ข่าวนี้ที่ 1

GPSC ทุ่ม 2.4 หมื่นลบ. ลุยโรงไฟฟ้า TOP กูรูชี้เพิ่มมูลค่า 5 บ./หุ้น

GPSC ทุ่ม 2.4 หมื่นลบ. ลุยโรงไฟฟ้า TOP กูรูชี้เพิ่มมูลค่า 5 บ./หุ้น

    บอร์ด "โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่" ไฟเขียวส่งบริษัทย่อยลงทุนหน่วยผลิตไฟฟ้าในโครงการพลังงานสะอาด(CFP)ของ"ไทยออยล์" มูลค่า 2.41 หมื่นลบ. คาดดันกำลังผลิตไฟฟ้าเพิ่มอีก 250 MW และกำลังผลิตไอน้ำเพิ่ม 175 ตัน/ช.ม. ขณะที่ TOP ยังเป็นผู้จัดหาวัตถุดิบและรับซื้อไฟฟ้า ระบุโครงการแล้วเสร็จไตรมาส 3/66 ด้านนักวิเคราะห์ชี้ช่วยต่อยอดกำลังผลิตและเพิ่มอัพไซด์ให้ราคาหุ้นอีก 5 บาท แต่ยังไม่ส่งผลเร็วๆนี้

*** ทุ่ม 2.4 หมื่นลบ. ลงทุนหน่วยผลิตไฟฟ้าให้ TOP

    นายชวลิต ทิพพาวนิช ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่  จำกัด (มหาชน) หรือ GPSC เผย เมื่อวันที่ 21 ม.ค. 62 คณะกรรมการได้มีมติเห็นชอบแผนการลงทุนในหน่วยผลิตไฟฟ้า (Energy Recovery Unit : ERU) ให้กับโครงการพลังงานสะอาด (Clean Fuel Project : CFP) ของ บมจ.ไทยออยล์(TOP) ซึ่งมีกำลังผลิตไฟฟ้า 250 เมกะวัตต์(MW) ไอน้ำ 175 ตันต่อชั่วโมง มูลค่าลงทุน 757 ล้านเหรียญดอลล่าร์สหรัฐ หรือคิดเป็นเงินไทย 24,113 ล้านบาท
    โดยโครงการดังกล่าวจะดำเนินการลงทุนผ่านบริษัทย่อยที่ GPSC ถือหุ้น 100% ขณะที่ด้านพื้นที่ตั้งโครงการจะเป็นสัญญาเช่าช่วงจากไทยออยล์และมีสัญญาซื้อขายไฟฟ้า คาดว่าจะสามารถเริ่มก่อสร้างหลังมีการลงนามในสัญญา และจะใช้เวลาก่อสร้างทั้งสิ้นประมาณ 58 เดือน หรือคาดว่าจะแล้วเสร็จประมาณไตรมาส 3/66 ซึ่งแผนลงทุนครั้งนี้ เป็นไปตามแผนกลยุทธ์ในการดำเนินธุรกิจของบริษัทฯ ในการผลิตไฟฟ้าที่ใช้เชื้อเพลิงแตกต่างไปจากเดิม เพื่อให้เกิดความมั่นคงทางพลังงาน

*** TOP ยังเป็นผู้จัดหาเชื้อเพลิง-รับซื้อไฟฟ้า

    การโอนกรรมสิทธิ์โครงการหน่วยผลิตไฟฟ้าจะเกิดขึ้นหลังจากที่ TOP ก่อสร้างโครงการแล้วเสร็จและได้รับหนังสือรองรับผลงาน (Provisional Acceptance Certificate: “PAC”) เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้แม้จะส่งมอบโครงการแล้ว TOP จะยังเป็นผู้จัดหาเชื้อเพลิง และสาธารณูปโภคอื่นๆที่ใช้ดำเนินการให้แก่บริษัท รวมถึงเป็นผู้ให้บริการบำรุงรักษา เป็นผู้ให้เช่าที่ดิน และเป็นผู้รับซื้อไฟฟ้า ไอน้ำ และผลิตภัณฑ์พลอยได้อื่นๆที่ได้จากโครงการนี้

*** หนุนกำลังผลิตไฟฟ้าแตะ 1,955 MW

    จากแผนการลงทุนครั้งนี้จะทำให้ GPSC มีกำลังการผลิตไฟฟ้าตามสัดส่วนการถือหุ้นรวมทั้งสิ้น 1,955 MW ไอน้ำรวมประมาณ 1,585 ตันต่อชั่วโมง ซึ่งในปี 62  บริษัทมีแผนเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ (COD) ดังนี้ โครงการโรงไฟฟ้าพลังน้ำใน สปป.ลาว ได้แก่ โรงไฟฟ้าน้ำลิก 1 (NL1PC) ขนาดกำลังการผลิต 65 MW และโรงไฟฟ้า ไซยะบุรี (XPCL) กำลังการผลิต 1,285 MW รวมทั้งโรงผลิตสาธารณูปการระยองแห่งที่ 4 กำลังผลิต 45 MW และกำลังผลิตไอน้ำ 70 ตันต่อชั่วโมง และโรงผลิตสาธารณูปโภค 3 (CUP-3) ซึ่งเป็นผู้ผลิตไฟฟ้าเอกชนรายเล็ก (SPP) โรงไฟฟ้าประเภทพลังงานระบบโคเจนเนอเรชั่น ขนาดกำลังการผลิต 15 MW ซึ่งจะสามารถเดินเครื่องผลิตไฟฟ้าในเชิงพาณิชย์ภายในปีนี้
    ขณะที่ปี 63 บริษัทมีโครงการที่พร้อมจะดำเนินการเชิงพาณิชย์ คือ ส่วนต่อขยายของโรงไฟฟ้า นวนคร (NNEG) กำลังผลิต 60 MW กำลังผลิตไอน้ำ 10 ตันต่อชั่วโมง

*** โบรกฯ ชี้ช่วยเพิ่มอัพไซด์อีก 5 บาท แต่ยังไม่ส่งผลเร็วๆนี้

    บล.เคทีบี เผย การเข้าลงทุนในโครงการนี้จะช่วยต่อยอดกำลังการผลิตของ GPSC ขึ้นอีกราว 250 MW ในปี 66 จากปัจจุบันซึ่งมีกำลังการผลิตรองรับด้วยสัญญาซื้อขายไฟฟ้าราว 1,900 MW หรือเพิ่มขึ้น 13% ซึ่งหากอิง IRR ที่ราว 12% และ D/E ราว 3 เท่า คาดว่าจะสร้างอัพไซด์ให้กับราคาเหมาะสมอีกราว 5 บาท 
    ทั้งนี้ปัจจุบันยังคงคำแนะนำ "ถือ" ราคาเหมาะสม 63.50 บาท

    ด้านนายอดิศักดิ์ พรหมบุญ รองผู้อำนวยการฝ่ายวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ เอเชีย เวลท์ จำกัด เผย ส่งผลให้มีกำลังการผลิตไฟฟ้ารวมมากขึ้น แต่อย่างไรก็ตามการดำเนินการก่อสร้างโครงการของโครงการดังกล่าวจะแล้วเสร็จใช้ระยะเวลา 3ปี จึงทำให้ยังไม่เห็นผลประโยชน์ที่ชัดเจนในระยะเวลาอันใกล้  
    ทั้งนี้บริษัทยังคงให้น้ำหนัก การซื้อกิจการบริษัท โกลว์ พลังงาน จำกัด (มหาชน) หรือ GLOW มากกว่า เนื่องจากจะเป็นผลบวกทันทีหลังจากเข้าซื้อสำเร็จเนื่องจากจะเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าเป็น 4,853 MW หนุนกำไรเติบโตก้าวกระโดด,ช่วยขยายฐานลูกค้าสู่อุตสาหกรรมอื่น นอกจากลูกค้ากลุ่ม PTT และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(EGAT)
    คงคำแนะนำ “ซื้อ” ประเมินราคาเป้าหมาย 73.00 บาทต่อหุ้น



Tags:

GPSC




ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด