ข่าวนี้ที่ 1

SET เดือนเม.ย.เสี่ยงปรับฐานแตะ 1,730 จุด แนะพักเงินหุ้นปันผล

SET เดือนเม.ย.เสี่ยงปรับฐานแตะ 1,730 จุด แนะพักเงินหุ้นปันผล

    กูรูมองหุ้นไทยเดือนเม.ย.ผันผวนสูง วอลุ่มเบาบาง หวั่นดัชนีปรับฐานลงสู่ระดับ 1,730 จุด เหตุติดวันหยุดยาว สารพัดปัจจัยลบรุมเร้า ทั้งสงครามการค้าสหรัฐฯ-จีน การเมืองไทยเริ่มไม่แน่นอน แนะพักเงินในกลุ่ม Defensive และ Laggard นำโดย BDMS-CPN-ERW-KBANK-SYNEX รวมถึงหุ้นที่จ่ายปันผลสูงกว่า 3% ที่ยังไม่ได้ขึ้นเครื่องหมาย XD

*** ซีแอลเอสเอ มองวอลุ่มเดือนเม.ย.เบาบาง
    นายปริญญ์ พานิชภักดิ์ กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์(บล.)ซี แอล เอส เอ (ประเทศไทย) เปิดเผยกับ “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” ว่า ภาวะตลาดหุ้นไทยในช่วงเดือนเมษายนนี้คาดว่าจะมีวอลุ่มเบาบาง เนื่องจากมีวันหยุดหลายวัน แต่อย่างไรก็ตาม ยังเชื่อมั่นว่า ดัชนีหุ้นไทยจะยืนเหนือ 1,800 จุดได้ไม่ยาก เพราะจะเข้าสู่ช่วงประกาศงบไตรมาส 1/61 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ซึ่งเชื่อว่าผลประกอบการโดยรวมจะออกมาเติบโตเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า(QoQ) และ ในช่วงเดียวกันของปีก่อน(YoY) )
    “จากการที่ธนาคารยกเลิกค่าธรรมเนียมนั้นไม่ได้ส่งผลกระทบต่อกำไรของธนาคารอย่างมีนัยสำคัญ เบื้องต้นคาดว่ากระทบเพียง 1-3% เท่านั้น จึงไม่ทำให้เราปรับประมาณการกำไรกลุ่มแบงก์ลง อีกทั้ง NPL ก็ไม่ได้เพิ่มขึ้น มีแต่จะลดลง ซึ่งมองว่าหุ้นกลุ่มแบงก์ยังน่าสนใจที่จะลงทุนในช่วงนี้ โดยยังเลือก KBANK และ TMB เป็นหุ้น Top Pick”นายปริญญ์ กล่าว

*** ฟินันเซีย ไซรัส มองหุ้นเม.ย.ไม่สดใส
    บล.ฟินันเซีย ไซรัส แนะกลยุทธ์การลงทุนเดือน เมษายน ระบุ สถิติอดีตที่ SET เดือน เมษายน ปรับขึ้นเฉลี่ย 1.8% M-M ดูจะใช้ไม่ได้ในปีนี้ที่มีประเด็นสงคารมการค้า(Trade war)ระหว่างสหรัฐฯ-จีน แม้เราคาดว่าสุดท้ายจะไม่บานปลาย เพราะไม่เป็นผลดีกับทุกฝ่าย แต่เนื่องจากเดือนนี้ สหรัฐฯจะเผยรายการสินค้าที่จะเรียกเก็บภาษี พัฒนาการของข่าวจึงกระทบ Sentiment ตลาดหุ้นโลก (กระทบจำกัดต่อเศรษฐกิจจริง)
    สำหรับประเด็นในประเทศ เราไม่กังวลแม้โอกาสเลื่อนเลือกตั้งจะสูงขึ้น (ประเด็นนี้ sensitive กับนักลงทุนทั่วไป ไม่ใช่กองทุน ส่วนต่างชาติขายหุ้นไทยมาตลอดอยู่แล้ว) ส่วนการฟรีค่าธรรมเนียมของธนาคาร ในระยะยาวมีผลบวกมากกว่าลบ ภาพของตลาดหุ้นในระยะสั้นจึงไม่สดใสนัก การพักเงินในกลุ่ม Defensive น่าจะเหมาะกว่า แต่ภาพระยะยาวยังมองบวกตามเศรษฐกิจโลกที่อยู่ในวัฏจักรขาขึ้น เดือนนี้แนะนำ BDMS, CPN, ERW, KBANK, SYNEX
    สำหรับกลุ่มที่ยัง laggard อาจกลับมา Outperform ในช่วงที่ตลาดพักฐาน นอกจากหุ้นกลุ่ม Defensive ที่เราแนะนำในระยะนี้ กลุ่มที่ laggard จะเป็นอีกกลุ่มที่มี Downside จำกัด ซึ่งกลุ่มที่เราสนใจคือ ท่องเที่ยว (-9% YTD) และยานยนต์ (-3% YTD) เนื่องจากเป็นกลุ่มที่แนวโน้มกำไร 1Q18 จะออกมาดีทั้งคู่ โดยกลุ่มท่องเที่ยวมีปัจจัยหนุนทั้งการลดหย่อนภาษีเที่ยวเมืองรอง การพัฒนาคลัสเตอร์ท่องเที่ยวเพิ่มอีก 6 คลัสเตอร์ เป็น 15 คลัสเตอร์ และไทยแลนด์ ริเวียร่า เราชอบ ERW (TP 9 บาท) และ MINT (TP 48 บาท) ส่วนกลุ่มยานยนต์น่าสนใจตรง P/E ต่ำ และยอดผลิตรถยนต์ 2M18 +12% Y-Y แนะนำ PCSGH (TP 13 บาท)
 
*** เมย์แบงก์ กิมเอ็ง แนะจับตาสารพัดปัจจัยลบ
    บทวิเคราะห์ บล.เมย์แบงก์ กิมเอ็ง ระบุว่า เดือนเมษายนเต็มไปด้วย Event play มีหลายปัจจัยที่จะเป็นตัวกำหนดทิศทางตลาด นำโดยวันที่ 2 เม.ย. สนช.เตรียมยื่นร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญการเลือกตั้งส.ส.ให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัย ซึ่งกรอบเวลาของการพิจารณาขึ้นอยู่กับว่าศาลจะวินิจฉัยบางมาตราอย่างที่ทำกับพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่มาส.ว.เมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา หรือตีตกทั้งฉบับ ( โรดแมพเลือกตั้ง ก.พ.62 จะเลื่อนหรือไม่ขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ศาลวินิจฉัย) และ ติดตามนายกรัฐมนตรีตัดสินการใช้มาตรา 44 กับกลุ่ม ICT และ TV Digital ซึ่งหากนายกตัดสินใจไม่ใช้มาตรา44 เรามีมุมมองเป็นกลางต่อกลุ่ม ICT และเป็นลบต่อกลุ่ม TV Digital
    และวันที่ 5 เม.ย. ติดตามกระทรวงพลังงานพิจารณาปรับสูตรโครงสร้างการคำนวณราคาเชื้อเพลิงหน้าโรงกลั่นใหม่ เพื่อลดราคาขายปลีกน้ำมัน ในขณะที่วันนี้จะมีการปรับขึ้นค่าแรงทั้งประเทศ 5-22 บาท เป็น 308-330 บาท คาดกระทบภาคเกษตรและบริการสูงที่สุด (โดยภาคเกษตรและบริการมีต้นทุนแรงงานคิดเป็นสัดส่วนสูงกว่า 17 และ 20% ของต้นทุนทั้งหมด ตามลำดับ) ในขณะที่ภาคอุตสาหกรรมปกติจ่ายค่าแรงสูงกว่าอยู่แล้วและด้วยเทคโนโลยีที่เข้ามามีบทบาททำให้ต้นทุนแรงงานมีผลกระทบจำกัด และล่าสุดเมื่อเช้าที่ผ่านมาจีนประกาศขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐ 15-25% สูงกว่า 120 สินค้านำโดยหมูและสินค้าโภคภัณฑ์อื่นๆ เบื้องต้นเราคาด CPF จะได้ประโยชน์ทางอ้อมจากราคาหมูในประเทศจีน(CPP) ที่ปรับตัวขึ้นและความต้องการ Feed stock ที่สูงขึ้น
    ส่วนสัปดาห์นี้คาด SET แกว่งตัวในกรอบ 1,760-1,780 จุด แนะนักลงทุนเปลี่ยนใช้กลยุทธ์ซื้อที่แนวรับ 1,760 และทยอยขายบริเวณแนวต้าน 1,780 และ 1,800 จุด

*** เออีซี หวั่นหุ้นปรับฐานลงทดสอบ 1,730 จุด
    ด้านบล.เออีซี  ประเมินว่า เดือนเมษายน ตลาดหุ้นไทยยังเผชิญความผันผวนสูงและทิศทางเป็นขาลงต่อเนื่อง หลังขาดปัจจัยหนุนใหม่ อีกทั้งยังถูกแรงกดดันจากปัจจัยลบทั้งในและต่างประเทศ ดังนั้นกลยุทธ์ลงทุนหาก SET ปิดหลุด 1,760 จุด แนะนำ Stop Loss และ Wait &See เนื่องจากมองดัชนีมีโอกาสแกว่งลงไปทดสอบระดับ 1,730 จุด แต่หากดัชนียังสามารถปิดยืนเหนือระดับ 1,760 จุด แนะนำ “ขึ้นขาย ลงซื้อ โดยไม่ไล่ราคา”ในหุ้นที่มีปัจจัยบวกเฉพาะ 
    นำโดยหุ้นกลุ่มพลังงานที่ได้อานิสงส์ราคาน้ำมันยังทรงตัวสูงและไม่ได้รับผลกระทบอย่างมีนัยจากการปรับโครงสร้างราคาน้ำมันหน้าโรงกลั่นใหม่ แนะนำ PTT, PTTEP ส่วนหุ้นธนาคารพาณิชย์ ซึ่งคาดราคาจะเริ่มฟื้นตัว หลังปรับลงแรงจากความกังวลสงครามค่าฟี แนะนำ KBANK, SCB, BBL, TMB
    ด้านหุ้น Domestic Play ที่ยังโตแกร่ง พร้อมเป็นหลุมหลบภัย แนะนำ BCH, RJH, MINT, ERW และหุ้นที่จ่ายปันผลสูงเกิน 3% โดยจะขึ้น XD เม.ย.–พ.ค. นี้  แนะนำ KKP, AIT, SC, AP, LH







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด