ข่าวนี้ที่ 1

กูรูหวั่นงบฯปี 63 ล่าช้า ฉุดหุ้นรับเหมาฯ-วัสดุก่อสร้าง

กูรูหวั่นงบฯปี 63 ล่าช้า ฉุดหุ้นรับเหมาฯ-วัสดุก่อสร้าง

โบรกฯมองงบฯปี 63 ล่าช้า คาดเริ่มเบิกจ่ายได้ช่วยปลายม.ค.ปีหน้า หวั่นกระทบเศรษฐกิจ หลังเม็ดเงินอัดฉีดยังไม่เข้าสู่ระบบ โครงการเมกะโปรเจ็กต้องเลื่อนเปิดประมูล คาดกระทบหุ้นกลุ่มรับเหมาฯ-วัสดุก่อสร้าง นำโดย ITD-CK-STEC-UNIQ ลุ้นรัฐบาลทำงบฯขาดดุลเพิ่ม หวังช่วยกระตุ้นการใช้จ่ายในประเทศ

*** งบปี 63 ส่อล่าช้า 4 เดือน
    ฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์(บล.)เอเซีย พลัส   ออกบทวิเคราะห์เรื่อง งบประมาณรายจ่ายปี 2563 ซึ่งดูเหมือนว่ากำหนดการอาจล่าช้ากว่าที่คาด โดยจะเริ่มเข้าสู่กระบวนการในการพิจารณาทางสภาฯได้ในช่วงกลางเดือน ต.ค.2562 และพร้อมเบิกจ่ายได้ครึ่งหลังของเดือน ม.ค.2563 ซึ่งล่าช้ากว่าปีงบประมาณปกติเกือบ 4 เดือน
    จากงบประมาณปี 2563  ที่ส่อแววล่าช้ากว่าเดิมที่คาดออกไปอีก 1 เดือน  โดยล่าสุด สำนักงบประมาณกำหนดกรอบการพิจารณา เริ่มจาก   30 ก.ค.62  ให้ ครม.พิจารณางบประมาณปี 2563 จะให้มีการเพิ่ม/คงงบประมาณปี 63 จากเดิมที่  3.2 ล้านล้านบาท  ASPS คาดมีโอกาสที่จะเพิ่มวงเงินงบประมาณปี 2563 และคาดว่าจะเข้าสู่สภาเพื่อพิจารณา วาระแรก คือ 17 ต.ค. 2562   เลื่อนออกไปจากเดิมคาดพิจารณา ปลายเดือน ก.ย.62  และจะทำให้การพิจารณาวาระที่ 2-3จะถูกเลื่อนออกไปด้วย
     โดยรวมทำให้การเบิกจ่ายงบประมาณปี 2563 งวด 1Q63 จะล่าช้าออกไป ล่าสุด สำนักงบประมาณคาดจะเริ่มเบิกจ่ายงบประมาณปี 2563 เร็วสุดคือ ราวปลายเดือน ม.ค.2563  จากเดิมคาดเริ่ม  1 ม.ค.2563   เชื่อว่าจะกระทบต่อส่วนของการเบิกจ่ายงบลงทุนที่ยังไม่ก่อหนี้ผูกผัน  

*** ห่วงโครงการลงทุนขนาดใหญ่สะดุด
     บล.เอเซีย พลัส ระบุ ความล่าช้าดังกล่าวจะส่งผลทำให้เม็ดเงินที่ควรออกมากระตุ้นเศรษฐกิจเกิดขึ้นล่าช้าตามไปด้วย โดยน่าจะกระทบทำให้ การเปิดประมูลโครงการลงทุนขนาดใหญ่ล่าช้าออกไป รวมถึงการออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ๆ ก็ต้องรอเวลา
     แต่อย่างไรก็ตามก็เพิ่มความเป็นไปได้ในการเร่งออกมาตรการที่รัฐยังไม่ต้องมีการเบิกจ่ายงบประมาณโดยทันที อย่างเช่น มาตรการลดหย่อนภาษีต่าง อาทิ ช็อปช่วยชาติ หรือ ลดหย่อนภาษีสำหรับการท่องเที่ยวในประเทศ เป็นต้น นอกจากนี้ยังต้องหากลไกเร่งด่วนอื่นๆ ที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจในภาวะที่งบประมาณรายจ่ายยังไม่ผ่านขั้นตอนการอนุมัติ ที่ชัดเจนน่าจะเป็นเรื่องการกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชนเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ EEC ภายใต้สถานการณ์แวดล้อมดังกล่าว 

*** ลุ้นขาดดุลเพิ่มรับงบอัดฉีดศก.
     เนื่องจากงบประมาณที่อาจเบิกจ่ายล่าช้า เชื่อว่ารัฐบาลน่าจะกลับมาเดินหน้ากระตุ้นการบริโภคที่ยังไม่ต้องใช้วงเงินในการอัดฉีดมากนัก  คือ น่าจะมุ่งไปที่ มาตรการทางภาษี เช่น ช็อปช่วยชาติ , นำค่าใช้จ่ายในการท่องเที่ยวมาลดหย่อนภาษี    แต่เชื่อว่าในที่สุดรัฐบาลจะต้องเก็บภาษีในส่วนอื่นชดเชย และน่าจะทำให้รัฐบาลจะต้องขาดดุลงบประมาณเพิ่มขึ้น จากล่าสุด ปีงบประมาณ 2562 ขาดดุลราว 4.5 แสนล้านบาท

*** หุ้นรับเหมาฯ-วัสดุก่อสร้าง กระทบงบช้า
    งบประมาณปี 2563 ที่ล่าช้าออกไป   เชื่อว่าจะกระทบทางลบต่อ กลุ่มรับเหมาฯ และวัสดุก่อสร้าง  
     กลุ่มรับเหมาก่อสร้าง  คาดจะได้รับ Sentiment เชิงลบ โดยเฉพาะผู้รับเหมาก่อสร้างขนาดใหญ่  คือ ITD, CK, STEC, UNIQ ที่จะได้รับผลกระทบจากโครงการลงทุนใหม่ๆที่อาจจะประมูลล่าช้า    จากแผนปฎิบัติการเร่งด่วน (Action Plan) ปี 2562 มีจำนวน 41 โครงการ มูลค่ารวม 1.77 ล้านล้านบาท     กลุ่มวัสดุก่อสร้าง คือ TASCO (FV@B20.0) ความล่าช้าในการจัดทำงบประมาณประจำปี 2563 ดังกล่าว ทำให้การเบิกจ่ายงบลงทุนของกรมทางหลวงและกรมทางหลวงชนบทช่วงเดือน ต.ค.-ธ.ค. 62 มีความล่าช้าตามไปด้วย จึงเชื่อว่าผลประกอบการช่วง 2H62 น่าจะลดลงอย่างมีนัยสำคัญเมื่อเทียบกับช่วง 1H62  ประกอบกับราคาหุ้นได้ปรับตัวขึ้นแรงราว  47% นับตั้งแต่ต้นปี   ASPS  ปรับลดคำแนะนำลงจากซื้อ ให้ Switch ไป SCCC (FV@Bt 269) ที่มี Upside มากกว่า

*** หุ้นค้าปลีกรับอานิสงส์กระตุ้นศก.
    ด้าน  บล.เออีซี ระบุ  ครม. ชุดใหม่ที่มีการแต่งตั้งอย่างเป็นทางการ มีโอกาสสูงที่จะเร่งออกนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจ ในระยะสั้น จึงแนะนำหุ้นที่ได้ประโยชน์จากประเด็นดังกล่าวที่ยังมี Upside น่าสนใจ ได้แก่ BJC (ช่วง 2H62 คาดเห็นการฟื้นตัว HoH จากการขยายสาขา BigC มากขึ้นจากสาขาทั้งในประเทศ 7 สาขาและสาขาที่กัมพูชา 1 สาขา BigC  Food Place 1 สาขา และ Mini BigC ราว 200 สาขา), SEAFCO (ช่วง 2Q62 คาดโต5.4%YoY ด้วยงานก่อสร้างที่รับรู้สูงกว่าปีก่อนเราปรับเพิ่มประมาณการหลังได้รับงานใหม่ขนาดใหญ่มูลค่ากว่า 900 ล้านบาท)  DCC (คาดปี 62 โต YoY หนุนด้วยกำลังผลิต และต้นทุนกระเบื้องดีขึ้นจาก Economy of scale หลังเข้าบริหารและถือหุ้น RCI อีกทั้งตั้งเป้าขยายสาขาปีนี้เพิ่มอีก 5 สาขาพร้อมปรับ Business  Model แบ่งพื้นที่สาขาให้ธรุกิจที่เกี่ยวเนื่องเช่าเพื่อเพิ่มช่องทางรับรู้ราย ได้แก่บริษัท นอกจากนี้ยังซื้อขายที่ PER15.2X ถูกกว่าทั้ง GLOBAL และ HMPRO) และ ROBINS (แม้ช่วง 2Q62 คาดกำไรหดทั้ง QoQ และ YoY หลังเผชิญ SSSG ที่คาดติดลบราว 0.5-1% แต่คาดราคาหุ้นปรับลงมาเพื่อสะท้อนปัจจัยดังกล่าวแล้วและคาดกำไรในช่วงครึ่งปีหลังจะยังโต HoH และโต YoYหนุนด้วยช่วง 4Q62 เป็นช่วง High Season และมีการกลับมาเปิดของ 3 สาขาที่ปิดปรับปรุง)







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด