ข่าวนี้ที่ 1

นายแบงก์หนุนธปท.คุมสินเชื่อรถยนต์ โบรกฯมองกระทบไม่มาก

นายแบงก์หนุนธปท.คุมสินเชื่อรถยนต์ โบรกฯมองกระทบไม่มาก

    "นายแบงก์" ยันปล่อยสินเชื่อรถยนต์ตามมาตรฐาน พร้อมหนุนธปท.ออกเกณฑ์ควบคุม หลังพบลิสซิ่งค่ายรถ-เต็นท์รถ แข่งตัดราคา-ลดวางเงินดาวน์ หวังดึงส่วนแบ่งการตลาดคืนจากธนาคาร หวั่นเกิดผลเสียต่อระบบในระยะยาว โบรกฯชี้อัตราส่วนสินเชื่อที่มีปัญหาขณะนี้ยังไม่น่าห่วง แต่แนะนำหลีกเลี่ยงลงทุน  TISCO-KKP-TCAP เปลี่ยนเข้าลงทุนหุ้น MTC-SAWAD เพื่อรอความชัดเจนของมาตรการ 

*** นายแบงก์หนุน! คุมสินเชื่อรถยนต์

    นายศักดิ์ชัย พีชะพัฒน์ กรรมการจัดการใหญ่ บริษัท ทิสโก้ไฟแนนเชียลกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TISCO เปิดเผยกับ “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” ว่า ในส่วนของธนาคารเองขณะนี้ยังไม่พบสัญญาณสินเชื่อเงินทอนที่ธนาคารแห่งประเทศไทยกังวลอยู่ เนื่องจากธนาคารมีเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง และยังใช้วิธีการวางเงินดาวน์ในระดับสูง แต่เป็นเรื่องดีหากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.)จะเข้าตรวจสอบในเรื่องนี้ เพื่อไม่ให้เกิดผลเสียต่อระบบในระยะยาว
    “ยอดขายรถยนต์ต่อปีควรอยู่ในระดับที่เหมาะสมประมาณ 1 ล้านคัน โดยหากมากกว่า 1 ล้านคันจะเกิดซัพพลายส่วนเกิน และ คุณภาพของลูกค้าจะแย่ลง ซึ่งส่งผลให้ความสามารถในการผ่อนชำระลดลง โดยจะวนกลับมาสู่วัฎจักรเดิม คือ ลูกค้าผ่อนชำระไม่ไหว และ นำไปสู่การยึดรถ ซึ่งส่งผลเป็นลูกโซ่ทำให้ราคารถมือ 2 ตกลงไปอีก เพราะตอนนี้รายได้ประชากรระดับกลางและล่างยังไม่สมดุลกับรายจ่าย”นายศักดิ์ชัย กล่าว

    ด้านนายไพโรจน์ ชื่นครุฑ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านธุรกิจสินเชื่อยานยนต์ ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) หรือ BAY เปิดเผยกับ “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” ว่า การดำเนินธุรกิจของ กรุงศรี ออโต้ทำตามแนวทางการให้สินเชื่ออย่างรับผิดชอบ (Responsible Lending) โดยนำเสนอเงื่อนไขสินเชื่อที่เหมาะสมกับความสามารถของลูกค้าในการผ่อนชำระ และ มีการบริหารความเสี่ยงเชิงรุกที่รัดกุม (Proactive Risk Management) ทำให้สามารถบริหารคุณภาพของพอร์ตสินเชื่อได้อย่างมีประสิทธิภาพ อีกทั้ง ยังมุ่งปฏิบัติตามมาตรการของธปท. อย่างเคร่งครัด
    ซึ่งหากธปท. ออกมาตรการควบคุมสินเชื่อยานยนต์ด้านมาตรฐานสัดส่วนเงินดาวน์อย่างเข้มงวดขึ้น ถือว่าเป็นประโยชน์โดยตรงต่อผู้บริโภค เพราะจะช่วยควบคุมเงื่อนไขการขอสินเชื่อให้สอดคล้องกับความสามารถในการผ่อนชำระอีกด้วย

*** ต้นเหตุค่ายรถเร่งยอดหวังทวงส่วนแบ่งตลาด

    นายศักดิ์ชัย เปิดเผยต่อว่า ปัญหาสินเชื่อเงินทอนเกิดจากปีที่ผ่านมาผู้ประกอบการค่ายรถยนต์ ที่ส่วนใหญ่มีหน่วยงานลีสซิ่งเป็นของตนเอง ได้สูญเสียส่วนแบ่งทางการตลาดไป ทำให้ค่ายรถยนต์หันมาเร่งเพิ่มส่วนแบ่งการตลาดในปีนี้ ด้วยการแข่งขันด้านราคา ซึ่งแตกต่างจากธนาคารพาณิชย์ที่มีเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง และ ให้ลูกค้าวางเงินดาวน์ในระดับสูง เพื่อลดความเสี่ยงทางด้านสินเชื่อเงินทอนได้ในระดับหนึ่ง

    นายป้อมเพชร รสานนท์ รองกรรมการผู้จัดการ ธุรกิจสินเชื่อรถยนต์ ธนาคารธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TBANK เปิดเผยกับ “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” ว่า กรณีดังกล่าวเกิดจากการแข่งขันด้านราคา ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางธปท.กังวล เพราะการปล่อยสินเชื่อในลักษณะนี้จะเน้นการวางเงินดาวน์ที่ลดลง อย่างไรก็ตามปัจจุบันมาร์จิ้นการปล่อยสินเชื่อรถยนต์ไม่ได้สูงเหมือนในอดีตที่ผ่านมา เฉลี่ยอยู่ที่ 3-5%
    “คนแข่งกันปล่อยกู้ ซึ่งปัจจุบันแข่งขันกันในรูปแบบของเงินดาวน์มากกว่า โดยรถมือ 2 ส่วนใหญ่ปล่อยกู้ 90-95% และ รถป้ายแดงจะดาวน์ 20% แต่ในระบบอาจให้ดาวน์ 5% ขึ้นอยู่กับความสามารถ และ คุณภาพของลูกค้าเป็นหลัก แต่ดีลเลอร์หากต้องการเสนอเงื่อนไขให้กับลูกค้าก็จะไปอยู่ในรูปแบบเงินดาวน์มากกว่า เช่น ลดเงินดาวน์ลงมา”นายป้อมเพชร กล่าว
    สำหรับสินเชื่อรถยนต์ของธนาคารในปีนี้ตั้งเป้าหมายเติบโตไว้ที่ 6% จากปี 61 ที่มีการเติบโต 10% โดยมีสินเชื่อรถยนต์คงค้าง ณ ปัจจุบันอยู่ที่ 3 แสนล้านบาท ครองตำแหน่งเจ้าตลาดอันดับ 1 ในด้านสินเชื่อรถยนต์คงค้าง ส่วนหนี้ที่มิก่อให้เกิดรายได้ (NPL) ของสินเชื่อรถยนต์ของธนาคาร ปัจจุบันอยู่ในระดับต่ำ และต่ำกว่าอุตสาหกรรม ซึ่งมาจากการบริหารความเสี่ยงที่ดี โดยธนาคารมีเครื่องมือควบคุมความเสี่ยงโดยเฉพาะทั้งเครดิตสกอร์ริ่ง และ เครดิตบูโร

    ด้านแหล่งข่าวจากธนาคารพาณิชย์แห่งหนึ่ง เปิดเผยกับ “สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย” ว่า ธนาคารส่วนใหญ่จะมีเครื่องมือในการบริหารความเสี่ยง และ มีมาตรฐานในการพิจารณาสินเชื่อที่ดีอยู่แล้ว ซึ่งสิ่งที่ทางธปท.เป็นห่วง และอาจนำไปสู่การออกกฎระเบียบนั้นมาจากผู้ประกอบการที่ลดเงินดาวน์ และเสนอเงื่อนไขในรูปแบบให้สินเชื่อเกินราคาประเมินเพื่อดึงดูดลูกค้า
    “ที่ผ่านมาพบว่าตามเต๊นท์รถ หรือ ผู้ประกอบการค่ายรถ มีกิจกรรมการตลาด ไม่ต้องวางดาวน์ก็เอารถออกไปได้ ซึ่งทำไปเพราะต้องการเอายอด แต่ไม่ได้คำนึงถึงความสามารถในการผ่อนของลูกค้า และจะส่งผลเสียต่อระบบ โดยเห็น NPL รถเพิ่มขึ้น เห็น NPL ที่กล่าวถึงเป็นพิเศษที่เพิ่มขึ้น ทำให้ธปท. ต้องมาควบคุม”แหล่งข่าว กล่าว

*** โบรกฯชี้อัตราหนี้มีปัญหายังไม่น่าห่วง แต่แนะเลี่ยงลงทุนรอความชัดเจน

    บล.เอเซีย พลัส ระบุ ธปท.ได้แสดงความกังวลถึงความเสี่ยงของสินเชื่อรถยนต์ หลังเริ่มเห็นการปล่อยสินเชื่อเติบโตขึ้นอย่างมีนัยฯ แต่จากการพิจารณาอัตราส่วนหนี้ที่มีปัญหาต่อสินเชื่อรวม  (NPL/Loans) ของสินเชื่อรถยนต์พบกว่าต่ำเพียง 1% เศษ แม้ยอดหนี้สินเชื่อรถยนต์ที่ค้าง 1-3 เดือน (Special mention)จะสูงถึง 7%  ก็ตามเพราะเป็นเพียงพฤติกรรมของผู้กู้จะมีการหยุดจ่ายเป็นช่วงๆ   เพราะเกณฑ์การยึดรถยนต์ บริษัทผู้ให้กู้ต้องแจ้งล่วงหน้า 1 เดือนก่อนยึดรถยนต์  ดังนั้น ผู้กู้มักจะกลับมาจ่ายเงินกู้เมื่อ เดือนที่ 4  ประกอบกับรถยนต์เป็นสินทรัพย์สภาพคล่องที่สามารถขายทอดตลาดได้ง่ายและมักครอบคลุมมูลค่าหนี้ ทำให้ NPL และ การตั้งสำรองฯ จะไม่สูงเหมือนกับการปล่อยสินเชื่อทั่วไป ประเด็นนี้จึงไม่น่ากังวลนัก
    ทั้งนี้ยอดขายรถยนต์ปี 62 ที่คาดว่าจะไม่เติบโตมาก เนื่องจากฐานสูงในปี 61 และนโยบายให้สินเชื่อที่แตกต่างกันโดยรวมจึงยังประเมินว่ายังไม่น่ากังวลนัก แต่หากมีการควบคุมสินเชื่ออาจสร้างบรรยากาศเชิงลบต่อผู้ประกอบการที่ปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ในปริมาณสูง อาทิ TCAP (สัดส่วนการปล่อยสินเชื่อ ณ สิ้นปี 61 อยู่ที่ 56%), TISCO (สัดส่วน 52%) และ KKP (สัดส่วน 49%)
    จึงแนะนำให้ Switch จากหุ้นเช่าซื้อ ทั้ง TISCO, KKP, TCAP มายังหุ้นกลุ่มผู้ให้สินเชื่อทะเบียนรถยนต์ โดยเฉพาะหุ้น MTC ซึ่งยังมีอัพไซด์สูง รวมถึง JMT ที่ยังคงได้ประโยชน์จากหนี้ที่ยังอยู่ในระดับสูง 
    
    บล.บัวหลวง ระบุ ประเด็นนี้มีความเสี่ยงอยู่ หากธปท.พบว่ามีมาตรการปล่อยสินเชื่อที่ผ่อนคลายเกินไป หรือมีการให้เงินทอนหรือเงินกู้เพิ่มเติมจากสินเชื่อ อาจมีการใช้มาตรการที่คล้ายกับมาตรการ LTV ภาคอสังหาฯ ซึ่งอาจกำหนดให้ต้องมีการวางเงินดาวน์เพิ่มขึ้น แต่ในเชิงพื้นฐานจะกระทบต่อหุ้นแบงก์เช่าซื้ออย่าง TISCO, KKP, TCAP น้อยมาก โดย TCAP จะกระทบมากกว่า TISCO และ KKP เล็กน้อย เพราะ TCAP มีพอร์ตรถมือหนึ่งมากกว่า ในขณะที่กลุ่มนอนแบงก์อย่าง MTC และ SAWAD คาดไม่ได้รับผลกระทบ
    อย่างไรก็ดีในมุมมองกลยุทธ์ แนะให้หลีกเลี่ยงหุ้นกลุ่มแบงค์เช่าซื้อไว้ก่อน รอดูความชัดเจนของมาตรการอีกครั้ง

*** ดีบีเอสฯไม่กังวล แนะเก็บ KKP, TISCO รับปันผลสูง

    บล.ดีบีเอส วิคเคอร์ส เผย ได้สอบถามธนาคารที่เน้นปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ที่ทำการวิเคราะห์ คือ KKP, TCAP และ TISCO ได้ข้อมูลว่า ทั้ง 3 ธนาคารไม่มีการปล่อยสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์เงินทอน โดยปัจจุบันปล่อยสินเชื่อไม่เกิน 80% ของมูลค่าหลักประกัน (LTV 80%)
    แนะนำซื้อ KKP ราคาพื้นฐาน 97 บาท โดยจุดเด่นคือจ่ายปันผลสูง โดย KKP ประกาศจ่ายปันผลสำหรับงวดครึ่งหลังปี 61 อยู่ที่ 3 บาท/หุ้น ซึ่งจากราคาหุ้นปัจจุบันมีอัตราส่วนผลตอบแทนเท่ากับ 4.3% กำหนดขึ้น XD ในวันที่ 30 เม.ย.62  และคาดการณ์อัตราส่วนผลตอบแทนปี 62 อยู่ที่ 7.2% จ่ายปีละ 2 ครั้ง 
    แนะนำซื้อ TISCO ราคาพื้นฐาน 102 บาท TISCO ประกาศจ่ายปันผลสำหรับงวดปี 61 เท่ากับ 7 บาท/หุ้น กำหนด XD 29 เม.ย.62 ณ จากราคาหุ้นปัจจุบัน จะให้อัตราส่วนผลตอบแทนสำหรับทั้งปี 61 เท่ากับ 7.9% และคาดการณ์อัตราส่วนผลตอบแทนปี 62 อยู่ที่ 5.6-7.9% จ่ายปีละ 1 ครั้ง                                       







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด