ข่าวนี้ที่ 1

กูรูฟันธงหุ้นไทยแตะ 1,800 จุด ลุ้นเลือกตั้งสงบหนุนเงินไหลเข้า

กูรูฟันธงหุ้นไทยแตะ 1,800 จุด ลุ้นเลือกตั้งสงบหนุนเงินไหลเข้า

    บล.ทรีนิตี้ มองตลาดหุ้นไทยปีนี้พื้นฐานแข็งแกร่ง ย้ำเป้า SET แตะ 1,800 จุด อิงระดับ P/E ที่ 15.6 เท่า กำไรบจ.โต 9% แตะ 115.3 บาทต่อหุ้น มอง downside ที่ 1,500 จุด ระดับ P/E 13 เท่า เป็นจุดที่น่าสนใจเข้าลงทุน แนะสะสมหุ้นปันผลสูง ด้านบล.ทิสโก้ แนะสร้างความชัดเจนเลือกตั้ง หนุนเม็ดเงินไหลเข้าดันตลาดหุ้นฟื้น 1,800 จุด ฝากรัฐบาลใหม่สานต่องานเดิมให้มีความต่อเนื่อง

*** บล.ทรีนิตี้ มองเป้า SET ปีนี้ 1,800 จุด เชื่อพื้นฐานแกร่ง

    นายวิศิษฐ์ องค์พิพัฒนกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัทหลักทรัพย์ ทรีนีตี้ จํากัด กล่าวว่า มองเป้าหมายของดัชนีตลาดหลักทรัพย์ไทย (SET) ปี 2562 ที่ 1,800 จุด ตลาดหุ้นไทยปีนี้มีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่ง โดยมีปัจจัยพื้นฐานเป้าหมายที่ Forward PE ที่ 15.6 เท่า หรือที่ SET Index  ระดับ 1,800 จุด และมองการแกว่งตัวของ SET Index ในปี 2562 ว่าจะเคลื่อนไหวในกรอบ  1,500 – 1,800 จุด โดยที่ประเมิน SET Index ที่ระดับ 1,500 จุด เป็นระดับ Forward PE ที่ 13 เท่า เท่านั้น และมองว่าผลตอบแทนของตลาดหุ้นไทยจะสูงกว่าผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ 10 ปี ที่ระดับ 4.7%  จึงถือเป็นจุดที่น่าสนใจในการลงทุน เนื่องจากให้ผลตอบแทนสูงเป็นอันดับ 3 ในรอบ 4 ปี โดยในเดือนม.ค.ปี 2560  ตลาดหุ้นไทยให้ผลตอบแทนสูงกว่าตราสารหนี้ 5.49% และปี 2558  ให้ผลตอบแทนสูงกว่า 4.74% 

*** คาดปีนี้ศก.ไทยโต 3.8% ขณะศก.โลกเข้าสู่ภาวะอิ่มตัว

    นายวิศิษฐ์ ประเมินการเติบโตของเศรษฐกิจไทยยังคงมีเสถียรภาพ โดยคาดว่าจะเติบโต 3.8% ในปี 2562 เมื่อเปรียบเทียบกับเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะเติบโต  3.5% โดยประเมินทิศทางเศรษฐกิจโลกปีนี้ เข้าสู่ภาวะอิ่มตัวไปแล้ว (Maturing Phase) โดยการคาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจโลกรวมทั้งเศรษฐกิจไทยว่าจะชะลอตัวลง โดยความกังวลของสงครามทางการค้าจีน-สหรัฐฯ และภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอย ทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด)อาจชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย หรืออาจจะคงอัตราดอกเบี้ยในปี2562  ซึ่งถือเป็นนโยบายการเงินที่เปลี่ยนไปจากปี 2560-2561 อย่างสิ้นเชิง  จึงทำให้ดอกเบี้ยนโยบายของไทยยังคงปรับขึ้นมากไม่ได้ แต่การเติบโตของเศรษฐกิจไทยยังคงมีเสถียรภาพ โดยคาดว่าจะเติบโต 3.8% ในปี 2562 เมื่อเปรียบเทียบกับเศรษฐกิจโลกที่คาดว่าจะเติบโต  3.5%
    นอกจากนี้ ยังมองภาพการลงทุนในตลาดตราสารหนี้ไทยและตราสารหนี้โลกปีนี้ เริ่มให้ผลตอบแทนที่น้อยลง หรืออาจจะติดลบ เมื่อ Mark to Market  จึงทำให้ตลาดหุ้นมีความน่าสนใจมากขึ้น โดยคาดว่าเงินทุนเคลื่อนย้าย หรือ Fund Flow จะไหลเข้าสู่ตลาดหุ้นในตลาดเกิดใหม่ (Emerging Market) มากขึ้น  เนื่องจากทุนเคลื่อนย้ายจะเคลื่อนเม็ดเงินตาม Search  for Yields หรือการหาผลตอบแทนที่ดีกว่า และตามค่าเงินสกุลภูมิภาคที่ปรับตัวแข็งค่าขึ้น เมื่อเปรียบเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ
    ทั้งนี้ จะเห็นว่านับตั้งแต่ปี 2562 เป็นต้นมา ผลตอบแทนจากการลงทุนในสินทรัพย์ส่วนใหญ่ให้ผลตอบแทนเป็นบวกประมาณ 1-4% เช่น น้ำมัน , หุ้นในกลุ่มประเทศที่พัฒนาแล้ว , หุ้นในกลุ่มประเทศที่กำลังพัฒนา ,ทองคำ รวมทั้งหุ้นไทย โดยนักลงทุนต่างประเทศซื้อสุทธิพันธบัตรไทย 1.5 หมื่นล้านบาท  แต่ขายในตลาดหุ้นไทย  1.8  พันล้านบาทนั้น  ถือว่าขายน้อยลง ประกอบกับสัดส่วนการถือครองของนักลงทุนต่างประเทศในตลาดหุ้นไทยถือว่าเกือบต่ำสุดในรอบ  14  ปี โดยมีสัดส่วนการถือครองหุ้นไทยอยู่ที่ 29%ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวม (มาร์เก็ตแคป) 
    “นักลงทุนต่างประเทศเริ่มทำการซื้อสะสมในตลาดหุ้นเอเซีย (ยกเว้นจีน) กว่า 800 ล้านเหรียญในช่วง 2 สัปดาห์แรกของมกราคม 2562 โดยเม็ดเงินส่วนใหญ่ไหลไปลงทุนที่ประเทศเกาหลีใต้ และอินโดนีเซีย ประเมินว่าเงินทุนเคลื่อนย้ายจะไหลเข้าสู่ประเทศไทยในครึ่งปีหลังของปีนี้มากขึ้น โดยขณะนี้ต่างชาติได้เข้ามาซื้อให้เห็นบ้างแล้ว” นายวิศิษฐ์กล่าว
    นอกจากนี้ ยังพบว่านักลงทุนบุคคลในตลาดหุ้นไทย ได้เริ่มสนใจลงทุนในตลาด TFEX มากขึ้น เนื่องจากการเคลื่อนไหวของ SET50 INDEX ใน TFEX เริ่มมีความเหวี่ยงตัว(Volatility) ระหว่างวันสูงขึ้น ซึ่งทำให้นักลงทุนบุคคลเริ่มมีความสนใจในการลงทุนเพิ่มขึ้น โดยปริมาณการซื้อขายของตลาด TFEX ใน SET50 มีสัดส่วนกว่า 80% เมื่อเปรียบเทียบกับปริมาณการซื้อขายใน SET และอาจมากกว่า SET ในอนาคต

*** แนะสะสมหุ้นปันผลสูง

    นายวิศิษฐ์ ยังเปิดเผยด้วยว่า บล.ทรีนีตี้  ได้ออกคำแนะนำการลงทุนในหุ้นกลุ่มปันผลสูง High Dividend Stock  ซึ่งประเมินว่าจะให้ผลตอบแทนที่ดี โดยจากงานวิจัยพบว่าจากสถิติ 8 ปี ย้อนหลังที่ผ่านมา  การลงทุนลักษณะดังกล่าวจะมีค่าเฉลี่ยผลตอบแทนประมาณ 10% (ด้วยความเชื่อมั่น 90%) ในช่วงระยะเวลาการลงทุนเพียง 4 เดือน ของการถือครอง (มกราคม ถึงเมษายน )   นอกจากนี้ บริษัทยัง มีบริการ Smart Wealth จัดพอร์ต มั่นคง และพอร์ตว่องไวให้กับนักลงทุนที่ไม่มีเวลาในการติดตามตลาดฯ อย่างใกล้ชิดและไม่สะดวกในการหาข้อมูลในการลงทุน รวมทั้งเฝ้าราคาหาจังหวะการเข้าซื้อและขายหุ้นด้วยตัวเอง โดยทีมวิเคราะห์หลักทรัพย์ทรีนีตี้  จะช่วยเลือกหุ้น 5 ตัวเข้าพอร์ตและให้ข้อมูลจังหวะในการเข้าซื้อและขายให้เจ้าหน้าที่การตลาดดำเนินการซื้อให้ โดยที่นักลงทุนเพียงแค่เปิดพอร์ต และวางเงิน ทั้งนี้ ที่ผ่านมาพอร์ตมั่นคง และว่องไวยัง outperform ตลาดหุ้นไทย

*** บล.ทิสโก้ แนะสร้างความชัดเจนเลือกตั้ง ดันดัชนี 1,800 จุด

    นายไพบูลย์ นลินทรางกูร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัทหลักทรัพย์ ทิสโก้ จำกัด กล่าวว่า การเลือกตั้งครั้งนี้ นักลงทุนมีความคาดหวังไว้มากกว่าการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา นักลงทุนจึงจับตามองเป็นพิเศษ และจะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจมาก หากไม่มีการเลือกตั้งเกิดขึ้น จะทำให้ความเชื่อมั่นของนักลงทุนระยะยาวหายไป เพราะปัจจุบันนักลงทุนกลุ่มนี้ อยู่ระหว่างการรอดูท่าทีถึงความแน่นอนว่าจะมีการเลือกตั้งจริงหรือไม่ และนโยบายที่เคยดำเนินการในรัฐบาลชุดนี้ จะยังคงเดินหน้าต่อไปเช่นไร ดังนั้นเพื่อไม่ให้ความเชื่อมั่นหายไปรัฐบาลจะต้องทำให้เกิดการเลือกตั้งให้ได้ตามกรอบเวลาที่กำหนดไว้ เพื่อให้การลงทุนต่างๆ ยังอยู่ที่ไทยต่อไป 
    ส่วนดัชนีหุ้นไทยในช่วงเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ส่วนใหญ่จะปรับตัวสูงขึ้นเล็กน้อย แต่การเลือกตั้งครั้งนี้ ยอมรับคาดการณ์ดัชนีหุ้นไทยได้ยาก เพราะยังไม่มีความชัดเจนถึงวันเลือกตั้ง และแนวโน้มของพรรการเมืองที่จะชนะการเลือกตั้ง แต่มองว่าดัชนีหุ้นจะมีความเคลื่อนไหวชัดเจนในช่วงหลังการเลือกตั้ง เห็นได้จากการเข้าลงทุนในตลาดหุ้นของนักลงทุนในขณะนี้ ยังคงมีความชะลอลงเพื่อรอเพื่อดูสถานการณ์หลังการเลือกตั้งก่อน ประกอบกับรอประเมินทิศทางเศรษฐกิจโลกในช่วงต่อไป 
    “โอกาสที่ตลาดหุ้นไทยจะฟื้นจากปีที่แล้วมีสูงมาก แต่ขอให้การเมือง การเลือกตั้งสงบเรียบร้อย โดยเฉพาะหลังได้รัฐบาลชุดใหม่แล้ว หากการลงทุน โครงการอีอีซี หรือแม้แต่แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี เป็นไปตามที่วางไว้ได้ก็จะเป็นผลดีมาก โดยจากการสำรวจหลายหน่วยงานมองว่าดัชนีหุ้นไทยปีนี้น่าจะยืนได้ที่ระดับ 1,800 จุด”นายไพบูลย์ กล่าว







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด