สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 15 มกราคม 2561 | 17:19

WHA ลั่นปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 25% เปิดแผนรุก M&A โลจิสติกส์ ตปท.

WHA ลั่นปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 25% เปิดแผนรุก M&A โลจิสติกส์ ตปท.

    ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป แถลงแผนธุรกิจ คาดรายได้-ส่วนแบ่งกำไรของกลุ่มปี 61 โต 25% พร้อมตั้งเป้าขายที่ดินเพิ่มอีก 1.4 พันไร่ เปิดแผนรุก M&A โลจิสติกส์ต่างประเทศ พร้อมเตรียมขายสินทรัพย์เข้ารีทส์มูลค่ารวมกว่า 5 พันลบ. เล็งเปิดนิคมฯแห่งที่ 10 ในไทยปลายปีนี้ ดันพื้นที่นิคมแตะ 3.9 หมื่นไร่ ด้าน WHAUP เผยปริมาณขายน้ำปี 61โต 13% เตรียม COD โรงไฟฟ้า 4 โครงการในปี 61-62

** ปีนี้โตไม่ต่ำกว่า 25% 
     นางสาวจรีพร จารุกรสกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม บริษัท ดับบลิวเอชเอ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ WHA กล่าวในงานแถลงแผนธุรกิจของกดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป คาดการณ์ทั้งกลุ่มจะมีรายได้รวมและส่วนแบ่งกำไรจากการลงทุนในบริษัทและกิจการร่วมค้าเติบโตเพิ่มขึ้น 25% หลังเศรษฐกิจฟื้นตัว นอกจากนี้ นิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด 4 (HESIE 4) ยังได้รับการอนุมัติจากคณะกรรมการนโยบายการพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (กรศ.) ให้เป็นเขตส่งเสริมเพื่อกิจการอุตสาหกรรม
     เตรียมทุ่มเงินลงทุน 6.6 พันล้านบาทจากแผนการลงทุน 5 ปี รวม 43,000 ล้านบาท (ระหว่างปี 2559 – 2563) ด้วยปัจจัยเอื้อจากสภาพเศรษฐกิจที่กำลังฟื้นตัว บวกกับความน่าสนใจลงทุนของประเทศที่ดีขึ้นจากโครงการสนับสนุนของภาครัฐ อาทิ โครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี)
    ในปี 2560 WHA มีสัญญาเช่าพื้นที่และพื้นที่ที่ตกลงกับผู้เช่าล่วงหน้า (Pre-leased) เพิ่มขึ้นทั้งสิ้น 161,500 ตร.ม. ในรูปแบบโรงงาน Built-to-Suit (BTS) ที่ประกอบด้วยคลังสินค้า, ศูนย์กระจายสินค้า และโรงงาน รวมถึงโรงงานสำเร็จรูป (Ready-Built Factories - RBF) คลังสินค้าสำเร็จรูป (Ready-Built Warehouse – RBW) และกลุ่มคลังสินค้า (Warehouse Farms) โดยมียอดขายที่ดินอุตสาหกรรมเกือบ 1,000 ไร่ คิดเป็นส่วนแบ่งการตลาดมากกว่าร้อยละ 50

** เล็งเปิดนิคมฯ แห่งที่ 10 ในไทย
    ในส่วนของธุรกิจนิคมอุตสาหกรรม  WHA มีแผนที่จะให้บริการนิคมอุตสาหกรรมรวม 10 แห่งในประเทศไทย และอีก 1 แห่งในเวียดนาม พื้นที่รวม 39,300 ไร่ โดยตั้งเป้าขายที่ดิน 1,400 ไร่ จากจำนวน 1,000 ไร่ในปี 2560 โดยมีที่ดินรอขายอีกกว่า 10,000 ไร่
    ทั้งนี้ในไตรมาส 4/61 บริษัท เตรียมเปิดตัวนิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด 3 (HESIE 3) ซึ่งเป็นนิคมอุตสาหกรรมแห่งที่ 10 ของบริษัทในจังหวัดชลบุรี ซึ่งมีพื้นที่รวม 2,200 ไร่ เพื่อคว้าโอกาสจากการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ ทั้งสนามบินนานาชาติอู่ตะเภา ท่าเรือน้ำลึกแหลมฉบังและท่าเรืออุตสาหกรรมมาบตาพุด เฟสสาม โครงการรถไฟความเร็วสูง กรุงเทพ-ระยอง และโครงการรถไฟรางคู่
    "สำหรับประเทศไทย เรามุ่งมั่นที่จะเน้นย้ำสถานะความเป็นผู้นำของเราด้วยการสนับสนุนนโยบายต่าง ๆ ของรัฐบาลอย่างเต็มกำลัง อาทิ โครงการระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก และมีบทบาทอย่างแข็งขันในการพัฒนาอุตสาหกรรมเป้าหมาย ในขณะเดียวกัน เราก็ยังมองหาโอกาสใหม่ ๆ ในการขยายและพัฒนาธุรกิจของเราในประเทศเพื่อนบ้าน และจีนไปพร้อม ๆ กัน”
    
** รุกขยายธุรกิจ ตปท.
    บริษัทจะเตรียมดำเนินการขยายธุรกิจในกลุ่มประเทศอาเซียน อาทิ อินโดนีเซีย เวียดนาม เมียนมา มาเลเซีย และกัมพูชาต่อไป โดยในประเทศอินโดนีเซีย ซึ่งเน้นอุตสาหกรรมเพื่อการบริโภคภายในประเทศมีศักยภาพสูงมาก ดับบลิวเอชเอก็มีพื้นที่คลังสินค้าให้เช่าแบบ Built-to-suit อยู่ 25,688 ตร.ม. ในจังหวัดบันเติง จาการ์ตาตะวันตก
    ในเวียดนาม ดับบลิวเอชเอ กรุ๊ป จะดำเนินการพัฒนาเขตเศรษฐกิจอุตสาหกรรมในจังหวัดเหงะอาน อย่างต่อเนื่อง โดยเฟสที่ 1 จะมีพื้นที่ราว 3,110 ไร่ จากพื้นที่รวม 20,000 ไร่ของทั้งโครงการ หลังเศรษฐกิจของเวียดนามยังคงเติบโตดีต่อเนื่องด้วยเงินลงทุนตรงจากต่างประเทศ ซึ่งสะท้อนถึงความต้องการภายในประเทศที่เพิ่มขึ้น รวมทั้งโอกาสทางธุรกิจในอุตสาหกรรมที่เน้นภาคการส่งออก
    นอกจากนี้ บริษัทอยู่ระหว่างเจรจาดีล M&A ธุรกิจโลจิสติกส์ในประเทศมาเลเซีย และ อินโดนีเซีย ซึ่งในมาเลเซียคาดได้ข้อสรุปช่วงครึ่งปีแรก ส่วนอินโดนีเซียคาดได้ข้อสรุปภายในปีนี้

**เล็งขายสินทรัพย์เข้ากอง REIT อีก 5 พันลบ.
    สำหรับการขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT) นั้น จะดำเนินการผ่านกอง REIT สองกองคือ WHART และ HREIT
    โดยปีนี้บริษัทมีแผนขายสินทรัพย์เข้ากองทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ (REIT)โดยผ่านกอง REIT 2 กอง คือ อสังหาริมทรัพย์อละสิทธิการเช่าดับบลิวเอชเอ พรีเมียม โกรท(WHART) ประมาณ 3-4 พันล้านบาท และ ที่เหลือเป็นกองทรัสต์เพื่อการลงทุนในสิทธิการเช่าอสังหาริมทรัพย์เหมราช(HREIT) ซึ่งรวม 2 กองไม่ต่ำกว่า 5 พันล้านบาท

** เพิ่มรายได้ recurring income
    นางสาวจรีพร กล่าวเพิ่มเติมว่า ปีนี้กำไรจะดีกว่าปีก่อน หลังสัดส่วนรายได้ประจำ(recurring income) เพิ่มขึ้นเป็น 39% จากปีก่อน 35% และ รับรู้รายได้จากการขายสินทรัพย์เข้ากองรีทที่จะเข้ามาในปีนี้

**ตั้งงบลงทุนปีนี้ 6.6 พันลบ.
    ตั้งงบลงทุนปีนี้ตั้งไว้ 6.6 พันล้านบาท แบ่งเป็นธุรกิจโลจิกติกส์ และ ธุรกิจนิคมรวม 2 พันล้านบาท ธุรกิจดิจิทัล 2 พันล้านบาท และ ธุรกิจระบบสาธารณูปโภคไม่ต่ำกว่า 1 พันล้านบาท
    บริษัทมีแผนออกหุ้นกู้รวม 1.2-1.3 หมื่นล้านบาท โดยแบ่งเป็นกองรีท 4 พันล้านบาท WHAUP 5 พันล้านบาท และ WHA 5 พันล้านบาท จากปีก่อนออกหุ้นกู้ทั้งสิ้น 5 พันล้านบาท โดยหุ้นกู้ดังกล่าวบริษัทจะนำมารีไฟแนนซ์หุ้นกู้ชุดเดิมที่ครบกำหนดไถ่ถอน และ ที่เหลือนำมาขยายธุรกิจ ซึ่งคาดว่าจะออกหุ้นกู้ในช่วงเดือนมี.ค-พ.ค.นี้ เนื่องจากเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม ซึ่งหุ้นกู้ชุดเดิมให้อัตราดอกเบี้ย 4%
    ด้านอัตราส่วนหนี้สินต่อทุน(D/E) ในปี 2563 ตั้งเป้าให้อยู่ 0.9 เท่า จากปีนี้ 1.1 เท่า ลดลงจากปี 2560 1.2 เท่า โดยสาเหตุหลักมาจากการชำระหนี้คืนสถาบันการเงิน โดยปัจจุบันบริษัทมีวงเงินอยู่กับธนาคารใหญ่รวม 1 หมื่นล้านบาท

**เดินหน้าโรดโชว์
    บริษัทมีแผนเดินทางให้ข้อมูลการลงทุน (โรดโชว์) กับนักลงทุนสถาบันต่างชาติที่ฮ่องกงในเดือนก.พ.นี้ โดยร่วมกับ บล.ซีแอลเอสเอ และมีแผนโรดโชว์ที่สิงค์โปร์ และ กลางปีนี้ที่ยุโรป และ สหรัฐ
    ปัจจุบันนักลงทุนสถาบันในประเทศและต่างประเทศถือหุ้นบริษัทรวมกัน 25% จาก 3 ปีที่ผ่านมา 15% ซึ่งผู้ถือหุ้นใหญ่ไม่ต้องการขายหุ้นออกและพอใจสัดส่วนหุ้นที่ถืออยู่ในปัจจุบัน
 
** WHAUP คาดปี 61 ปริมาณขายน้ำโต 13% 
    นายวิเศษ จูงวัฒนา ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ดับบลิวเอชเอ ยูทิลิตี้ส์ แอนด์ พาวเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ WHAUP ประมาณการผลิตน้ำสำหรับปี 2561 อยู่ที่ 113 ล้านลูกบาศก์เมตร เพิ่มขึ้น 13% จากปี 2560 อันเนื่องมาจากความต้องการใช้งานที่สูงขึ้นของลูกค้าปัจจุบันและลูกค้ารายใหม่

** COD โรงไฟฟ้า 4 โครงการในปี 61-62 
    สำหรับธุรกิจพลังงานไฟฟ้า ปัจจุบัน WHAUP ลงทุนในโครงการโรงไฟฟ้าจำนวน 15 โครงการ (ในประเทศไทย 14 โครงการ และอีกหนึ่งโครงการในประเทศลาว) โดยจะมีกำลังการผลิตรวมทั้งหมด 2,540 เมกะวัตต์ และในปี 2562 โดย WHAUP มีสัดส่วนการถือครองกำลังการผลิตไฟฟ้าจำนวน 543 เมกะวัตต์ โดยมีโรงไฟฟ้าอยู่ในระหว่างการดำเนินการ 11 โครงการด้วยกกำลังการผลิต 478 เมกะวัตต์ (กำลังการผลิตตามสัญญา 2,287.4 เมกะวัตต์) ประกอบด้วยโรงไฟฟ้าขนาดใหญ่ (IPP) 3 แห่ง ภายใต้ความร่วมมือกับบริษัทโกลว์ โรงไฟฟ้าขนาดเล็ก (SPP) จำนวน 6 แห่ง ภายใต้ความร่วมมือกับบริษัท บี กริม (1 แห่ง ในนิคมอุตสาหกรรมเหมราชชลบุรี) รวมถึงกับบริษัท กัลฟ์ เจพี (1 แห่ง ในเขตประกอบการอุตสาหกรรมเหมราชระยอง) และกับบริษัท กัลฟ์ เอ็มพี (4 แห่งในนิคมอุตสาหกรรมอีสเทิร์นซีบอร์ด และนิคมอุตสาหกรรมเหมราชอีสเทิร์นซีบอร์ด) และยังมีโรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ VSPP ซึ่งร่วมมือกับกัลฟ์และกันกุลอีก 2 แห่ง
    นอกจากนี้มีโรงไฟฟ้าอยู่ในระหว่างพัฒนา 4 โครงการ ด้วยกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้น 65 เมกะวัตต์ (กำลังการผลิตตามสัญญา 253 เมกะวัตต์) โดยคาดว่าจะสามารถเปิดดำเนินการได้ในปี 2561 และ 2562 ซึ่งในที่นี้รวมถึงโรงไฟฟ้าขนาดเล็ก 2 แห่ง ภายใต้ความร่วมมือกับกัลฟ์ เอ็มพี โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ VSPP อีก 1 แห่ง และโรงไฟฟ้าพลังงานจากขยะ VSPP อีก 1 แห่ง ซึ่งร่วมมือกับโกลว์และสุเอซ ผ่านธุรกิจร่วมทุน บริษัท ชลบุรี คลีนเอ็นเนอร์ยี จำกัด หรือ CCE
    นอกจากการผลิตไฟฟ้าจากแหล่งพลังงานดั้งเดิมอย่างถ่านหิน น้ำ และแก๊สแล้ว WHAUP ยังวางแผนพัฒนาพลังงานทางเลือก อาทิ พลังงานแสงอาทิตย์และพลังงานขยะอีกด้วย ด้วยพื้นที่บนหลังคาในนิคมอุตสาหกรรม และอาคารศูนย์กระจายสินค้าและโลจิสติกส์ของดับบลิวเอชเอ กว่า 2.1 ล้านตารางเมตร จะเป็นช่องทางที่สำคัญในการต่อยอดการผลิตพลังงานแสงอาทิตย์ รวมถึงอาคารอื่นๆ นอกเขตนิคมอุตสาหกรรมดับบลิวเอชเอ-เหมราช ด้วย
    “เรามีแผนขยายธุรกิจไปสู่บริการจ่ายก๊าซธรรมชาติ ทั้งในและนอกนิคมอุตสาหกรรม ส่วนในต่างประเทศ ประเทศเวียดนามและเมียนมาจะเป็นประเทศแรก ๆ สำหรับการลงทุนของกลุ่มธุรกิจนี้”
    นายวิเศษ กล่าวเพิ่มเติมว่า ปี 61 วางงบลงทุน จำนวน 1.8-2 พันล้านบาท โดยจะใช้พัฒนาโครงการโรงไฟฟ้าที่อยู่ระหว่างการก่อสร้างจำนวน 500 ล้านบาท และ ใช้พัฒนาและก่อสร้างระบบสาธารณูปโภคจำนวน 700 ล้านบาท

**ศึกษาซื้อกิจการโซลาร์ฟาร์มญี่ปุ่น
    ขณะนี้บริษัทอยู่ระหว่างศึกษาการเข้าลงทุนซื้อกิจการโรงไฟฟ้าโซลาร์ฟาร์มที่ประเทศญี่ปุ่น โดยคาดจะมีความชัดเจนว่าจะดำเนินการซื้อกิจการหรือไม่ภายในไตรมาส 1/61 นอกจากนี้อยู่ระหว่างศึกษาโอกาสการเข้าลงทุนซื้อกิจการโรงไฟฟ้าประเภทถ่านหินในประเทศอินโดนีเซีย โดยยังไม่สามารถกำหนดเวลาขอความชัดเจนการดำเนินโครงการได้
    "ปกติที่ญี่ปุ่นจะมีโรงไฟฟ้าที่ผลิตไฟฟ้าอยู่ที่ 20 เมกะวัตต์ต่อโรง ซึ่งตอนนี้เราต้องการต่อยอดของเก่าที่มีอยู่จึงไม่ได้ตั้งเป้าว่าจะต้องซื้อเท่าไหร่"นายวิเศษ กล่าว
    ส่วนธุรกิจให้บริการระบบสาธารณูปโภคบริษัทมีแผนที่จะเข้าซื้อกิจการธุรกิจดังกล่าวในต่างประเทศ คาดจะเห็นความชัดเจนภายในปี 61

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด