ข่าวนี้ที่ 1

กูรูมอง Q3 ตลาดหุ้นฟื้น คงเป้าดัชนีสิ้นปี 1,900 จุด

กูรูมอง Q3 ตลาดหุ้นฟื้น คงเป้าดัชนีสิ้นปี 1,900 จุด

 

    วงการคาดตลาดหุ้นไทยจะเริ่มพลิกฟื้นใน Q3/61 หลังปรับลงหนักช่วงก่อนหน้านี้ กด P/E เหลือ 14 เท่า จาก 16 เท่า แนะลงทุนหุ้นที่ยังปรับขึ้นน้อยกว่าตลาด และได้อานิสงส์จากบาทอ่อน-ดอกเบี้ยขาขึ้น ชูหุ้นส่งออก ธนาคาร  อสังหา ค้าปลีก ด้านบิ๊ก mai เผยครึ่งปีหลังไอพีโอคึก 12 บริษัทจ่อคิวเทรด

 
*** บล.ไทยพาณิชย์ คาดตลาดหุ้นฟื้น Q3/61 

    นายอิสระ อรดีดลเชษฐ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายกลยุทธ์การลงทุน สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ ไทยพาณิชย์ จำกัด เปิดเผยในงานแถลง Press Briefing หัวข้อ "แนวโน้มและกลยุทธ์การลงทุนในตลาดหุ้นไทยไตรมาส 3/2561" ว่า บริษัทยังคงเป้าดัชนีหุ้นไทยปลายปีนี้ที่ 1,900 จุด เนื่องจากการขยายตัวของเศรษฐกิจในประเทศยังมีทิศทางที่ดี สะท้อนจากตัวเศรษฐกิจและมีการกระจายตัวของหลายเศรษฐกิจในช่วงที่ผ่านมามีการขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง อาทิผลผลิตสินค้าเกษตรที่เริ่มปรับตัวเพิ่มขึ้น และผลผลิตนอกกลุ่มลินค้าการเกษตรที่ปรับตัวสูงขึ้น
    โดยคาดว่าดัชนีหุ้นไทยจะเริ่มพลิกฟื้นขึ้นในช่วงไตรมาส 3/61 หลังตลาดได้ปรับตัวลดลง ส่งผลให้ valuation ลดลงโดยอัตราส่วน PE ratio ลดลงจาก16 เท่า มาอยู่ที่ 14 เท่า ยังคงแนะนำการลงทุน เน้นหุ้น
ที่ราคายังขึ้นน้อยกว่าตลาด และมีปัจจัยสนับสนุนจากการแข็งค่าของดอลลาร์สหรัฐ และอัตราดอกเบี้ยขาขึ้น โดยกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากเรื่องดังกล่าว ได้แก่ กลุ่มส่งออก และกลุ่มธนาคาร ได้แก่ BBL,KTB,HANA,KCE,CPF และTU

*** มองเทรดน์เงินบาท/ดอลลาร์ยังอ่อนค่า
    ส่วนค่าเงินบาทคาดว่าจะอ่อนค่าต่อเนื่อง หลังเงินดอลลาร์สหรัฐยังเเข็งค่าขึ้น จากปัจจัยอัตราดอกเบี้ย อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ อัตราเงินเฟ้อ ความเชื่อมั่นเศรษฐกิจ และดุลบัญชีเดินสะพัดของสหรัฐ รวมถึง การชะลอตัวของเศรษฐกิจยูโรโซนที่เจอกับแรงเสียดทานหลายๆอย่าง
    "เงินดอลลาร์สหรัฐมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง ตามปัจจัยทางพื้นฐานมากกว่าทางเทคนิค ส่วนอัตราผลตอบแทนพันธบัตรรัฐบาลสหรัฐเริ่มกลับเพิ่มขึ้น คาดว่าเทรนด์นี้จะดำเนินไปอย่างต่อเนื่อง ตามการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย จากอัตราเงินเฟ้อและอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจ ตลอดจนการเติบโตของค่าจ้างและการตึงตัวของตลาดแรงงานในสหรัฐฯ และจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยพันธบัตรไทยปรับขึ้นตามไปด้วย"

*** จับตานโยบายกีดกันทางการค้า
     สำหรับปัจจัยเสี่ยงที่ต้องจับตามองในปัจจุบัน อย่างนโยบายกีดกันทางการค้า เห็นได้จากการโหวต Brexit ที่อาจมีการแยกตัวจากสหภาพยุโรปของสมาชิกบางประเทศ ต่อเนื่องมาจนถึงสหรัฐที่นอกจากจะมีเรื่องสงครามภาษีการค้ากับจีนแล้ว ยังมีแคนาดาและเม็กซิโก ไปจนถึงยุโรป ซึ่งอาจจะส่งผลต่อการเติบโตของเศรษฐกิจโลกในระยะต่อไป โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใต้นโยบายการเงินที่ตึงตัวขึ้นอย่างการขึ้นดอกเบี้ย
 
*** บล.กสิกรไทย เชื่อเลือกตั้งเกิดปี62-คงเป้าดัชนีปีนี้ 1,898 จุด
    นายประกิต สิริวัฒนเกตุ ผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ และนายกำพล อดิเเรกสมบัติ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายวิเคราะห์หลักทรัพย์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) เปิดเผยในงานแถลงข่าว"เศรษฐกิจไทยสดใส ฝ่าประเด็นลบ คงเป้า SET Index 1,898 จุดและทิศทางการลงทุนครึ่งปีหลัง 2561"
      บริษัทยังคงเป้าดัชนีตลาดหุ้นไทยปลายปีนี้ 1,898 จุด เนื่องด้วยมุมมองภาพรวมในประเทศยังคงเป็นบวก กำหนดการเลือกตั้งมีความชัดเจนมากขึ้น คาดว่าจะสามารถกำหนดวันเลือกตั้งที่ชัดเจนได้ภายในเดือนพฤศจิกายน 61 โดยบริษัทประเมินว่าช่วงเวลาที่จะมีการจัดการเลือกตั้งอย่างเร็วที่สุดจะในเดือนกุมภาพันธ์ 62 และอย่างช้าที่สุด เดือนพฤษภาคม 62  ซึ่งจะช่วยผลักดันให้เกิดการลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ ตั้งแต่ช่วงครึ่งปีหลังปี61ไปจนถึงครึ่งปีแรกปี 62         ส่วนภาคการท่องเที่ยวก็คาดว่ายังสามารถเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง ด้านภาคการบริโภคก็ยังปรับตัวดีขึ้นทั้งภาคนอกการเกษตรและภาคการเกษตร ซึ่งบริษัทได้ปรับเพิ่มประมาณการจีดีพีในปี 61 เป็น 4.5% จากเดิม 4.2% และในปี 62 จะเติบโต 4.2% ส่วนค่าเงินบาทปีนี้คาดอยู่ที่ 32.50 - 33.00 บาท/ดอลลาร์ 
     ส่วนความกังวลเกี่ยวกับเศรษฐกิจในตลาดเกิดใหม่อาจชะลอตัวอย่างรุนแรงนั้น ไม่น่าจะรุนแรงอย่างที่ตลาดเป็นกังวล เพราะเศรษบฐกิจเริ่มมีสัญญาณฟื้นตัวอย่างชัดเจน ขณะที่ข้อพิพากการค้าระหว่างสหรัฐฯ และจีนเริ่มมีทิศทางคลี่คลายลงและไม่ได้เกิดเป็นสงครามการโลกเนื่องจากยูโรปและเอเชียไม่ได้เข้าไปทำกำแพงภาษีการค้าด้วยอย่างที่คาดการณ์ไว้

*** ชูกลุ่มแบงก์-การเงิน-อสังหา-ค้าปลีก
    สำหรับอุตสาหกรรมที่น่าลงทุน แนะนำให้ลงทุนอิงตามเศรษฐกิจในประเทศอย่างธนาคารพาณิชย์,กลุ่มการเงิน,กลุ่มอสังหาริมทรัพย์และกลุ่มค้าปลีก ได้แก่ BBL ราคาเป้าหมาย 224 บาท,KTB ราคาเป้าหมาย 20.50 บาท,MTC ราคาเป้าหมาย 48 บาท,ORI ราคาเป้าหมาย 24 บาท,LH ราคาเป้าหมาย  12.90 บาท,AP ราคาเป้าหมาย 10.20 บาท,SPALI ราคาเป้าหมาย 27 บาท,QH ราคาเป้าหมาย 3.90 บาท,CPN ราคาเป้าหมาย 92 บาท,CPALL ราคาเป้าหมาย 100 บาท,BEAUTY ราคาเป้าหมาย 12 บาท,BEM ราคาเป้าหมาย 8.30 บาท,KCE ราคาเป้าหมาย 39.75 บาท,HANA ราคาเป้าหมาย 44 บาทและIVL ราคาเป้าหมาย 66 บาท
     ทั้งนี้ กรณีเลวร้ายที่สุดหากไม่การเลือกตั้งในปี62 และเศรษฐกิจในตลาดเกิดใหม่ลดลง พร้อมกับเกิดสงครามการค้าเต็มรูปแบบ เป้าดัชนีฯ จะลดลงไปอยู่ที่ 1,423 จุด
         
*** บิ๊ก mai เผยมี 12 บริษัทจ่อคิวลงกระดานครึ่งปีหลัง
    นายประพันธ์ เจริญประวัติ ผู้จัดการ ตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) เปิดเผยกับ “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย”ว่า ในช่วงที่เหลือของปีนี้ มีบริษัทเตรียมเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็มเอไอ 12 บริษัท หลังจากช่วงที่ผ่านมาเข้าจดทะเบียนแล้ว 3 บริษัท ซึ่งทั้งปีจะมีมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาด (มาร์เก็ตแคป) รวม 20,000 ล้านบาท ซึ่งกระแสการเข้าจดทะเบียนยังมีอยู่อย่างต่อเนื่อง มีบริษัทที่อยู่ระหว่างเตรียมตัวเข้าจดทะเบียนมากกว่า 100 บริษัท ซึ่ง ตลท. ได้ดำเนินการควบคู่กับกระทรวงพาณิชย์ กระทรวงอุตสาหกรรม และกระทรวงวิทยาศาสตร์ ในการหาบริษัทที่มีศักยภาพอย่างต่อเนื่อง
    สำหรับภาวะตลาดหุ้นไทยที่ซบเซา มีผลส่วนหนึ่งกับการเสนอขายหุ้นเพิ่มทุนให้แก่ประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO) แต่จากบริษัทที่เข้าจดทะเบียนในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุด บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ TEAMG ถือว่ามีความแข็งแกร่ง ซึ่งอยู่ที่พื้นฐานของบริษัท โดยเบื้องต้นไม่มีบริษํทที่จะเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ ขอเลื่อนจดทะเบียน เพราะภาวะตลาดไม่อำนวย
      

 
 


 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด