สำนักข่าว อีไฟแนนซ์ไทย efinanceThai

หุ้น , หุ้นไทย , หุ้นวันนี้ , ตลาดหุ้น , ข่าวหุ้น

ข่าวนี้ที่ 1

| 12 มีนาคม 2561 | 17:45

FETCO มองกรอบ SET ปีนี้ 1,727 - 1,910 จุด ชี้ความเชื่อมั่นเริ่มแผ่ว

FETCO มองกรอบ SET ปีนี้ 1,727 - 1,910 จุด ชี้ความเชื่อมั่นเริ่มแผ่ว

          FETCO คาดหุ้นไทยปีนี้สูงสุดแตะ 1,910 จุด และต่ำสุดที่ 1,727 จุด ส่วนดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุน 3 เดือนข้างหน้าเริ่มแผ่ว กังวลเลือกตั้ง และการขึ้นดอกเบี้ยของเฟด พร้อมแนะ BBL - CPALL - ERW - KBANK - PTTGC  เป็นหุ้นเด่น 

          วันจันทร์ที่ 12 มี.ค. 61 ดัชนีตลาดหุ้นไทยปิดเหนือ 1,800 จุดได้อีกครั้ง ที่ระดับ 1,800.32 จุด เพิ่มขึ้น 24.95 จุด หรือ 1.41% มูลค่าการซื้อขาย 64,137 ล้านบาท
          นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิ 631.86 ล้านบาท สถาบันซื้อ 5,442.67 ล้านบาท บัญชีบริษัทหลักทรัพย์ขาย 1,045 ล้านบาท และนักลงทุนทั่วไปขายสุทธิ 5,029.54 ล้านบาท
          สอดคล้องกับการแถลงข่าวของ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างองค์กรที่เกี่ยวข้องในตลาดทุนไทย  7 องค์กร ประกอบด้วย สมาคมบริษัทหลักทรัพย์ สมาคมบริษัทจดทะเบียนไทย สมาคมบริษัทจัดการลงทุน สมาคมนักวิเคราะห์การลงทุน สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย และตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ที่คาดการณ์คาด SET มี.ค.นี้ จะเฉลี่ยอยู่ที่ 1,818 จุด ส่วนทั้งปีมองจุดต่ำสุดที่ 1,727 จุด และสูงสุดที่ 1,910 จุด 

**ดัชนีความเชื่อมั่น 3 เดือนข้างหน้าแผ่ว
          นางวรวรรณ ธาราภูมิ ประธานคณะกรรมการ สภาธุรกิจตลาดทุนไทย (FETCO) เปิดเผยผลสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นนักลงทุนใน 3 เดือนข้างหน้า เดือนกุมภาพันธ์อยู่ที่ 143.09 ลดลง 8.70% จากเดือนที่ผ่านมาที่อยู่ที่ 156.62 แต่ยังอยู่ในเกณฑ์ร้อนแรงเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกัน จากความเชื่อมั่นผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน และภาวะเศรษฐกิจในประเทศที่มีอัตราการเติบโตต่อเนื่อง 
          ทั้งนี้ นักลงทุนยังคงต้องติดตามสถานการณ์ทางการเมือง โดยเฉพาะความชัดเจนของวันเลือกตั้ง และนโยบายการเงินของสหรัฐที่คาดว่าจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบาย 3-4 ครั้งในปีนี้ ซึ่งปัจจัยดังกล่าวถือเป็นปัจจัยฉุดความเชื่อมั่นมากที่สุด สำหรับกลุ่มที่ยังน่าสนใจลงทุนมากที่สุด คือ หมวดปิโตรเคมี และเคมีภัณฑ์ และกลุ่มที่ไม่น่าสนใจลงทุน คือ หมวดธนาคาร 
          ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ ดัชนีตลาดหลักทรัพย์ปรับฐานราคา โดยลดลงไปอยู่ต่ำสุดของเดือนที่ 1,758.31 จุด ในช่วงต้นเดือน ตามการปรับฐานในตลาดหลักทรัพย์ในสหรัฐที่มีการปรับตัวลดลงมากกว่า 1,000 จุดในวันเดียว อย่างไรก็ตามหลังจากนั้น ดัชนีได้ทยอยปรับเพิ่มขึ้นตลอดเดือน โดยปรับตัวกลับมาอยู่ในระดับใกล้เคียงกับดัชนีของเดือนมกราคมช่วง 1,820-1,830 จุด  
          ด้านทิศทางการลงทุนในอีก 3 เดือนข้างหน้า ปัจจัยหนุนความเชื่อมั่นจากคาดการณ์ผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน จากตัวเลขเศรษฐกิจในประเทศที่มีการเติบโตดี โดยนักลงทุนหันกลับมาติดตามความชัดเจนของสถานการณ์การเมืองในประเทศมากขึ้น โดยให้น้ำหนักเป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการลงทุนมากที่สุด รองลงมาได้แก่นโยบายการเงินของสหรัฐที่มีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ยในเดือนมีนาคม และมีแนวโน้มปรับเพิ่มขึ้นอีกในหลายครั้งปีนี้  
          “นักลงทุนยังเชื่อมั่นว่า ตลาดยังคงอยู่ในภาวะร้อนแรง โดยนักลงทุนให้ความสนใจในหลักทรัพย์ปิโตรเคมีและเคมีภัณฑ์มากที่สุด จากราคาน้ำมันที่ปรับตัวเพิ่มขึ้น ขณะที่นักลงทุนไม่ให้ความสนใจหลักทรัพย์ในหมวดธนาคาร จากปัจจัยความเสี่ยงในการปรับตัวรับเทคโนโลยีที่เปลี่ยนแปลง รองลงมา คือ หมวด ธุรกิจแฟชั่น หมวดบริการรับเหมาก่อสร้าง”นางวรวรรณ กล่าว  

** คาด SET ปีนี้สูงสุดที่ 1,910 จุด ต่ำสุด  1,717 จุด 
          ด้านการสำรวจความเห็นของนักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนต่อมุมมองในด้านการลงทุนและคาดการณ์ทิศทางดัชนีราคาหุ้นไทย ในระยะ 1 เดือนข้างหน้า และต่อเป้าหมายของดัชนี ในปี 2561 พบว่า ส่วนใหญ่ 55.6% มองว่า ดัชนีราคาหุ้นไทยในระยะสั้นยังคงไม่เปลี่ยนแปลงไปมาก ในขณะที่ 29.6% มองว่า ตลาดจะเปลี่ยนแปลงในทิศทางบวก ขณะที่ 14.8% เท่านั้นที่มีมุมมองต่อตลาดในทิศทางลบ 
          ผู้จัดการกองทุน คาดว่า ดัชนีราคาหุ้นไทย ณ เดือน มีนาคม เฉลี่ยอยู่ที่ 1,818 จุด และเมื่อมองภาพที่ยาวขึ้นไปถึงสิ้นปี 2561 นักวิเคราะห์และผู้จัดการกองทุนคาดการณ์จุดต่ำสุดของดัชนีราคาหุ้นไทย ระหว่างปีมีค่าเฉลี่ยที่ 1,727 จุด ด้านจุดสูงสุดของดัชนีในระหว่างปีเฉลี่ยที่ 1,910 จุด  
          ผลสำรวจความเห็นต่อเป้าหมายดัชนี ณ วันสิ้นปี 2561 มีค่าเฉลี่ยอยู่ที่ 1,871 จุด โดยมีผู้ตอบที่คาดว่า ดัชนี ณ วันสิ้นปี 2561 จะอยู่ต่ำกว่า 1,800 จุดเพียง 3.85% เท่านั้น  
          คาดการณ์กำไรสุทธิต่อหุ้น หรือ EPS  ณ สิ้นปี 2561 ของตลาดเฉลี่ยที่ 111.53 โดยคาดการณ์กำไรสุทธิต่อหุ้นจากผู้ตอบส่วนใหญ่อยู่ที่ระดับ 110-115 บาท  และ EPS Growth ณ สิ้นปี 2561 คาดว่าจะเฉลี่ยอยู่ที่ 11.7% ด้านผลสำรวจการคาดการณ์ Forward P/E สำหรับปี 2561 เฉลี่ยที่ระดับ 16.56 เท่า  

** แนะนำ BBL-CPALL-ERA-KBANK-PTTGC
          ด้านรายชื่อหุ้นที่นักวิเคราะห์แนะนำ ประกอบด้วย BBL ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 253.2 บาทต่อหุ้น / CPALL ราคาเป้าหมายที่ 95.7 บาทต่อหุ้น / ERW ราคาเป้าหมายอยู่ที่ 9.45 บาทต่อหุ้น / KBANK ราคาเป้าหมายที่ 249 บาทต่อหุ้น / PTTGC ราคาเป้าหมายที่ 113 บาทต่อหุ้น

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด