ข่าวนี้ที่ 1

หวั่นปัญหาการเงิน ฉุดธุรกิจ NOK ล่ม

หวั่นปัญหาการเงิน ฉุดธุรกิจ NOK ล่ม

    กพท.สั่งจับตา "สายการบินนกแอร์"  ใกล้ชิด หลังมีปัญหาสถานะทางการเงินและกระแสเงินสด ยกเลิกเที่ยวบินต่อเนื่องมากว่า 1 ปี เริ่มปลดนักบิน หวั่นกระทบผู้โดยสาร เพราะครองสัดส่วนตลาดอันดับสอง ชี้เสี่ยงหนักหากไม่มีเงินทุนก้อนใหม่เข้ามาภายในปีนี้ ผู้บริหารยันมีกระแสเงินสดพอ ลุยปรับโครงสร้างธุรกิจ ลั่นหยุดขาดทุนปี 63  พร้อมส่ง `วุฒิภูมิ จุฬางกูร` นั่งบอร์ดแทน `ปิยะ ยอดมณี` ที่ลาออก ฟากโบรกฯ คาดกลุ่มจุฬางกูร กำลังเดินหน้าหาผู้ร่วมทุนใหม่ เชื่อ NOK ไม่หยุดธุรกิจสายการบิน ยังครองมาร์เก็ตแชร์อันดับ 2

***  กพท.จับตา NOK วิกฤติหนัก หวั่นยกเลิกเที่ยวบินกระทบผู้โดยสาร
    
    นายจุฬา สุขมานพ ผู้อำนวยการ สำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ กพท. ได้ส่งเจ้าหน้าที่ออกไปจับตาพฤติกรรมการดำเนินธุรกิจของสายการบินทุกสายการบิน ที่ประจำการอยู่ที่สนามบินสุวรรณภูมิ และดอนเมือง โดยขณะนี้สั่งจับตาสายการบินบริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK ผู้ให้บริการสายการบินนกแอร์เป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นสายการบินต้นทุนต่ำ ที่มีส่วนแบ่งการตลาดสูงถึง 20% เป็นอันดับ 2 ของตลาดรองจากสายการบินไทย แอร์เอเชียที่มีส่วนแบ่งอยู่กว่า 30% ซึ่งปัจจุบันพบว่ากำลังประสบปัญหาทางการเงิน

*** ยกเลิกไฟล์ทบินต่อเนื่องมากว่า 1 ปี เริ่มปลดนักบิน

    ล่าสุดยังตรวจสอบพบว่า เริ่มมีการยื่นขอยกเลิกเที่ยวบินเข้ามาอย่างต่อเนื่องติดต่อกันมาเป็นเวลากว่า 1 ปีแล้ว นอกจากนี้ ยังมีข้อมูลว่าสายการบินนกแอร์มีการเริ่มทยอยปลดนักบินบางส่วนจากการจะปลดระวางเครื่องบินบางรุ่นออกจากฝูงบินแล้ว แต่ยังไม่มีรายงานการปลดพนักงานส่วนอื่นๆ ทั้งนี้ จากการติดตามดูงบการเงินของนกแอร์ ปัจจุบันพบว่ายังมีการจ่ายค่าใช้จ่าย และหนี้สินในการดำเนินธุรกิจการบินได้ตามปกติ ยังไม่มีภาระหนี้สินคงค้างแบบผิดปกติ
    "พฤติกรรมข้างต้นแสดงให้เห็นว่านกแอร์ อาจจะเริ่มมีปัญหาในการทำการบิน ซึ่งอาจจะต้องไปดูปัญหาให้ลึกลงไป โดยเฉพาะการขอยกเลิกเที่ยวบินว่าเกิดจากสาเหตุอะไร เช่น เป็นเพราะเครื่องบินเสีย ทำให้ต้องนำไปซ่อมเลยหมุนเครื่องมาบินไม่ทัน หรือเครื่องเสียแต่ไม่มีเงินซ่อม หรืออาจจะเป็นเพราะยอดจองน้อยจึงยกเลิกเที่ยวบิน เราจึงต้องจับตานกแอร์เป็นพิเศษ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดผลกระทบกับผู้โดยสาร รวมไปถึงเรื่องการเจรจาหาพันธมิตรใหม่เข้ามาร่วมทุนเพื่อแก้ปัญหาฐานะทางการเงินด้วย เพราะต้องหาให้ทันภายในปีนี้ ซึ่งก็เชื่อว่านกแอร์จะหาผู้ถือหุ้นใหม่ได้ เพราะมีเส้นทางบินที่ดีมีมูลค่าดีในแง่การลงทุนสูง"
    รายงานข่าวจากกระทรวงคมนาคม แจ้งว่า หากภายในปีนี้นกแอร์ไม่สามารถหาผู้ร่วมทุนรายใหม่ หรือยังไม่สามารถเพิ่มทุนรอบใหม่ได้ภายในปีนี้ อาจจะส่งผลกระทบทำให้ดำเนินธุรกิจมีปัญหาชะงักงัน จากกระแสเงินสดที่ยังไม่สมดุล ประกอบกับยังคงประสบปัญหาภาระค่าใช้จ่ายที่สูงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะ ต้นทุนค่าจ้างนักบินที่สูงกว่าสายการบินอื่น และค่าซ่อมเครื่องบิน เป็นต้น

*** ประกาศหยุดบินเพิ่ม เส้นทาง กรุงเทพฯ–น่าน เริ่ม 18 เม.ย.นี้

    รายงานข่าวแจ้งว่า ก่อนหน้านี้ สายการบินนกแอร์ ได้ประกาศการหยุดการทำการบินชั่วคราว สำหรับ 2 เส้นทางบินในประเทศ คือ เส้นทางดอนเมือง - ร้อยเอ็ด และดอนเมือง-นครพนม เริ่มตั้งแต่วันที่ 1 มี.ค. – 26 ต.ค. 2562 เนื่องจากได้ปลดระวางเครื่องบินแบบ ATR 72-500 จำนวน 2 ลำ และล่าสุดเตรียมประกาศหยุดทำการบินในเส้นทาง กรุงเทพฯ – น่าน ออกไปอย่างไม่มีกำหนด เริ่มตั้งแต่วันที่ 18 เม.ย.นี้ เป็นต้นไป
 
*** ส่ง `วุฒิภูมิ จุฬางกูร` นั่งบอร์ดแทน `ปิยะ ยอดมณี` ที่ลาออก
    
    นายประเวช องอาจสิทธิกุล  รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK แจ้งผ่านตลาดหลักทรัพย์ฯ ว่า  ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท วันที่ 3 เมษายน 2562 ได้มีมติแต่งตั้ง นายวุฒิภูมิ จุฬางกูร เข้าดำรงตำแหน่งกรรมการ แทนนายปิยะ ยอดมณี ที่ได้ลาออกไปทั้งนี้ ให้มีผลตั้งแต่วันที่ 3 เมษายน 2562 เป็นต้นไป
 

*** NOK ยันมีกระแสเงินสดพอ ลุยปรับโครงสร้างธุรกิจ ลั่นหยุดขาดทุนปี 63
    

    นายประเวช องอาจสิทธิกุล รักษาการประธานกรรมการบริหาร และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สายการบินนกแอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ NOK เปิดเผยกับ "สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย" ยันมีกระแสเงินสดทำธุรกิจ เดินหน้าปรับโครงสร้างธุรกิจ กางแผนหยุดขาดทุน
    ขณะนี้บริษัทยังคงมีกระแสเงินสดเพื่อดำเนินธุรกิจที่เพียงพอ หลังจากที่เมื่อเดือนก่อน บริษัทได้รับเงินเพิ่มทุนเพื่อนำมาใช้เป็นกระแสเงินในการดำเนินธุรกิจกว่า 2,300 ล้านบาท ดังนั้นจึงไม่ทราบสาเหตุว่ากระแสข่าวที่ออกมาจากสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เรื่องที่ว่าบริษัทไม่มีกระแสเงินสดนั้นออกมาได้อย่างไร เพราะในช่วงที่ผ่านมาทางบริษัทก็มีการทำงานควบคู่กับทาง กพท.มาโดยตลอด
     บริษัทมีแผนการดำเนินธุรกิจตามแผนการปรับโครงสร้างทางธุรกิจ จำนวน 3 ระยะ โดยระยะที่ 1 ได้แก่การหยุดผลการขาดทุน ซึ่งจะต้องทำให้ค่าใช้จ่ายน้อยกว่ารายได้ที่มีเข้ามาปีละประมาณ 14,000 ล้านบาท ด้วยการลดต้นทุนจากการดำเนินงาน และปลดระวางเครื่องบินแบบใบพัด ATR จำนวน 2 ลำภายในเนื่องจากมีต้นทุนที่สูง
    รวมถึงการเพิ่มรายได้ด้วยการร่วมกับบริษัทสายการบินนกสกู๊ต ซึ่งบริษัทถือหุ้นในสัดส่วน 24% โดยการส่งผ่านผู้โดยสารระหว่างจากต่างประเทศของสายการบินนกสกู๊ต มายังสายการบินนกแอร์เพื่อเป็นการขยายเส้นทางการให้บริการของบริษัท
    อีกทั้ง บริษัทได้ปรับโครงสร้างการบินด้วยการให้บริการเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำ (ชาร์เตอร์ไฟลท์) ไป 6 เมืองในจีน และเตรียมจะทำการบินเช่าเหมาลำไปอินเดีย 2 เมือง รวมทั้งจัดเครื่องบินเช่าเหมาลำไปเมืองฮิโรชิมาของญี่ปุ่นในเดือน พ.ค.นี้ เพื่อทดสอบตลาดก่อนที่จะเปิดเที่ยวบินประจำดอนเมือง-ฮิโรชิมาในเดือน พ.ย.นี้
    นอกจากนี้ จะขยายเส้นทางการบินภายในประเทศเชื่อมต่อเมืองรองให้มากขึ้น เช่น เส้นทางจากจังหวัดเชียงใหม่ไปยังจังหวัดอุบลราชธานี และได้ปรับลดเส้นทางการบินชั่วคราวในช่วงนอกฤดูกาลท่องเที่ยวตั้งแต่ช่วงเดือนพ.ค.จนถึงเดือนต.ค.
    สำหรับแผนการปรับโครงสร้างธุรกิจในระยะที่สอง คือการหยุดการขาดทุน ซึ่งในช่วงที่ผ่านมาบริษัทได้มีการลดต้นทุน และบริหารจัดการภายในองค์กรเพื่อให้ธุรกิจชะลอการขาดทุน โดยคาดว่าในช่วงปี 63 จะหยุดผลขาดทุนได้อย่างต่อเนื่องติดต่อกัน 3 ไตรมาส
    หลังจากนั้น จะดำเนินการตามแผนปรับโครงสร้างเพื่อสร้างการเติบโตด้วยการหาพันธมิตรทางธุรกิจสายการบิน เพื่อรองรับการขยายเส้นทางการบินของไปยังต่างประเทศ และภายในประเทศ คาดว่าจะเริ่มเห็นการหาพันธมิตรใหม่ได้ภายในช่วงปลายปี 63

*** บล.กรุงศรี เชื่อ NOK จะไม่หยุดธุรกิจการบิน

    นักวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์กรุงศรี จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากกรณีสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย มีความกังวลสถานะทางการเงิน และกระแสเงินสดของนกแอร์ เชื่อว่า ทางกลุ่มจุฬางกูร ซึ่งมีฐานะเป็นผู้ถือหุ้นใหญ่จะมีทางออกให้กับบริษัท ด้วยการหากลุ่มทุนใหม่ ถึงแม้ว่าในช่วงที่ผ่านมาจะมีการเจรจาซื้อหุ้น NOK ให้กับบริษัท เอเชีย เอวิเอชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ AAV แต่อย่างไรก็ตาม ดีลการซื้อขายดังกล่าวไม่เกิดขึ้น ดังนั้นจึงมีความจำเป็นที่จะต้องหากลุ่มผู้ร่วมทุนใหม่ โดยก่อนหน้านี้ก็ยังมีการเจรจากับกลุ่มสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ ที่เป็นพันธมิตรกับนกสกู๊ต
    ทั้งนี้ เชื่อว่า หากดีลการซื้อขายกับกลุ่มสายการบินสิงคโปร์แอร์ไลน์ไม่สำเร็จก็อาจจะทำให้กลับไปเจรจากับทาง AAV อีกครั้ง อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าการดำเนินธุรกิจของ NOK ยังคงดำเนินการต่อไป และจะไม่หยุดดำเนินการ เพราะขณะนี้ยังคงมีมาร์เก็ตแชร์อันดับ 2 ของสายการบินภายในประเทศ
    รวมถึง ยังมีเส้นทางการบินเส้นหลักที่ยังคงมีการใช้บริการอย่างต่อเนื่อง ซึ่งมีอัตราการบรรทุกผู้โดยสารเฉลี่ยอยู่ที่ 70-80% แต่ยังคงติดปัญหาเรื่องของภาวะการแข่งขันด้านต้นทุน และราคาค่าโดยสาร ส่วนล่าสุดกรณีที่ NOK ได้มีการหยุดเส้นทางการบินบางเส้นนั้น เชื่อว่าเป็นการบริหารเที่ยวบิน
    "เชื่อว่าทางกลุ่มจุฬางกูร จะแก้ไขปัญหาดังกล่าวได้ด้วยการหากลุ่มผู้ร่วมทุนใหม่ โดยเชื่อว่าธุรกิจจะไม่หยุด ซึ่งนอกเหนือจากดีลกับ AAV ก็มีดีลกับสิงคโปร์แอร์ไลน์"นักวิเคราะห์กล่าว

*** บล.เคจีไอ ให้เป้า 3.49 บาท ผลประกอบการยังอ่อนแอต่อเนื่อง
     
    บล.เคจีไอ (ประเทศไทย) ระบุในบทวิเคราะห์  ว่า NOK มีผลขาดทุนสุทธิ 824 ล้านบาทใน 4Q61 จากที่ขาดทุนสุทธิ 215 ล้านบาทใน 4Q60 และ 1.1 พันล้านบาทใน 3Q61 ซึ่งเป็นผลมาจากต้นทุนน้ำมันเครื่องบินสูงขึ้น จำนวนนักท่องเที่ยวจีนชะลอตัวลง และการแข่งขันที่เข้มข้นของสายการบินต้นทุนต่ำ เมื่อสิ้นปี 2561 งบดุลของบริษัทอ่อนแอมาก โดยส่วนของผู้หุ้นติดลบหนักถึง 3.03 พันล้านบาท เรายังคงคำแนะนำถือ และให้ราคาเป้าหมายที่ 3.49 บาท
    ยังคงมองลบกับแนวโน้มผลประกอบการของบริษัท โดยเฉพาะยอย่างยิ่งหลังจากที่มีผลขาดทุนติดต่อกันมา 4 ปี โดยเมื่อสิ้นปี 2561 งบดุลของบริษัทอ่อนแอมาก โดยส่วนของผู้หุ้นติดลบหนักถึง 3.03 พันล้านบาท ซึ่งหมายความว่ามีความเสี่ยงที่บริษัทจะต้องเพิ่มทุนอีก โดยรวมแล้ว เราเป็นห่วงแนวโน้มกำไรของบริษัทในระยะยาว เนื่องจากเราไม่เชื่อว่ากลยุทธ์ด้านราคาที่ใช้อยู่จะช่วยให้ผลการดำเนินงานในอนาคตดีขึ้นได้
    เรายังคงประมาณการกำไรเอาไว้เท่าเดิม แต่มองว่าประมาณการของเรายังมี downside ในขณะที่สถานะการเงินของบริษัทก็อ่อนแอ



Tags:

NOK




ข่าวหุ้นอื่นๆที่น่าสนใจ

RECOMMENDED NEWS

ข่าวหุ้นยอดนิยม

Refresh


LATEST NEWS

ข่าวหุ้นล่าสุด

Refresh

ดูข่าวทั้งหมด