ข่าวนี้ที่ 1

ครม.ไฟเขียว"ซีพี"ฮุบรถไฟเชื่อม 3 สนามบิน-ลุยรางคู่"บ้านไผ่-นครพนม"

ครม.ไฟเขียว

    ครม. เคาะ "รฟท.-กลุ่มซีพี" ลุยรถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน วงเงิน 1.49 แสนลบ. ระบุ รฟท. เล็งชำระเงินเป็นรายปี ปีละไม่เกิน 14,965 ล้านบาท เป็นเวลา 10 ปี พร้อมไฟเขียวก่อสร้างรถไฟรางคู่ สายบ้านไผ่-นครพนม มูลค่า 6.68 หมื่นลบ. เปิดบริการม.ค. 68 โบรกฯ แนะเก็บ SEAFCO-CK-BEM ชี้ได้ประโยชน์สูงสุด

*** ครม.เคาะ "รฟท.-กลุ่มซีพี" ลุยรถไฟสามสนามบิน

      นายณัฐพร จาตุศรีพิทักษ์ โฆษกรองนายกรัฐมนตรีด้านเศรษฐกิจ เปิดเผยภายหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ว่า ที่ประชุมมีมติอนุมัติและเห็นชอบตามที่สำนักงานคณะกรรมการนโยบายเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (สกพอ.) เสนอเรื่องโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน และให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ร่วมลงทุนกับนิติบุคคลเฉพาะกิจ 
    ซึ่งกลุ่มกิจการร่วมค้าบริษัทเจริญโภคภัณฑ์โฮลดิ้ง จำกัด และพันธมิตร (กลุ่ม CPH)ซึ่งเป็นเอกชนที่ได้รับคัดเลือกจะจัดตั้งขึ้นเพื่อประกอบกิจการการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน

*** มูลค่าโครงการ 1.49 แสนลบ. รฟท.ขอแบ่งจ่าย 10 ปี

    สำหรับดำเนินโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบิน มีวงเงินอยู่ที่ 149,650 ล้านบาท ทั้งนี้ รฟท. จะชำระเงินที่รัฐร่วมลงทุนในโครงการรถไฟความเร็วสูงเชื่อมสามสนามบินให้กับกลุ่ม CPH ด้วยการแบ่งจ่ายเป็นรายปี ปีละไม่เกิน 14,965 ล้านบาท เป็นเวลา 10 ปี หลังจากเริ่มการให้บริการโครงการเกี่ยวกับรถไฟ ตามเงื่อนไขและหลักเกณฑ์ที่กำหนดในสัญญาร่วมลงทุน 
    โดยให้สำนักงบประมาณ (สงป.) จัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีเพื่อชำระเงินที่รัฐร่วมลงทุนในโครงการ โดยการจัดสรรงบประมาณจะอยู่ในลักษณะการก่อหนี้ผูกพันงบประมาณมากกว่าหนึ่งปีงบประมาณ และอนุมัติให้ รฟท. ดำเนินการก่อหนี้ผูกพันเกินกว่าหรือนอกเหนือไปจากที่กำหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยงบประมาณรายจ่ายได้  

*** ไฟเขียวรางคู่ บ้านไผ่-นครพนม 6.68 หมื่นลบ.

    นายณัฐพร เผยต่อว่า นอกจากนี้ที่ประชุมยังมีมติอนุมัติให้การรถไฟแห่งประเทศไทย (รฟท.) ดำเนินโครงการก่อสร้างทางรถไฟสายบ้านไผ่  - มหาสารคาม – ร้อยเอ็ด – มุกดาหาร – นครพนม วงเงิน 66,848.32 ล้านบาท(รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%)  ระยะเวลาดำเนินการ 8 ปี (ปีงบประมาณ 2561 – 2568)
    คาดว่าจะสามารถเริ่มดำเนินการก่อสร้างได้ในเดือนมกราคม 2564 และจะเปิดให้บริการได้ในเดือนมกราคม 2568 และจะเชื่อมต่อกับโครงการรถไฟ ช่วงชุมทางจิระ- ขอนแก่น ช่วงมาบกะเบา - ชุมทางถนนจิระ และศูนย์การขนส่งชายแดนจังหวัดนครพนมที่อยู่ระหว่างการดำเนินการก่อสร้าง และโครงการรถไฟ ช่วงแม่สอด – ตาก – กำแพงเพชร- นครสวรรค์ บ้านไผ่ที่อยู่ระหว่างการศึกษา/ออกแบบโครงการ นอกจากนี้ยังก่อให้เกิดการเชื่อมโยงจากท่าเรือย่างกุ้งและท่าเรือละแหม่งในประเทศเมียนมาไปยังท่าเรือดานังและท่าเรือไฮฟองในประเทศเวียดนาม และยังสามารถเชื่อมต่อไปยังประเทศจีนได้ด้วย
    โดยกระทรวงคมนาคม คาดว่าจะมีปริมาณผู้โดยสาร 3,835,260 คน ในปี 2569 ซึ่งจะเพิ่มขึ้นประมาณ 2.37% ต่อปี และมีปริมาณการขนส่งสินค้า 748,453 ตัน ในปี 2569 ซึ่งจะเพิ่มขึ้นประมาณ 1.19% ต่อปี โครงการนี้จะมีผลตอบแทนทางการเงินที่ 0.42% และผลตอบแทนทางเศรษฐศาสตร์ที่ 13.49%

*** รัฐบาลรับภาระค่าใช้จ่ายทั้งหมด

    ในด้านภาระค่าใช้จ่ายให้รัฐบาลรับภาระค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการทั้งหมด โดยให้สำนักงบประมาณ(สงป.) จัดสรรงบประมาณรายปี และหรือกระทรวงการคลัง จัดหาแหล่งเงินกู้และค้ำประกันเงินกู้ภายในประเทศให้ตามความเหมาะสม เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการดำเนินการ และให้ รฟท. มีอำนาจในการปรับปรุงรายละเอียดด้านงบประมาณ  ค่าก่อสร้าง  ค่าจ้างที่ปรึกษา  ค่าเวนคืนที่ดิน และรายละเอียดอื่น ๆ ที่สำคัญภายใต้กรอบวงเงินที่ครม. อนุมัติ เพื่อความคล่องตัวในการบริหารงบประมาณ
    สำหรับแหล่งเงินที่ใช้ในการดำเนินโครงการนั้นกระทรวงการคลังและ สำนักงบประมาณมีความเห็นสอดคล้องกันว่าให้สำนักงบประมาณจัดสรรเงินงบประมาณประจำปีให้กับ รฟท. เป็นค่าที่ปรึกษาสำรวจอสังหาริมทรัพย์เพื่อเวนคืน ค่าเวนคืนที่ดินและอสังหาริมทรัพย์  และค่าจ้างที่ปรึกษาประกวดราคา  วงเงินรวม 10,255.33 ล้านบาท สำหรับค่าก่อสร้างจำนวน 55,462 ล้านบาท และค่าจ้างที่ปรึกษาควบคุมงานก่อสร้าง 1,131 ล้านบาท รวมเป็นเงิน 56,543 ล้านบาท ให้กระทรวงการคลังจัดหาเงินกู้จากแหล่งเงินกู้ที่เหมาะสม และให้ รฟท. กู้ต่อโดยกระทรวงการคลังจะเป็นผู้พิจารณาจัดลำดับความสำคัญในการกู้เงิน  วิธีการกู้เงิน เงื่อนไขและรายละเอียดต่าง ๆ ตามความเหมาะสมและจำเป็นต่อไป

*** โบรกฯแนะเก็บหุ้นรับเหมาได้ประโยชน์สูงสุด

    บล.บัวหลวง ระบุว่า SEAFCO จะเป็นหุ้นที่ได้รับประโยชน์เร็วที่สุดจากข่าวนี้ เพราะเป็นผู้รับเหมางานเสาเข็มเจาะที่เป็นพันธมิตกับ CK มาโดยตลอด คาดเห็นงานในมือ(Backlog)ของ SEAFCO ทำ New high จากการรับงานนี้  ส่วน CK จะเป็นหุ้นที่ไดัรับประโยชน์มากสุดจากงานก่อสร้างจะช่วยหนุนให้งานในมือเพิ่มขึ้นอีก 2 เท่า มาเป็นประมาณ 1.1 แสนล้านบาท และ BEM คาดจะได้รับประโยชน์ในระยะยาว จากการเดินรถตลอดอายุสัมปทาน มองข่าวนี้เป็นประเด็นบวกต่อบริษัทที่เกี่ยวข้อง และคาดจะเห็นแนวโน้มการปรับกำไรขึ้น 
    แนะนำ ซื้อ ทั้ง CK ราคาเป้าหมาย 30 บาท และ SEAFCO ราคาเป้าหมาย 9 บาท

    บล.ทรีนีตี้ เผยสัญญารถไฟความเร็วสูงเชื่อม 3 สนามบิน (ดอนเมือง สุวรรณภูมิ อู่ตะเภา) มูลค่าราว 2.25 แสนล้านบาท จะส่งบวกต่อกลุ่มผู้รับเหมาก่อสร้าง อาทิ CK และ ITD รวมถึง BEM







ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด