สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 7 กุมภาพันธ์ 2561 | 17:30

CHAYO-ABM ประเดิมไอพีโอปี 61 จ่อเข้าเทรด mai

CHAYO-ABM ประเดิมไอพีโอปี 61 จ่อเข้าเทรด mai

หุ้นไอพีโอแห่เข้าเทรดตลาด mai ช่วงต้นปี 61 นำโดย "ชโย กรุ๊ป (CHAYO)"ผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารสินทรัพย์และติดตามหนี้ จ่อขายไอพีโอ 140 ล้านหุ้น ขณะที่"เอเชีย ไบโอแมส (ABM)”เดินสายโรดโชว์ ก่อนขาย 75 ล้านหุ้น ก่อนสิ้นไตรมาส 1/61 ด้าน"เคมีแมน (CMAN)" ยื่นไฟลิ่งขายไอพีโอ 280 ล้านหุ้น หวังนำเงินขยายธุรกิจผลิตปูนไลม์และชำระหนี้ เข้าเทรดใน SET ส่วน"ซี เอ แซด (CAZ)"เตรียมขาย 80 ล้านหุ้น หลังบริษัทแม่ไฟเขียวแล้ว

*** CHAYO จ่อขายไอพีโอ พร้อมเข้าเทรด mai
    นายชนะชัย จุลจิราภรณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของบริษัท ชโย กรุ๊ป  จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO กล่าวว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (สำนักงาน ก.ล.ต.) ได้เริ่มนับหนึ่งแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ของ CHAYO เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2561 ที่ผ่านมา ขณะนี้บริษัทฯ มีความพร้อมเป็นอย่างยิ่ง ในการเข้ามาระดมทุนเพื่อขยายการเติบโตในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) ซึ่งคาดว่าจะสามารถเข้าซื้อขายได้ภายในกลางปี 2561 
     นายสุขสันต์  ยศะสินธุ์  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ชโย กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ CHAYO  กล่าวว่า  บริษัทจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน (IPO) จำนวน 140 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท คิดเป็นร้อยละ 25 ของจำนวนหุ้นที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO ในครั้งนี้ โดยเสนอขายต่อประชาชนทั่วไปจำนวน 105 ล้านหุ้น เสนอขายต่อผู้มีอุปการคุณของบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 21 ล้านหุ้น เสนอขายต่อผู้บริหาร (ที่ไม่ใช่กรรมการ) และพนักงานของบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 7 ล้านหุ้น และเสนอขายต่อบุคคลที่มีความสัมพันธ์กับบริษัท จำนวนไม่เกิน 7 ล้านหุ้น โดยมีบริษัทหลักทรัพย์ เออีซี จำกัด (มหาชน) เป็นที่ปรึกษาทางการเงินของบริษัทฯ
                ปัจจุบัน บมจ.ชโย กรุ๊ป มีทุนจดทะเบียนที่ออกและเรียกชำระแล้ว 210 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 420 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนครั้งนี้จำนวน 140 ล้านหุ้น (คิดเป็นร้อยละ 25 หลังจากการจำหน่าย) บริษัทฯจะมีทุนจดทะเบียนที่ออกและเรียกชำระแล้วเป็น 280 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 560 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท โดยมีตระกูลยศะสินธุ์ เป็นผู้ถือหุ้นใหญ่ ถือหุ้นสัดส่วนร้อยละ 94.98 และภายหลังการเสนอขายหุ้น IPO สัดส่วนการถือหุ้นลดลงเหลือร้อยละ 71.24

*** ชูจุดแข็งผู้เชี่ยวชาญด้านบริหารหนี้ด้อยคุณภาพ-ติดตามหนี้
                นายชนะชัย กล่าวว่า CHAYO บริหารงานโดยกลุ่มผู้เชี่ยวชาญในธุรกิจหลักที่เกี่ยวข้องกับการลงทุนและการบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ รวมถึงการให้บริการติดตามและทวงถามหนี้ ให้แก่สถาบันการเงินและหน่วยงานต่างๆ โดยสามารถแบ่งธุรกิจเป็น 3 ประเภท ประกอบด้วย ธุรกิจลงทุนและบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ ธุรกิจเจรจาติดตามทวงถามและเร่งรัดหนี้ และธุรกิจศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า ซึ่งรวมถึงการจำหน่ายสินค้าและบริการให้กับบริษัททั่วไป และบริษัทเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารชั้นนำของประเทศ
                “ทีมผู้บริหารของบริษัทฯ มีประสบการณ์และความเชี่ยวชาญในธุรกิจติดตามหนี้มาเป็นระยะเวลากว่า 20 ปี ก่อนที่จะขยายธุรกิจมาลงทุนซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารในปี 2557 ทั้งหนี้ที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกัน จากนั้นในปี 2559 บริษัทฯ ได้จัดตั้งศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า หรือ Call Center เพิ่มเติม เพื่อขยายขอบเขตการให้บริการให้ครอบคลุมความต้องการลูกค้าของบริษัทฯ รวมทั้ง ให้บริการแก่บริษัททั่วไปที่ต้องการทีม Call Center มืออาชีพเข้ามาช่วยดูแลสนับสนุนการขายและการตลาด จึงมองว่า  CHAYO ยังมีโอกาสเติบโตได้อีกมาก การเข้ามาระดมทุนในตลาดหลักทรัพย์ mai ครั้งนี้ จะเป็นการปลดล็อคในเรื่องเงินทุน และเพิ่มขีดความสามารถในการเข้าซื้อกองหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหาร สร้างความเชื่อมั่นต่อสถาบันการเงินและหน่วยงานต่างๆ อีกทั้ง ยังเป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรดี จึงมองว่า CHAYO จะเป็นอีกหุ้น Growth Stock ที่น่าสนใจสำหรับการลงทุนที่มีคุณภาพ” นายชนะชัย กล่าว
 
*** ระดมเงินซื้อหนี้ด้อยคุณภาพ
                เงินที่ได้จากการระดมทุนนำไปใช้ประมูลซื้อกองสินทรัพย์ด้อยคุณภาพทั้งประเภทที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกันประมาณร้อยละ 65 - 80 ส่วนที่เหลือนำไปจ่ายชำระคืนเงินกู้ยืมสถาบันการเงินราวร้อยละ 15 - 25 และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินงานราวร้อยละ 5 - 10 ของจำนวนเงินที่ได้จากการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนแก่ประชาชนทั่วไปในครั้งนี้ หลังหักค่าใช้จ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ซึ่งระยะเวลาในการใช้เงินอยู่ภายในปี 2561
                “CHAYO มั่นใจว่าการเข้าจดทะเบียนในครั้งนี้ จะสร้างความเชื่อมั่นต่อลูกค้าของเรา และสนันสนุนการเติบโตในทุกๆ ด้าน โดยเฉพาะธุรกิจลงทุนบริหารสินทรัพย์ด้อยคุณภาพ เนื่องจากเป็นธุรกิจที่มีอัตรากำไรที่ดี และมีแนวโน้มการเติบโตต่อเนื่องในอนาคต โดยบริษัทฯ ตั้งเป้าจะซื้อหนี้ด้อยคุณภาพประเภทมีหลักประกันประมาณร้อยละ 70–75 และเป็นหนี้ที่ไม่มีหลักประกันประมาณร้อยละ 25–30 ของเงินลงทุนในธุรกิจบริหารหนี้ ปัจจุบันพอร์ตบริหารหนี้ส่วนใหญ่เป็นหนี้ด้อยคุณภาพประเภทไม่มีหลักประกัน อย่างไรก็ตาม ก็ขึ้นอยู่กับโอกาสทางธุรกิจ เพื่อสนับสนุนรายได้และกำไรให้เติบโตอย่างมีนัยสำคัญในอนาคต” นายสุขสันต์ กล่าว          
                ทั้งนี้ ในปีที่ผ่านมาบริษัทฯ วางงบลงทุนราว 200 – 300 ล้านบาท สำหรับซื้อสินทรัพย์ด้อยภาพทั้งที่มีหลักประกันและไม่มีหลักประกันเข้ามาบริหาร ซึ่งยังไม่รวมเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ จึงเชื่อว่า จะยิ่งเพิ่มขีดความสามารถในการซื้อหนี้ด้อยคุณภาพเข้ามาบริหารได้มากยิ่งขึ้น  สำหรับพอร์ตหนี้ด้อยคุณภาพภายใต้การบริหารของบริษัทฯ มีแนวโน้มการเติบโตที่ดี โดยมูลหนี้ก่อนหักหลักประกันในช่วง 3 ปีย้อนหลัง ในปี 2557 – 2559 มีจำนวนประมาณ 20,330 ล้านบาท 25,930 ล้านบาท และ 26,680 ล้านบาทตามลำดับ ส่วนในงวดไตรมาส 3/2560 มีมูลหนี้รวมประมาณ 28,430 ล้านบาท

*** ABM พร้อมขายไอพีโอ 75 ล้านหุ้น 
    นางศรัณยา กระแสเศียร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เซจแคปปิตอล จำกัด ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของ บริษัท เอเชีย ไบโอแมส จำกัด (มหาชน) หรือ ABM เปิดเผยว่า สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ได้อนุญาตให้ ABM เสนอขายหุ้นที่ออกใหม่ต่อประชาชนทั่วไป (IPO) แล้ว ซึ่ง ขณะนี้ ABM มีความพร้อมเป็นอย่างมากในการเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)  โดยเปิดให้นักลงทุนมีการจองซื้อหุ้น IPO ของบริษัทฯก่อนที่จะเข้าเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ mai ก่อนสิ้นไตรมาส 1/ 60
    “หลังจากนี้ ABM จะดำเนินตามขั้นตอนที่ได้เตรียมไว้ โดยเริ่มจากการโรดโชว์ที่ อ.หาดใหญ่ จ. สงขลา ก่อนที่จะปิดท้ายโรดโชว์ที่กรุงเทพฯ ซึ่งคาดว่าจะได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน เนื่องจากบริษัทฯ มีผลการดำเนินงานเป็นที่น่าพอใจในช่วงที่ผ่านมา " 
     ด้านนางสาวธิญาดา ควรสถาพร กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอเชีย ไบโอแมส จำกัด (มหาชน) หรือ ABM กล่าวว่า บริษัทจะนำเสนอขายหุ้น IPO จำนวน 75 ล้านหุ้น คิดเป็น 25.00% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออก และเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ โดยมีมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ หรือพาร์ที่ 0.50 บาทต่อหุ้น โดยในปัจจุบัน ABM มีทุนเรียกชำระแล้ว 112.50 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 225 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ 0.50 บาทต่อหุ้น และภายหลังเสนอขายหุ้น IPO บริษัทจะมีทุนชำระแล้ว 150 ล้านบาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญ 300 ล้านหุ้น
     นางสาวพัชพร สรรคบุรานุรักษ์ กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ เคจีไอ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) แกนนำการจัดจำหน่าย และรับประกันการจัดจำหน่ายหุ้นสามัญเพิ่มทุน กล่าวว่า ABM มีแผนที่จะเดินสายนำเสนอข้อมูลบริษัทแก่นักลงทุน หรือโรดโชว์ โดยมีเป้าหมายเพื่อพบ และให้ข้อมูลกับนักลงทุน 2 จังหวัด ได้แก่ สงขลา และกรุงเทพมหานคร โดยเชื่อว่า ABM จะได้รับกระแสตอบรับที่ดีจากนักลงทุนด้วยทีมงานผู้บริหารที่มีความเชี่ยวชาญ และประสบการณ์ ในการเป็นผู้จัดหาและจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์เชื้อเพลิงชีวมวล ซึ่งเป็นธุรกิจที่มีโอกาสขยายตัวตามความต้องการที่เพิ่มสูงขึ้นในอนาคต
 
*** ระดมทุนขยายพื้นที่เก็บวัตถุดิบ-สร้างโรงงานใหม่
    นางสาวธิญาดา กล่าวว่า เม็ดเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ บริษัทฯ มีแผนลงทุนที่จะใช้ในการขยายพื้นที่เก็บรวบรวมกะลาปาล์มเพิ่มเติมในประเทศอินโดนีเซีย และมาเลเซีย ลงทุนจัดตั้งโรงงานผลิตชีวมวลอัดแท่งกับบริษัทร่วมทุนพื้นที่บริเวณภาคใต้ รวมถึงลงทุนจัดตั้งโรงงานผลิตไม้สับ และโรงงานผลิตชีวมวลอัดแท่งใน จังหวัดสุราษฎร์ธานี และส่วนที่เหลือคาดว่าจะใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในการดำเนินธุรกิจ 

***TAKUNI พร้อมให้ CAZ ขาย IPO 80 ล้านหุ้น 
    บริษัท ทาคูนิ กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TAKUNI แจ้งว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท อนุมัติให้บริษัท ซี เอ แซด (ประเทศไทย) จำกัด (CAZ) แปลงสภาพเป็นบริษัท มหาชน จำกัด เพื่อยื่นคำขออนุญาตเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai)  โดยอนุมัติการเสนอขาย และจัดสรรหุ้นสามัญเพิ่มทุน ให้แก่ประชาชนทั่วไป (IPO) และผู้ถือหุ้นสามัญของบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้น (Pre-emptive right) จำนวนประมาณ 80 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาทน โดย  CAZ จะเพิ่มทุนจดทะเบียนจาก 100 ล้านบาท เป็น 140 ล้านบาท มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท จัดสรรจำนวน 64 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท เพื่อเสนอขายหุ้น ให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก และจำนวน 16 ล้านหุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้หุ้นละ 0.50 บาท ให้แก่ผู้ถือหุ้นของบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท (Pre-emptive Right)  โดยกำหนดสัดส่วนให้สิทธิจองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของ CAZ เป็น 50 หุ้นของบริษัท ต่อ 1 หุ้นเพิ่มทุนของ CAZ
    ทั้งนี้ การทำ IPO ดังกล่าวทำให้บริษัทมีส่วนแบ่งกำไรหรือสิทธิในการออกเสียงใน CAZ ลดลงจากเดิมร้อยละ 51.30 เหลือร้อยละ 36.64 หรือคิดเป็นอัตราลดลง (Dilution Effect) ร้อยละ 14.66 อย่างไรก็ดี CAZ ยังคงมีสถานะเป็นบริษัทย่อยของบริษัท ภายหลังจากการทำ IPO เนื่องจากยังคงมีอำนาจควบคุมใน CAZ
      "การนำหลักทรัพย์ของ CAZ เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ โดยการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) และผู้ถือหุ้นสามัญของบริษัทตามสัดส่วนการถือหุ้นในบริษัท (Pre-emptive Right) จะเกิดขึ้นภายหลังที่ CAZ ได้รับอนุญาตให้เสนอขายหุ้นเพิ่มทุนจากสานักงานคณะกรรมการ ก.ล.ต. ซึ่งคาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปี 2561

*** CMAN ยื่นไฟลิ่งขายไอพีโอ 280 ล้านหุ้น 
      นายพิธาดา วัชรศิริธรรม รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายกลุ่มลูกค้าบรรษัท ธนาคารทิสโก้ จำกัด (มหาชน)  ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงินของบริษัท เคมีแมน จำกัด (มหาชน) หรือ CMAN  เปิดเผยว่า  เคมีแมน ได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลเสนอขายหลักทรัพย์ (ไฟลิ่ง) ต่อสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เพื่อขอเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนทั่วไปเป็นครั้งแรก (IPO) จำนวนไม่เกิน 280 ล้านหุ้น
          โดยการเสนอขายหุ้นไอพีโอจำนวนไม่เกิน 280 ล้านหุ้น คิดเป็นไม่เกิน 28% ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและเรียกชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุน ก่อนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย โดยจะนำเงินที่ได้จากการระดมทุนในครั้งนี้ไปใช้ขยายธุรกิจ รวมถึงคืนเงินกู้จากสถาบันการเงิน และใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ
          ทั้งนี้ ปัจจุบัน บมจ.เคมีแมน มีทุนจดทะเบียน 1,000 ล้านบาท โดยทุนที่ออกจำหน่ายและเรียกชำระแล้วทั้งหมดมีจำนวน 720 ล้านบาท หรือคิดเป็น 720 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 1 บาท ซึ่งดำเนินธุรกิจผลิตและจำหน่ายปูนไลม์และผลิตภัณฑ์เคมีต่อเนื่อง โดยทำการแปรสภาพแร่ธรรมชาติสู่ผลิตภัณฑ์แร่เคมีพื้นฐานและเคมีสังเคราะห์ เพื่อนำไปเป็นวัตถุดิบตั้งต้นที่มีความสำคัญในกระบวนการผลิตสินค้าสำหรับอุตสาหกรรม เช่น อุตสาหกรรมเหมืองแร่โลหะและอโลหะ อุตสาหกรรม เยื่อกระดาษและกระดาษ อุตสาหกรรมน้ำตาล อุตสาหกรรมพลาสติกชีวภาพ เป็นต้น
 
***ชูธุรกิจผลิต-จำหน่ายปูนไลม์รายใหญ่
           นายอดิศักดิ์ เหล่าจันทร์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารบริษัท เคมีแมน จำกัด (มหาชน)  เปิดเผยว่า บริษัทและบริษัทย่อยเป็นผู้นำในอุตสาหกรรมปูนไลม์และผลิตภัณฑ์เคมีต่อเนื่องในภูมิภาคเอเชีย และเป็นผู้ผลิตและจำหน่ายปูนไลม์รายใหญ่ที่สุดในไทย โดยมีกำลังการผลิตติดตั้งปูนไลม์ ณ วันที่ 30 มิ.ย. 2560 รวมประมาณ 800,000 ตันต่อปี มาจากฐานการผลิตในประเทศไทย 3 แห่ง ประกอบด้วย 1.โรงงานแก่งคอย จ.สระบุรี 2.โรงงานพระพุทธบาท จ.สระบุรี และ 3.โรงงานระยอง ตั้งอยู่ที่ อ.ปลวกแดง จ.ระยอง
          ขณะเดียวกัน บริษัทเป็นผู้ผลิตปูนไลม์เพียงรายเดียวในประเทศไทย ที่ได้รับประทานบัตรอายุ 25 ปี โดยสิ้นสุด 23 มิ.ย. 2583 จากกรมอุตสาหกรรมพื้นฐานและการเหมืองแร่ กระทรวงอุตสาหกรรม ซึ่งอนุญาตให้บริษัทเป็นผู้ดำเนินงานเหมืองแร่หินอุตสาหกรรมชนิดหินปูน เพื่ออุตสาหกรรมปูนซีเมนต์และเพื่อปูนขาว ที่ ต.ทับกวาง อ.แก่งคอย จ.สระบุรี
          ดังนั้นจึงทำให้บริษัทมีแหล่งแร่หินปูนเคมีคุณภาพดี สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าในอุตสาหกรรมที่หลากหลาย รวมถึงสร้างความได้เปรียบในเชิงการแข่งขัน นอกจากนี้ยังมีการปฏิบัติตามมาตรการป้องกันและแก้ไขผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมรวมถึงการติดตามตรวจสอบตามที่กำหนดไว้ในรายงาน EIA
          “เรามีการจัดจำหน่ายผลิตภัณฑ์ให้แก่ลูกค้าทั้งในและต่างประเทศรวมกว่า 20 ประเทศ โดยมีการจัดตั้งศูนย์กระจายสินค้าในประเทศออสเตรเลีย และในปีนี้ยังได้จัดตั้งบริษัทร่วมทุนกับพันธมิตรในประเทศอินเดีย เพื่อผลิตและจำหน่ายปูนไลม์ที่จะเป็นการต่อยอดขยายฐานลูกค้าในอนาคต” นายอดิศักดิ์ กล่าว 

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด