ข่าวนี้ที่ 1

ลีสซิ่งคึก "SAWAD-MITSIB"เดินหน้าลงทุนเต็มสูบ

ลีสซิ่งคึก

                ตลาดลีสซิ่ง คึก "SAWAD" พร้อมรุกธุรกิจปล่อยสินเชื่อดิจิทัล ทุ่มงบซื้อหนี้บริหาร หวังผลตอบแทน 20-30% ใน 3 ปี  ส่วนเทนเดอร์ฯหุ้น BFIT เตรียมปิดดีล Q3/62 ที่เหลืออีก 22%   โบรกฯ ชี้แนวโน้มสวย ปรับประมาณการกำไรเพิ่มทันที ขณะที่ น้องใหม่ "MITSIB" มั่นใจพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อแท็กซี่ ปีนี้แตะ 2 พันลบ. พร้อมลุยสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์-จำนำทะเบียนรถไตรมาส 4/62 หวังดันสัดส่วนรายได้แตะ 50% ในปี 65 โชว์เทรดวันแรกยืนเหนือจองตลอดวัน

*** SAWAD แย้มแผนลงทุนสินเชื่อดิจิทัล - ทุ่มงบซื้อหนี้บริหาร

    นางสาวธิดา แก้วบุตตา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ศรีสวัสดิ์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ SAWAD เปิดเผยว่า บริษัทฯเตรียมงบลงทุนระบบไอที 200 - 300 ล้านบาท เพื่อใช้พัฒนาระบบ รองรับการปล่อยสินเชื่อดิจิทัล โดยเตรียมวงเงินสำหรับปล่อยกู้ประเภทดังกล่าวเพื่อทดลองตลาดไว้เบื้องต้น 10 ล้านบาท และหากได้รับการตอบรับที่ดีจะขยายวงเงินเพิ่มขึ้นต่อไป
    นอกจากนี้ยังเตรียมงบเพิ่มเติมอีก 2-3 พันล้านบาท รองรับการซื้อหนี้เสียจากสถาบันการเงินมาบริหาร ซึ่งคาดว่าจะสามารถซื้อมูลหนี้มาบริหารได้ทั้งหมด 7,000-10,000 ล้านบาท ตั้งเป้าสร้างผลตอบแทนได้ที่ 20-30% ในช่วง 3 ปี


*** ธุรกิจเดิมยังโตสูงรายได้ปีนี้โต 20 - 30%

    นางสาวธิดา กล่าวว่า ขณะที่รายได้และสินเชื่อในปีนี้ยังมั่นใจเติบโต 20 - 30% ได้ตามเป้าหมาย จากภาพรวมการเติบโตของสินเชื่อที่ยังดีต่อเนื่องจากไตรมาสแรก และเติบโตต่ออีกในไตรมาสสอง ซึ่งบริษัทยังคงเน้นสินเชื่อในกลุ่มที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกันเช่นเดิม
    ด้านหนี้ที่มิก่อให้เกิดรายได้(NPL) สิ้นปีนี้จะควบคุมให้อยู่ในระดับ 3-5% จากสิ้นไตรมาส 1/62 ที่อยู่ 4.33% ซึ่งยังอยู่ในระดับปกติของธุรกิจ ประกอบกับบริษัทยังตั้งสำรองเพื่อรองรับมาตราฐานบัญชีใหม่ (IFRS9) ที่จะมีผลบังคับใช้ 1 ม.ค. 63 ซึ่งยืนยันว่าจะไม่ส่งผลกระทบต่อบริษัท เนื่องจากปัจจุบันยังมีสำรองส่วนเกิน 386.5 ล้านบาท


*** ลั่น Q3/62 ปิดดีลเทนเดอร์ฯ BFIT

    นอกจากนี้ อยู่ระหว่างเตรียมการเพื่อขออนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เกี่ยวกับกระบวนการทำคำเสนอซื้อหุ้น (Tender offer) ของบริษัทเงินทุน กรุงเทพธนาทร จำกัด (มหาชน) หรือ BFIT จำนวนที่เหลืออีก 22% โดยกำหนดราคาเสนอซื้อที่ 18 บาท/หุ้น
    ซึ่งคาดว่าจะได้รับอนุญาตเพื่อทำเทนเดอร์ฯได้ภายในสัปดาห์หน้า และคาดว่ากระบวนการทำเทนเดอร์จะเสร็จสิ้นภายในไตรมาส 3/62 อย่างไรก็ดีบริษัทยังไม่ได้เตรียมแผนการนำหุ้น BFIT ออกจากตลาดหลักทรัพย์ในขณะนี้ และจะมีความชัดเจนหลังกระบวนการทำเทนเดอร์ฯเสร็จสิ้น
    ทั้งนี้ในช่วงที่เหลือของปี บริษัทจะกู้เงินจากสถาบันการเงินราว 2 พันล้านบาท เพื่อนำมาเพิ่มทุนให้กับ BFIT และเตรียมออกหุ้นกู้อีก 5,000-6,000 ล้านบาท โดยในวันที่ 27 มิ.ย.นี้ จะออกหุ้นกู้ 2,000 ล้านบาท อายุหุ้นกู้ 3-4 ปี ดอกเบี้ยที่ 4.1-4.5% และครึ่งปีหลังจะออกหุ้นกู้อีก 3,000-4,000 ล้านบาท เพื่อใช้ในการชำระคืนหุ้นกู้ชุดเดิม และ ขยายธุรกิจ โดยจะส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินต่อส่วนของผู้ถือหุ้น (D/E) ขยับเพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ 1.8 เท่า จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.4 เท่า


*** พบโบรกฯอัพเป้ากำไรเพิ่ม รับฐานเงินทุน BFIT สูง

    บล.เคทีบี ระบุ ได้ปรับประมาณการกำไรสุทธิ SAWAD ในปี 62 - 63 ขึ้น 10% และ 13% มาเป็น 3.8 พันล้านบาท และ 4.8 พันล้านบาท ตามลำดับ โดยได้ปรับเพิ่มอัตราการขยายตัวสินเชื่อปี 62 - 63 มาเป็น 20 - 23% จากเดิม 18% เพื่อสะท้อนการขยายสินเชื่อของ BFIT ที่มากขึ้นตามฐานเงินทุน
    นอกจากนี้การขยายสาขาปี 62 มาอยู่ที่ 3,286 สาขา จากเดิม 3,170 สาขา จะหนุนต่อการปล่อยสินเชื่อได้ต่อเนื่อง ประกอบกับได้ปรับเพิ่มประมาณการ Load Yield ปี 62 - 63 ขึ้นเป็น 22.5% จากเดิม 21.5% ตามสัดส่วนการปล่อยสินเชื่อผ่าน BFIT ที่มีผลตอบแทนสูง
    ทั้งนี้คาดว่าบริษัทจะมีค่าใช้จ่ายในการตั้งสำรองอยู่ที่เพียง 128 bps จากการคงประมาณการ Coverage Ratio ไว้ต่ำที่ 81% ซึ่งเป็นระดับเพียงพอต่อมาตรฐาน TFRS9 จากการปล่อยสินเชื่อที่ LTV ต่ำเพียง 30 - 50%
    ปรับคำแนะนำเป็น "ซื้อ" ราคาเป้าหมาย 60 บาท(เดิม 52 บาท) เพื่อสะท้อนการขยายตัวของธุรกิจที่เพิ่มขึ้น 61-63E Net profit CAGR 31% (เดิม 23%) นอกจากนี้สัดส่วนการถือหุ้น BFIT ที่เพิ่มขึ้นของ SAWAD ทุกๆ 5% จะส่งผลบวกต่อกำไรสุทธิ และ EPS เพิ่มขึ้น 0.9% คิดเป็นราคาเป้าหมายที่เพิ่มขึ้น 0.14 บาท

*** MITSIB ลีสซิ่งใหม่มาแรง ลั่นสินเชื่อปีนี้แตะ 2 พันลบ.

    นายนิติพัทญ์ ยงค์สงวนชัย ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท มิตรสิบ ลิสซิ่ง จำกัด (มหาชน) หรือ MITSIB เปิดเผย บริษัทตั้งเป้ารายได้ปีนี้จะเติบโต 30% จากปีก่อนที่ทำได้ 490.97 ล้านบาท ตามการเพิ่มขึ้นของพอร์ตสินเชื่อที่คาดว่าจะอยู่ที่ 3 พันสัญญา หรือมูลค่า 2 พันล้านบาท ในสิ้นปีนี้ จากปัจจุบันอยู่ที่ 1.6 - 1.7 พันล้านบาท ขณะเดียวกันบริษัทยังมีรายได้อื่นๆจากธุรกรรมจากประเภทอื่นๆ อาทิ รายได้ค่าปรับผิดนัดชำระหนี้ เบี้ยปรับและรายได้ดอกเบี้ยเช่าซื้อ-ตามสัญญาผ่อนประกัน เป็นต้น 
    ขณะที่เป้าหมายธุรกิจ 3 ปี (ปี 62-65) จะขยายพอร์ตสินเชื่อเช่าซื้อในปี 65 แตะ 5 พันสัญญา ทำให้มีส่วนแบ่งตลาดสินเชื่อเช่าซื้อรถแท็กซี่และรถโดยสารมาเป็นอันดับ 1 จากปัจจุบันที่อยู่อันดับ 2-3 ของอุตสาหกรรม โดยจะใช้เงินที่ได้จากการระดมทุนได้จากการขายหุ้น IPO จำนวน 417 ล้านบาท ใช้ลงทุนขยายสาขาเป็น 10 แห่งภายในปีนี้และจะขยายสาขาเพิ่มเป็น 300 แห่ง ในปี 65

*** Q4/62 ลุยพิโกไฟแนนซ์-สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ

    ส่วนธุรกิจใหม่ ทั้งสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ และ ธุรกิจสินเชื่อที่มีทะเบียนรถเป็นประกัน ปัจจุบันอยู่ระหว่างจัดตั้งบริษัทเพื่อไปขอใบอนุญาตจากธนาคารแห่งประเทศไทย(ธปท.) และ สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง(สศค.) คาดว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จภายในไตรมาส 3/62 และ จะเปิดดำเนินธุรกิจดังกล่าวได้ในไตรมาส 4/62 
    ซึ่งธุรกิจใหม่จะช่วยสนับสนุนการเติบโตของผลการดำเนินอย่างมีนัยสำคัญ คาดปี 65 มีโครงสร้างรายได้มาจากธุรกิจเดิม 50% และธุรกิจใหม่ 50% (สินเชื่อภายใต้การกำกับของ ธปท. และธุรกิจประกันภัย) เพื่อกระจายความเสี่ยงจากปีนี้โครงสร้างรายได้มาจากธุรกิจเดิมที่ปัจจุบันมีสัดส่วนประมาณ 90% และอีก 10% เป็นธุรกิจใหม่

*** เปิดเทรดวันแรกเหนือจองตามสัญญา

    MITSIB เข้าซื้อขายวันแรกในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ วันที่ 11 มิ.ย. 62 โดยเปิดการซื้อขายไปที่ 2.64 บาท เพิ่มขึ้น 5.6% จากราคาไอพีโอที่ 2.50 บาท โดยระหว่างวันลงไปทำจุดต่ำสุดที่ 2.52 บาท และจุดสูงสุดที่ 2.82 บาท ก่อนมาปิดตลาดที่ 2.54 บาท เหนือจองเล็กน้อย 1.6% มูลค่าการซื้อขายที่ 739.28 ล้านบาท และมีปริมาณการซื้อขายที่ 297.60 ล้านหุ้น 







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด