ข่าวนี้ที่ 1

MINT ทุ่ม 7.4 พันลบ. ซื้อโรงแรมยุโรป-หุ้นดิ่งหวั่นแบกภาระหนี้

MINT ทุ่ม 7.4 พันลบ. ซื้อโรงแรมยุโรป-หุ้นดิ่งหวั่นแบกภาระหนี้

"ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล" ทุ่มงบกว่า 7.4 พันล้านบาท  เข้าถือหุ้น 8.6% ใน เอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ป เป็นเครือโรงแรมใหญ่อันดับ 6 ของ ยุโรป สร้างเครืองข่ายโรงแรมและรีสอร์ทอีก 382 แห่ง ใน 30 ประเทศทั่วทวีปยุโรป อเมริกาและแอฟริกา ระบุเตรียมใช้แหล่งทุนจากเงินกู้ มั่นใจช่วยสร้างผลตอบแทนได้อย่างแข็งแกร่ง ด้านกูรูมองหุ้นดิ่งระยะสั้น เหตุกังวลภาระหนี้   
 
*** ทุ่มงบ 7.4 พันลบ.ซื้อหุ้น NH Hotel Group
    นายเอ็มมานูเอล จู๊ด ดิลิปรัจ ราชากาเรีย กรรมการ บริษัท ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน) หรือ MINT เปิดเผยว่า บริษัท MHG International Holding (Singapore) Pte. Ltd. ซึ่งเป็นบริษัทย่อย  าทำสัญญาซื้อหุ้นจำนวน 30 ล้านหุ้น ในบริษัท NH Hotel Group SA. บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แมดริด ซึ่งเป็นเจ้าของและดำเนินธุรกิจโรงแรม 382 โรงแรมในทวีปยุโรป อเมริกาและแอฟริกา เป็นผลให้ MINT ถือหุ้นทั้งสิ้นในสัดส่วน 8.6% ในเอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ปเมื่อรวมหุ้นสามัญทั้งหมด (fully diluted) การลงทุนในเอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ปเป็นการลงทุนเชิงกลยุทธ์ของ MINT โดยใช้เงินลงทุน  192 ล้านยูโร (หรือประมาณ 7,405 ล้านบาท) โดยใช้เงินกู้ยืมเป็นแหล่งเงินทุน  
     เอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ป เป็นเครือโรงแรมใหญ่อันดับ 6 ของทวีปยุโรป มีโรงแรมและรีสอร์ทจำนวน 382 แห่ง ประกอบด้วยห้องพักรวม 59,350 ห้องใน 30 ประเทศทั่วทวีปยุโรป อเมริกาและแอฟริกา  บริษัทได้ถูกก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2521 และปัจจุบันได้กลายมาเป็นหนึ่งใน 25 เครือโรงแรมชั้นนำระดับโลก โดยมีความชำนาญในการดำเนินธุรกิจโรงแรมระดับกลางถึงระดับบน แบรนด์ NH และ NH Collection เป็ นที่รู้จักอย่างกว้างขวาง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในทวีปยุโรป และมีศักยภาพในการเติบโตทั้งในด้านของตัวโรงแรมและชื่อเสียงของแบรนด์ไปทั่วโลก 
    นอกจากนี้ กลุ่มโรงแรมภายใต้เอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ปมีความน่าดึงดูด ทั้งในแง่ของทำเลที่ตั้งและคุณภาพของโรงแรม ซึ่งยากที่จะสร้างเครือข่ายได้ใหม่ โดยภายหลังจากการลงทุน กลุ่มโรงแรมดังกล่าวจะยังคงดำเนินงานภายใต้แบรนด์ที่มีชื่อเสียงของเอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ ป ได้แก่ NH Hotels, NH Collection Hotels, nhow Hotels และ Hesperia Resorts 

*** ขยายธุรกิจสู่ระดับโลก
    นายดิลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร ไมเนอร์ โฮเทลส์ ในเครือ MINT เปิดเผยว่า การลงทุนดังกล่าวเป็นไปตามกลยุทธ์ของ MINT ในการหาโอกาสในการลงทุนทางการเงินที่มีความน่าดึงดูดเพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับบริษัท ด้วยอัตราส่วนมูลค่าสุทธิของกิจการต่อกำไรก่อนหักดอกเบี้ย ภาษี ค่าเสื่อมราคาและค่าตัดจำหน่าย (EV/EBIDA) ที่ 10.6 เท่าในปี 2561 รวมถึง การต่อยอดธุรกิจในตลาดที่ MINT มีการดำเนินธุรกิจอยู่ในปัจจุบัน ซึ่งรวมถึงภูมิภาคเอเชีย ออสเตรเลีย ตะวันออกกลาง และยุโรป โดยจะช่วยส่งเสริมธุรกิจในภูมิภาคยุโรป ด้วยเครือข่ายธุรกิจของเอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ปที่ไม่ซ้ำซ้อนกับเครือข่ายธุรกิจเดิมของ MINT ในประเทศโปรตุเกสและบราซิล จากการที่ MINT ได้เข้าซื้อกลุ่มโรงแรมทิโวลี โฮเทล แอนด์ รีสอร์ท ในปี 2559
    “การลงทุนครั้งนี้นับเป็นก้าวสำคัญของไมเนอร์ โฮเทลส์ ซึ่งช่วยให้บริษัทมีโอกาสในการเร่งขยายธุรกิจของเราในระดับโลก ผ่านการลงทุนในเอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ป " นายดิลิป กล่าว 

*** มั่นใจสร้างผลตอบแทนยั่งยืน
     เอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ปมีแนวโน้มการเติบโตที่แข็งแกร่ง ด้วยความสำเร็จในการปรับปรุงประสิทธิภาพในการดำเนินงานของทั้งกลุ่มในช่วงหลายปี ที่ผ่านมา และประโยชน์จากแนวโน้มเศรษฐกิจในทวีปยุโรปที่ปรับตัวดีขึ้น ซึ่งทั้งสองปัจจัยมีส่วนช่วยให้เอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ปมีผลการดำเนินงานที่แข็งแกร่งและมีค่าห้องเฉลี่ยต่อห้องต่อคืน (ADR) ที่สูงขึ้น โดยตลาดหลักทั้ง 4 แห่งของเอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ป ได้แก่ ประเทศสเปน สหภาพเศรษฐกิจเบเนลักซ์ ยุโรปกลาง และประเทศอิตาลี ซึ่งเป็นแรงผลักดันในการเติบโตที่แข็งแกร่งในอดีต จะยังคงเป็นแรงผลักดันต่อไปในอนาคต 
    บริษัทจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงผู้บริหารของเอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ปจากการเข้าลงทุนของ MINT อย่างไรก็ตาม แม้ว่าอาจมีการเปลี่ยนแปลงผู้ถือหุ้นหลักของเอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ปในอนาคตอันใกล้นี้แต่ MINT มีความเชื่อมั่นในพื้นฐานทางธุรกิจของเอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ ป และมีความยินดีที่จะร่วมงานกับทีมงานผู้บริหารและผู้ถือหุ้นรายอื่นๆ เพื่อให้มั่นใจว่าเอ็นเอช โฮเทล กรุ๊ปจะสร้างผลตอบแทนที่แข็งแกร่งและยั่งยืนให้กับผู้ถือหุ้นต่อไป

***โบรกฯคาดรับปันผลปีละ 2-3%-ไม่เสี่ยงเพิ่มทุน
    บล.เออีซี   มอง MINT ซื้อ NH Hotel ไม่แพงหรือถูกไป เพราะราคาซื้อ NH Hotel จาก Oceanwook อยู่ที่หุ้นละ 6.43 ยูโร สูงกว่าราคาปิดวานนี้ที่ 6.35 ยูโร แค่ 1.26% (ต้นทุนเฉลี่ย NH Hotel รวมที่ MINT ซื้อในตลท. เองอยู่ที่ 6.38 ยูโร) และดีลนี้คิดเป็น EV/EBITDA ราว 10x ใกล้เคียงค่าเฉลี่ยโรงแรมในยุโรปและต่ำกว่าค่าเฉลี่ยโรงแรมในไทยที่ 14.7x นอกจากนี้เรายังมีมุมมองบวก โดย NH Hotel มีโรงแรม 382 แห่ง อันมีจุดแข็งด้านทำเลที่ตั้งอยู่ใจกลางเมืองซึ่งหายาก จึงคาดจะโตได้ดีภายใต้ศก.ยุโรปและสหรัฐที่ฟื้นตัว อีกทั้งไม่เป็นทำเลทับซ้อนกับพอร์ตโรงแรมที่ MINT มีอยู่จึงคาดช่วยขยายธุรกิจให้ครอบคลุมระดับโลกมากขึ้นพร้อมเกิด Synergy หลายด้าน เช่น การบริหาร, การตลาด และเทคโนโลยี  
    และดีลนี้ยังไม่กระทบต่อประมาณการอย่างมีนัยเพราะระยะยาว MINT จะรับรู้เงินปันผลรับซึ่งคาดให้ Div. Yield ปีละ 2-3% เพียงพอชดเชยดอกเบี้ยจ่ายที่สูงขึ้นตามแผนกู้เงินเป็นสกุลยูโรด้วยอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 1% ส่วนระยะสั้น (ไม่เกิน 1 ปี) แม้ดอกเบี้ยจะเพิ่มจากมีต้นทุนกู้ยืมชั่วคราวที่ 3.5-4.0% แต่คาดจะถูกหักล้างด้วยการรับรู้เงินปันผลรับจาก NH Hotel ราว 3.3 ล้านยูโร ซึ่งจะขึ้น XD 25 ก.ค.นี้ (จ่ายเงินปันผลหุ้นละ 0.10 ยูโร) เราจึงคงคาดปี 2561 MINT กำไร 6,094 โต 12.5%YoY และ 3) เรามองมีโอกาสเกิด Capital Gain หลัง MINT มีต้นทุน NH Hotel ที่ 6.38 ยูโร ยังต่ำกว่าราคาเป้าหมายใน Bloomberg ที่ 6.78 ยูโร  
     แม้ดีลนี้จะทำให้มี Interest bearing debt to equity เพิ่มจากสิ้นช่วง 1Q61 ที่ 0.99x เป็น 1.15x แต่ยังต่ำกว่า Debt Covenant ที่ 1.75x จึงยังไม่ต้องกังวลเรื่องเพิ่มทุน และตั้งแต่ช่วง 2Q61 คาดกำไรจะโต YoY จากความแข็งแกร่งของธุรกิจโรงแรมและร้านอาหารในไทย อีกทั้งคาดดีลข้างต้นจะเป็นผลบวกในระยะยาว และราคาหุ้นมี Upside 37% จากพื้นฐานปี 2561 (วิธี DCF) ที่ 50 บาท จึงแนะนำ "ซื้อ"

*** หวั่นสร้างภาระดอกเบี้ย 200-300 ลบ./ปี
    บล.ทรีนิตี้  ระบุ  ราคาหุ้น MINT ปรับตัวลดลงจากประเด็นการลงทุนใน NH Hotel Group 8.6% มูลค่า 7.4 พันล้านบาท โดย NH Hotel Group มีโรงแรมอยู่ 382 แห่งในยุโรป อเมริกา และแอฟริกา โดยแหล่งที่มาของการลงทุนนี้ คาดว่าจะมาจากการกู้ยืม ซึ่งจะส่งผลให้ MINT มีภาระดอกเบี้ยที่ต้องจ่ายเพิ่มอยู่ที่ 220-300 ล้านบาทต่อปี ระดับ D/E คาดว่าจะปรับตัวสูงขึ้นจาก 0.95X สู่ระดับ 1.1X-1.2X แต่ก็ยังต่ำกว่าเพดานที่ตั้งไว้ที่ 1.75X 
    ประเด็นดังกล่าวอาจส่งผลกระทบระยะสั้นต่อราคาหุ้น แต่เรามองว่าการลงทุนนี้จะเป็นผลประโยชน์ระยะยาวต่อบริษัท เนื่องจากจะมีฐานโรงแรมอยู่ทั่วทุกภูมิภาค  ยังคงแนะนำ “ถือ” สำหรับผู้ที่ลงทุนตามพอร์ต “มั่นคง” ถึงแม้ว่าราคาจะปรับตัวลงมาแล้วราว 10% จากราคา ซื้อ โดยราคาปัจจุบันมี Upside จากราคาเป้าหมายของเราและ Consensus ที่ 48 บาท และ 46.26 บาท ที่ 31.5% และ 26.7% ตามลำดับ 
     ราคาหุ้น MINT ณ  วันที่ 23 พ.ค.61 ปิดตลาดที่ราคา 36 บาท ลดลง 1.75 บาท คิดเป็น 4.64% ทำราคาต่ำสุดรอบ 1 ปี ด้วยมูลค่าการซื้อขาย 1,204 ล้าน บาท และยังพบการซื้อขายรายการใหญ่ในกระดาน จำนวน 5 รายการ รวม 1,006,000 หุ้น ในราคาเฉลี่ยที่ 37.12 บาท สูงกว่าราคากระดาน รวมมูลค่า 37.36 ล้านบาท 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด