัวของธนาคารในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา ธนาคารมีการประกาศลงทุนด้านไอที 4 หมื่นล้านบาท โดยเป็นการทยอยลงทุน 5 ปี(59-63) ซึ่งได้ส่งผลกระทบต่อผลการดำเนินงานในปีที่ผ่านมา 4 พันล้านบาท โดยในปีนี้เป็นต้นไปถึงปี 63 ก็จะกระทบมากขึ้น ซึ่งหากธนาคารไม่ปรับตัวในตอนนี้ และยังทำธุรกิจในแบบเดิมจะส่งผลเสียต่อธนาคารได้ในอนาคต
    “ผลการดำเนินงานตั้งแต่ปีนี้ไปจะยังได้รับผลกระทบจากการลงทุนด้านไอที แต่เป็นสิ่งที่จำป็นที่เราต้องทำ ถ้าเราไม่ทำตอนนี้ เราจะอยู่ลำบาก อยู่ยาก ซึ่งที่ผ่านมาเราใช้งบไปแล้วมากกว่า 1 หมื่นล้านบาท โดยสิ่งที่เราต้องทำต่อจากนี้ คือ การลดต้นทุน ทำองค์กรให้เพรียว พูดง่ายๆ คือ การที่จะตีลังกานั้น ต้องคนผอม คนอ้วนจะลำบาก”นายอาทิตย์ กล่าว
    ทั้งนี้ ปัจจุบันธนาคารยังมีรายได้หลักจากดอกเบี้ยที่ 70% และรายได้ค่าธรรมเนียม 30% ซึ่งต่อจากนี้ ธนาคารจะหาสินเชื่อที่ให้ผลตอบแทนสูง และการแข่งขันยังน้อยอยู่ อย่างสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกัน เช่น สินเชื่อส่วนบุคคล เครดิตการ์ด เอสเอ็มอีขนาดเล็ก ในขณะที่สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อรายใหญ่ มีการแข่งขันสูง และมีการแข่งขันทางด้านราคาที่สูงส่งผลให้รายได้ที่ธนาคารเคยได้รับลดลงจากที่ผ่านมา
    "จากนี้ไปรายได้จากค่าธรรมเนียมจะค่อยๆลดลง??จากค่าธรรมเนียมที่ธนาคารเคยได้จากการให้บริการโดยการใช้คน ปัจจุบันเทคโนโลยีจะเข้ามาแทนที่การบริการอย่างมีนัยสำคัญทำให้ต้นทุนในการให้บริการลูกค้าลดลงอย่างมาก ในปี 61 จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการปรับตัวครั้งใหญ่อีกครั้ง มิใช่เพียงให้อยู่รอดได้เท่านั้น แต่เพื่อให้ธนาคารเป็นที่รักของลูกค้าและลูกค้าอยากมาใช้บริการของเรา"นายอาทิตย์ กล่าว

*** เดินหน้าลดสาขาและจำนวนพนักงาน 
    นายอาทิตย์ กล่าวว่า ทางด้านนโยบายสาขาใน 3 ปีนั้น ธนาคารตั้งเป้าลดสาขาลงเหลือ 400 สาขา จากปัจจุบัน 1,153 สาขา(ลดลง 65%) โดยธนาคารจะลดสาขาลง เนื่องจากปริมาณธุรกรรม และการใช้บริการของลูกค้าลดลง โดยจะปรับเปลี่ยน และโยกย้ายพนักงานที่ทำงานในสาขาที่ปิดมาอยู่ศูนย์อมรม(SCB Academy) และลดพนักงานเหลือ 15,000 คน จากปัจจุบัน 27,000 คน(ลดลง 44%) โดยปีที่ผ่านมาพนักงานลาออกไปเฉลี่ย 2-3 พันคน ซึ่งธนาคารไม่มีนโยบายปลดพนักงานออก 
    “เรามีการโยกคนไปทำงานประเภทอื่น หรือเรียกว่าเป็นการเปลี่ยนทักษะของพนักงาน และก็ยังรับคนเพิ่มอยู่ เน้นคนรุ่นใหม่ที่มีแนวคิดใหม่ๆ ซึ่งวันนี้การที่ผมออกมาพูดอาจจะส่งผลให้หุ้นขึ้น 30% แต่ผมก็ไม่ได้ดีใจ หรือหากหุ้นลง 20% ผมก็ต้องอดทน และรับผล ซึ่งปีนี้ถ้าผมทำแผนไม่ได้ตามเป้าหมาย ก็ยินดีที่จะลาออกด้วยตัวเอง อีกอย่างเรื่องพอร์ตสินเชื่อ SCB ที่เป็นอันดับ 1 ในระบบ ผมไม่ได้ให้ความสำคัญเรื่องขนาดของพอร์ต แต่จะหันมาเน้นเรื่องการแข่งขัน และปรับตัวให้เข้ากับภาพอุตสาหกรรมที่เปลี่ยนแปลง และทำให้ Bottom line มีผลกระทบน้อยที่สุดหรือดีขึ้น”นายอาทิตย์ กล่าว
    ทั้งนี้ ธนาคารไทยพาณิชย์ เดินหน้าปรับทัพองค์กร รองรับกระแสดิจิทัลไหลบ่า ขับเคลื่อนแบงก์สู่แพลตฟอร์มที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้ามากยิ่งขึ้น ภายหลังนำ Transformation สร้างรากฐานองค์กรใหม่ลุล่วงไปกว่า 50% ในปี 61 ธนาคารนำกลยุทธ์ “Going Upside Down” (กลับหัวตีลังกา) มาผลักดันองค์กรให้เคลื่อนไปข้างหน้าอย่างรวดเร็วและสมดุลใน 5 เรื่องที่สำคัญ ได้แก่ 
    1.Lean the Bank 2.High Margin Lending 3.Digital Acquisition 4.Data Capabilities 5.New Business Model พร้อมปรับเปลี่ยนวิธีการทำงานให้แตกต่างจากเดิมและนำเทคโนโลยีมาใช้เพิ่มประสิทธิภาพองค์กรอย่างมีนัยสำคัญ รวมถึงสร้างพนักงานให้มีขีดความสามารถและทักษะใหม่ ๆ เพื่อให้ไทยพาณิชย์เป็น “The Most Admired Bank” (ธนาคารที่น่าชื่นชมที่สุด)

*** ตั้งเป้าสินเชื่อโต 6-8% คุมเอ็นพีแอลไม่เกิน 3%
    นางกิตติยา โตธนะเกษม รองผู้จัดการใหญ่อาวุโส กล่าวว่า ปีนี้ธนาคารตั้งเป้าสินเชื่อรวมเติบโต 6-8% โดยเน้นสินเชื่อที่ไม่มีหลักประกันที่จะเติบโต 6-8% ในขณะที่สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อรายใหญ่ จะเติบโต 4-6% ซึ่งปีที่ผ่านมาสินเชื่อรวมเติบโตได้ 4.9% ซึ่งถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายที่วางไว้ในกรอบ 4-6%
     ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะกรรมการธนาคาร มีมติอนุมัติเป้าหมายทางการเงินของธนาคาร สำหรับปี 61 เพื่อเป็นข้อมูลเปิดเผยต่อผู้ถือหุ้นและนักลงทุน รวมถึงใช้ประกอบการเดินทางให้ข้อมูลและพบผู้ถือหุ้นและนักลงทุน (Non-deal Roadshow) โดยมีสาระสำคัญ ดังนี้ 
    ธนาคารตั้งเป้า Net Interest Margin (NIM) ที่ 3.1-3.3%
    Non-Interest Income Growth Up to 5%
    Cost to Income Ratio 42-45%
    Loan Growth 6.0-8.0%
    NPL Ratio (Gross) น้อยกว่าหรือเท่ากับ 3% และ Coverage Ratio มากกว่าหรือเท่ากับ 130%
    อย่างไรก็ตามเป้าหมายทางการเงินดังกล่าวเป็นการคาดกาณณ์ของธนาคารในเบื้องต้น ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนแปลงได้ขึ้นอยู่กับสภาพการดำเนินธุรกิจที่อาจไม่เป็นไปตามที่คาดการณ์ หากสภาวะเศรษฐกิจและสถานการณ์เปลี่ยนแปลงไป
 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด